ที่นี่ไต้หวัน –24 มค.61-ช่วงตรุษจีนความต้องการอาหารทะเลเพิ่มขึ้น

  • 24 January, 2018
  • แสงชัย กิตติภูมิวงศ์
開春豐收 馬公漁市場熱絡(2)

ก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนมีการรับประทานอาหารเลี้ยงโดยเถ้าแก่ที่ต้องการขอบคุณลูกน้องหรือพนักงานที่เรียกกันว่า “เหว่ยหยา” ได้ทยอยกันจัดขึ้นในช่วงนี้แล้ว  เพราะฉะนั้นในช่วงก่อนตรุษจีนไม่ว่าจะเป็นอาหารทะเล เนื้อเป็ด เนื้อไก่ จะมีราคาสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง อาหารทะเลไม่ว่าจะเป็นกุ้ง หอย ปู ปลา ก็ถีบตัวสูงขึ้น เนื่องจากความต้องการของตลาดสูงขึ้น ขณะนี้มีรายงานข่าวว่า มีการปรับราคาของอาหารทะเลสูงขึ้นอย่างน้อย 20%  หวงหงเอี้ยน (黃鴻燕) อธิบดีกรมประมง หน่วยงานสังกัด คณะกรรมการการเกษตร เปิดเผยว่า ช่วงปกติปริมาณความต้องการอาหารทะเลในไต้หวันคือวันละ 300 ตัน ในช่วงก่อนตรุษจีน 5 วัน คาดว่าปริมาณความต้องการอาหารทะเลจะเพิ่มขึ้นวันละ 20% อยู่ที่ระดับ 400 ถึง 420 ตัน ประชาชนที่ต้องการบริโภคควรซื้อก่อนตรุษจีนเพื่อหลีกเลี่ยงช่วงราคาสูง

         สำหรับประเพณีเหว่ยหยานั้นมีประวัติความเป็นมาอย่างไร? กล่าวคือ ในหมู่ชาวจีนนั้นเมื่อใกล้ถึงวันสิ้นปีจะมีประเพณีการไหว้เจ้าอย่างหนึ่งเรียกว่า  “เหว่ยหยา”ซึ่งตรงกับวันที่  16 เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติจีน ในตอนเย็นของวันนี้แต่ละบ้านจะจัดเตรียมอาหารของเซ่นไหว้ ต่าง ๆ ซึ่งจะมีไก่ตัวผู้หนึ่งตัว(เป็นสัญญลักษณ์ของการค้ารุ่งเรือง) เป็ด ปลา เนื้อ ไข่ ผลไม้ เป็นต้น มีการตั้งโต๊ะที่กลางห้องโถงเพื่อทำพิธีเซ่นไหว้ เผากระดาษเงินกระดาษทอง ส่วนคำว่า “หยา” หมายถึงพิธีเซ่นไหว้ ถู่ตี้กง ซึ่งก็คือพระภูมิเจ้าที่ของชาวจีน การเซ่นไหว้เช่นนี้จะเรียกว่า “จั้วหยา”  ตามประเพณีที่ปฏิบัติในไต้หวัน คนที่ทำการค้านิยมไหว้เจ้าที่ทุกวันที่ 2 และ 16 ของเดือน เครื่องเซ่นไหว้ที่ใช้ได้แก่เนื้อสัตว์ ผลไม้ ธูป เทียน กระดาษเงินกระดาษทอง โดยจะเซ่นไหว้เป็นประจำ ซึ่งการเซ่นไหว้เจ้าที่ในครั้งแรกของปีคือวันที่ 2 เดือน 2 ตามปฏิทินจีน เรียกว่า “โถวหยา”(แปลว่าการเซ่นไหว้ครั้งแรก) และ ครั้งสุดท้ายก็คือวันที่ 16 เดือน 12 คือ “เหว่ยหยา” (แปลว่าการเซ่นไหว้ครั้งสุดท้าย) หลังจากไหว้ "เหว่ยหยา" เสร็จแล้วเถ้าแก่จะจัดงานเลี้ยงขอบคุณบรรดาลูกน้อง ที่ได้เหน็ดเหนื่อยในรอบปีที่ผ่านมา โดยใช้อาหารที่เซ่นไหว้นำมาปรุงหรืออุ่นให้ร้อน ในการกินเลี้ยง “เหว่ยหยา” บางครั้งจะเป็นเหตุการณ์น่าหวาดเสียว เพราะอาจมีการบอกเป็นนัยว่าเถ้าแก่จะไล่ลูกน้องออกจากงาน หากในการรับประทาน “เหว่ยหย่า” ถ้าเถ้าแก่วางหัวไก่หันไปที่ลูกน้องคนไหน แปลว่าลูกน้องคนนั้นจะถูกไล่ออก แต่ถ้าไม่มีการไล่ใครออกหัวไก่จะหันเข้าตัวเถ้าแก่เอง อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันไม่มีธรรมเนียมบอกใบ้แบบนี้อีกแล้ว ประกอบกับสมัยนี้ธุรกิจต่าง ๆ จะอยู่ในรูปบริษัทขนาดใหญ่ เมื่อถึงตอนเลี้ยง “เหว่ยหยา” เถ้าแก่จะจัดงานเลี้ยงในภัตตาคารหรือในโรงแรมมากกว่าการกินเลี้ยงที่บ้านแบบครอบครัว เถ้าแก่จึงไม่สะดวกที่จะคอยหันหัวไก่เข้าหาลูกน้องอีก ถ้าต้องการไล่พนักงานออกก็บอกกันตรงๆกันเลย