:::

บันทึกชีวิตในไต้หวัน : เทศกาลชีซี(七夕)ไหว้อะไร? วันแห่งความรักของชาวจีน ที่ไม่ได้มีแต่ตำนานของสาวทอผ้าและชายเลี้ยงวัว

  • 31 July, 2022
บันทึกชีวิตในไต้หวัน
เทศกาลชีซี(七夕)ไหว้อะไร? วันแห่งความรักของโลกตะวันออก ที่ไม่ได้มีแต่ตำนานของสาวทอผ้าและชายเลี้ยงวัว (ภาพจาก shutterstock)

     บันทึกชีวิตไต้หวันในสัปดาห์นี้ เราจะมาพทำความรู้จักกับ เทศกาลชีซี (七夕) ซึ่งตรงกับวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติจีน กับตำนานความรักของสาวทอผ้าและชายเลี้ยงวัว ที่ได้รับการนิยามว่าเป็นวันแห่งความรักของโลกตะวันออก แต่รู้หรือไม่! เทศกาลชีซี มีอะไรมากกว่าแค่ตำนานความรัก เนื่องจากในอดีตเทศกาลชีซี  ถือเป็นหนึ่งในเทศกาลที่สำคัญของหญิงสาวและเด็ก ที่มีการกราบไหว้เจ้าแม่ชีเหนียงมา (七娘媽)หญิงสาวจะขอพรให้ตนเองมีงานฝีมือที่ประณีตบรรจง ส่วนในไต้หวันมีการกราบไหว้เจ้าแม่ฉวงหมู่( 床母) ซึ่งเป็นเทพที่คล้ายกับแม่ซื้อของไทย ให้ช่วยดูแลคุ้มครองเด็กๆ ให้ปลอดภัยจากอันตรายทั้งปวง รวมถึงในวันนี้ ด็กนักเรียนก็จะมีการกราบไหว้เทพขุยซิง ( 魁星 ) ซึ่งเป็นเทพแห่งการสอบแข่งขัน เพื่อให้สอบผ่านได้ผลการเรียนดีทุกวิชา บันทึกชีวิตไต้หวันในสัปดาห์นี้ เราจึงจะพาคุณไปพบกับเรื่องราวความเชื่อของไต้หวันในอีกมิติหนึ่ง ที่จะทำให้คุณใช้ชีวิตในไต้หวันได้อย่างเข้าใจมากยิ่งขึ้น หากพร้อมแล้ว คลิกฟังเรื่องราวที่นี่เลยค่ะ


เจ้าแม่ชีเหนียงมา (七娘媽) (ภาพจากศาลเจ้าไคหลงกง นครไถหนาน)

     เทศกาลชีซี (七夕) คำว่า ชีซี "七"หมายถึง วันที่ 7 "夕"หมายถึงค่ำคืน จึงสามารถแปลตรงตัวได้ว่า ค่ำคืนที่เจ็ดเดือนเจ็ด ว่ากันว่าในสมัยราชวงศ์ฮํ่น ค่ำคืนหนึ่งที่ท้องฟ้าแจ่มใสไร้เมฆ ชาวโลกสามารถมองเห็นทางช้างเผือกทอดตัวยาว โดยมีดาวฤกษ์ 2 ดวงสว่างอยู่คนละด้านของทางช้างเผือก ฟากหนึ่งคือดาวเวก้า(Vega) หรือดาวสาวทอผ้า ส่วนอีกฟากคือ ดาวอัลแทร์ (Altair) หรือ ดาวหนุ่มเลี้ยงวัว ปรากฏการณ์บนท้องฟ้ายามราตรี ทำให้เกิดเป็นตำนานรักระหว่างสาวทอผ้าและหนุ่มเลี้ยงวัว ที่จะสามารถพบกันได้เพียงปีละครั้ง คือวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติจีน โดยวันชีซีของปีนี้ ( ค.ศ.2022) ตรงกับวันที่ 4 สิงหาคม ในสมัยโบราณ เทศกาลชีซียังไม่เกี่ยวข้องกับความรักมากนัก แต่เป็นวันเฉลิมฉลองให้แก่เด็กผู้หญิง โดยมีอีกชื่อหนึ่งที่เรียกว่า Daughter's Festival หรือในภาษาจีนเรียกว่า "乞巧節" ที่หมายถึงเทศกาลขอให้มีสติปัญญาและฝีมือในการเย็บปักถักร้อย โดยในวันนี้ เด็กผู้หญิงจะกราบไหว้ขอพรเจ้าแม่ชีเหนียงมา (七娘媽)หรือเป็นที่รู้จักในนามเทพธิดาสาวทอผ้า ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็น เทพแห่งการเย็บปักถักร้อย เพื่อให้ตนเองมีฝีมือการเย็บปักถักร้อยที่ประณีตบรรจง ซึ่งเป็นหนึ่งในสิ่งที่สาวจีนโบราณพึงมี และขอพรให้พบเจอคู่ครองที่ดี ในปัจจุบัน อิทธิพลจากโลกตะวันตกที่มีวันวาเลนไทน์ จึงทำให้ความรักโรแมนติกที่ปนไปด้วยความเศร้าของตำนานสาวทอผ้าและหนุ่มเลี้ยงวัวในเทศกาลชีซี ค่อยๆกลายมาเป็นวันแห่งความรักของโลกตะวันออก ทั้งไต้หวันและจีน เริ่มมีวัฒนธรรมการให้ช่อดอกไม้ ช็อกโกแล็ต หรือไปขอพรกับเทพเยว่เหล่า ซึ่งเป็นเทพเจ้าประทานคู่ตามความเชื่อของจีน เห็นได้ว่าประเพณีต่างๆเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย

     สำหรับไต้หวัน เทศกาลชีซีนอกจากจะมีตำนานเกี่ยวกับสาวทอผ้าและหนุ่มเลี้ยงวัวแล้ว ประเพณีพื้นบ้านยังคงมีการกราบไหว้เจ้าแม่ชีเหนียงมา (七娘媽) และเจ้าแม่ฉวงหมู่ (床母)  เพราะเป็นวันเกิดของเจ้าแม่ทั้งสององค์ โดยเชื่อกันว่าเทพทั้งสองพระองค์เป็นเทพผู้พิทักษ์เด็ก เจ้าแม่ฉวงหมู่ (床母)  ในที่นี่ คล้ายกับแม่ซื้อตามความเชื่อของคนไทย ซึ่งคำว่า “床” หมายถึง “เตียง” เจ้าแม่ฉวงหมู่จึงเปรียบเหมือนเทวดาประจำเตียงที่ช่วยคุ้มครองเด็กทารกแรกเกิด จนเติบโตเป็นผู้ใหญ่อายุครบ 16 ปีบริบูรณ์ ว่ากันว่าหากเห็นเด็กยิ้มขณะหลับ อาจเป็นเพราะเจ้าแม่ฉวงหมู่หรือแม่ซื้อกำลังหยอกล้อกับเด็กก็เป็นได้  โดยในวันชีซี จะมีการทำพิธีบูชาเจ้าแม่ฉวงหมู่ เพื่อขอบคุณที่ช่วยคุ้มครองเด็กและอธิฐานขอพรให้เด็กๆเป็นเด็กดีและมีสุขภาพร่างกายแข็งแรง 

     ตำนานของเจ้าแม่ฉวงหมู่ มีการเล่าขานที่แตกต่างกันไป บ้างก็ว่าเจ้าแม่ฉวงหมู่ก็คือเจ้าแม่ชีเหนียงมา บริวารของเจ้าแม่ประทานบุตร หรือ เจ้าแม่จู๊แซเนี้ย (註生娘娘) เทพที่ช่วยดูแลในเรื่องการตั้งครรภ์และคลอดบุตร นอกจากนี้ยังมีอีกหนึ่งตำนานเล่าว่า มีคู่รักคู่หนึ่งที่ครอบครัวไม่ยอมให้รักกัน หญิงสาวเกิดตั้งครรภ์ และเสียชีวิตหลังคลอดบุตรชาย ชายผู้เป็นสามีจึงฝังร่างหญิงสาวผู้เป็นที่รักใต้เตียงด้วยความเศร้าโศกเสียใจ วิญญาณของหญิงสาวผู้เป็นแม่จึงทำหน้าที่ดูแลบุตรทารกที่ยังเล็กอยู่ไม่ห่าง ภายหลังจึงพัฒนากลายเป็นความเชื่อเรื่องเจ้าแม่ฉวงหมู่ เทพผู้พิทักษ์เด็ก 

     เจ้าแม่ชีเหนียงมา (七娘媽) บ้างก็ว่าหมายถึง เหล่าพี่สาวทั้ง 6 ของสาวทอผ้า บ้างก็ว่าหมายถึงสาวทอผ้าซึ่งเป็นเทพธิดาองค์ที่เจ็ด ตามตำนานชาวฮกเกี้ยนในไต้หวันเล่าว่า เหล่าพี่สาวทั้ง 6 ของสาวทอผ้ารู้สึกสงสารและเห็นใจน้องสาวของตนที่ต้องพลัดพรากจากคนรัก พวกเขาจึงช่วยคุ้มครองดูแลลูกๆทั้งสองของสาวทอผ้าและหนุ่มเลี้ยงวัวอย่างเงียบๆ ความเชื่อนี้จึงทำให้เจ้าแม่ชีเหนียงมาพัฒนากลายเป็นเทพผู้พิทักษ์เด็ก ประกอบสมัยโบราณ การแพทย์สมัยโบราณยังไม่พัฒนา เด็กทารกมีโอกาสเสียชีวิตค่อนข้างสูง พ่อแม่ชาวจีนโบราณจึงมักจะมีธรรมเนียมยกลูกให้เป็นบุตรบุญธรรมของเจ้าแม่ชีเหนียงมา (七娘媽) เพื่อให้เทพช่วยคุ้มครองดูแลให้เด็กๆแคล้วคลาดปลอดภัยจากโรคภัยไข้เจ็บ และเติบโตอย่างแข็งแรง  เห็นได้ว่าไม่ว่าจะเป็นเจ้าแม่ฉวงหมู่ หรือเจ้าแม่ชีเหนียงมาตามความเชื่อพื้นเมืองของไต้หวัน ล้วนเกี่ยวข้องกับความรักของแม่ที่ปรารถนาให้ลูกเติบโตอย่างแข็งแรง คาดว่าอาจสืบเนื่องจากความเชื่อเรื่องเดือนผี เพราะเด็กๆขวัญอ่อน อาจถูกภูตผีทำร้ายหรือสิ่งไม่ดีทำร้ายได้ง่าย ทำให้เดือนนี้ต้องมีการกราบไหว้เทพผู้พิทักษ์เด็กให้คุ้มครองเด็กเป็นพิเศษ


พิธีไหว้เจ้าแม่ฉวงหมู่ ตั้งเครื่องบูชาที่เตียง ขอให้เจ้าแม่คุ้มครองเด็กๆให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง แคล้วคลาดปลอดภัย (ภาพจาก pixnet )

     อย่างไรก็ดี ปัจจุบันในไต้หวันยังคงมีการสืบสานประเพณีโบราณที่มีให้พบเห็นอยู่บ้าง ตัวอย่างเช่นที่ นครไถหนาน อดีตเมืองหลวงเก่าของไต้หวัน ที่ได้ชื่อว่ามีร่องรอยการสืบสานประเพณีและวัฒนธรรมเก่าแก่มากมาย บางครอบครัวในพื้นที่ยังคงมีการยกลูกให้เป็นบุตรบุญธรรมกับเจ้าแม่ชีเหนียงมา และเมื่ออายุครบ 16 ปี ชาวไถหนานจะมีการทำพิธีเพื่อบ่งบอกว่าได้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว เรียกกันว่า "做十六" หมายถึงพิธีบรรลุ 16 ปีบริบูรณ์ ในวันเกิดของเจ้าแม่ชีเหนียงมา ก็คือวันที่ 7 เดือน 7 ตามปฏิทินจันทรคติจีน เพื่อบอกกล่าวเจ้าแม่ว่าเด็กได้โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว และขอบคุณเจ้าแม่ที่คุ้มครองดูแล นอกจากนี้ พิธีดังกล่าวยังเป็นการแสดงให้เด็กสัมผัสได้ว่า ตนได้ก้าวข้ามชีวิตของเด็กสู่การเป็นผู้ใหญ่ เกิดความกตัญญูกตเวทีต่อญาติผู้ใหญ่และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อลัทธิขงจื๊อในอดีต ตระหนักถึงความรับผิดชอบที่ตามมา เพื่อเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพ และญาติผู้ใหญ่ก็จะมีให้เสื้อผ้า รองเท้า สร้อย หรือของขวัญอื่นๆ เพื่อร่วมแสดงความยินดี ซึ่งบางครอบครัวจะทำพิธีนี้ที่บ้าน หรือไม่ก็จะเดินทางไปทำพิธีที่วัด ปัจจุบันศาลเจ้าไคหลงกง(開隆宮) ที่นครไถหนาน เป็นศาลเจ้าที่เลื่องชื่อในการทำพิธีบรรลุ 16 ปี และยังเป็นศาลเจ้าที่กราบไหว้เจ้าแม่ชีเหนียงมาเป็นหลัก โดยในแต่ละปีของช่วงเทศกาลชีซี จะมีเด็กที่อายุ 16 ปีเข้าร่วมพิธีมากกว่า 2000 ราย ซึ่งผู้ที่ต้องการเข้าร่วมพิธีต้องลงทะเบียนล่วงหน้าและโอนเงินค่าทำพิธี เพื่อให้ทางศาลเจ้าจัดเตรียมชุดและอุปกรณ์ต่างๆ นับเป็นอีกหนึ่งประเพณีที่น่าสนใจและหาดูได้ยาก


พิธีบรรลุอายุ 16 ปีเติบโตเป็นผู้ใหญ่ (做十六) ที่ศาลเจ้าไคฟงกง นครไถหนาน

     ส่วนที่ตำบลลู่กั่ง ในเมืองจางฮั่ว ยังคงมีการสืบสานประเพณีการบูชาเจ้าแม่ชีเหนียงมา และเจ้าแม่ฉวงหมู่ โดยในช่วงพลบค่ำของวันฉีซี ชาวบ้านที่ลู่กั่งจะจัดโต๊ะบูชาเจ้าแม่ชีเหนียงไว้บริเวณลานบ้าน ของที่ใช้บูชาอาทิ ขนมถังกั่ว (糖粿) ที่ทำมาจากแป้งข้าวเหนียว คล้ายกับขนมบัวลอย แต่กดให้ตรงกลางเป็นรอยบุ๋ม เป็นสัญลักษณ์ที่สื่อถึงน้ำตาแห่งความคิดถึงของสาวทอผ้า นอกจากนี้ยังมี ข้าวมันสไตล์ไต้หวัน หรือที่เรียกว่าโหยวฟ่าน (油飯) ไก่ต้มน้ำมันงา ดอกบานไม่รู้โรยสีแดงที่เป็นสัญลักษณ์ให้มีลูกหลานเต็มบ้านเพื่อสืบสานวงศ์ตระกูล  ดอกหงอนไก่สีแดงเพื่อความเป็นมงคล ดอกมะลิให้กลิ่นหอม รวมถึง ชาดทาปากแบบจีน (胭脂) แป้ง กระจก เครื่องสำอางต่างๆ กะละมังเล็กๆใส่น้ำไว้และผ้าเช็ดหน้า เพื่อให้เจ้าแม่ชีเหนียงได้แต่งองค์ทรงเครื่อง นอกจากนี้ยังมีการใช้ไม้ไผ่และกระดาษสร้างเป็นศาลเจ้าแม่ชีเหนียงมา รวมถึงเตรียมกระดาษเงิน กระดาษทอง เพื่อบูชาเจ้าแม่ชีเหนียงมา และหากบ้านใดมีเด็กในบ้าน นอกจากบูชาเจ้าแม่ชีเหนียงมาแล้ว ผู้ใหญ่จะนำเอาข้าวมันสไตล์ไต้หวัน เนื้อ และกระดาษเงินกระดาษทองมาไว้ที่เตียงของเด็ก เพื่อเป็นการบูชาเจ้าแม่ฉวงหมู่ให้ช่วยคุ้มครองดูแลเด็กๆในบ้านให้แคล้วคลาดปลอดภัยด้วย

เทพขุยซิง (魁星) เทพเจ้าแห่งการสอบ ถ่ายที่วัดจี๋อิ้งเขตมู่จ้า ไทเป (ภาพถ่ายโดย หวงเยี่ยนเซิง)

     นอกจากนี้ เทศกาลชีซียังเป็นวันเกิดของเทพขุยซิง (魁星) เทพเจ้าที่ได้รับการเคารพนับถือได้ด้านการสอบ สมัยโบราณผู้ที่สอบจงหงวนจะขอพรกับเทพขุยซิงให้สอบติด ปัจจุบันที่ไต้หวัน บ้านไหนมีลูกหลานที่อยู่ในช่วงการสอบ ในวันชีซี เด็กๆก็จะถือโอกาสนี้ นำเอาพู่กัน ขนมถ้วยฟู บ๊ะจ่าง หรือซาลาเปาที่ในภาษาจีนออกเสียงคล้ายกับคำว่าสอบติด มาบูชาเทพขุยซิง เพื่อให้สมหวังในด้านการสอบอีกด้วย

      นักวิชาการด้านวัฒนธรรมบางส่วนกล่าวว่า ถึงแม้เทศกาลชีซีในปัจจุบันถูกขนานนามว่าเป็นวันแห่งความรัก แต่หากดูจากประวัติศาสตร์และประเพณีโบราณ จะเห็นได้ว่าเทศกาลชีซี มีความใกล้เคียงกับ เทศกาลสำหรับสตรีและเด็กมากเสียกว่า เพราะเป็นวันที่อบอวลไปด้วยความรักและการกล่าวขอบคุณเทพผู้พิทักษ์ เทศกาลชีซีนอกจากจะขอพรให้พบเจอคู่รักแล้ว จึงเป็นอีกวันที่เหมาะสำหรับการขอบคุณความรักและความห่วงใยผู้ที่เคยดูแลเรา ในแง่ของยุคปัจจุบัน ความเชื่อเรื่องเทพผู้พิทักษ์ แม่ซื้อค่อยๆเลือนหายไป บางทีเทพผู้พิทักษ์เหล่านั้นไม่ได้เลือนหายไปไหนเลย พวกท่านก็คือบุพการีหรือญาติผู้ใหญ่ที่คอยห่วงใยดูแลเรา เราจึงอาจสามารถใช้โอกาสนี้ กล่าวขอบคุณและแสดงความรักกับบุคคลเหล่านี้ตามยุคสมัยที่เปลี่ยนไปก็ได้เช่นเดียวกัน

     ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องราวบันทึกชีวิตในไต้หวันในสัปดาห์นี้ ที่พาคุณมาทำความรู้จักกับชีวิตของชาวไต้หวันในแบบฉบับที่ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น เทศกาลชีซีปีนี้ อย่าลืมขอบคุณคนข้างๆของคุณที่รักและห่วงใยคุณ และอย่าลืมขอบคุณตัวคุณเองที่คุณได้ดูแลตัวเอง อดทน และใช้ชีวิตมาจนถึงปัจจุบันด้วยนะคะ ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆท่าน

 

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง