กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 15 ต.ค. 61 ผู้นำไต้หวันย้้ำ 4 หลัก

  • 14 October, 2018
  • กฤษณัย ไสยประภาสน์
國慶花車遊行 蔡總統揮手致意(2)
五院院長出席107年國慶大會
農委會國慶花車 打造農業安心幸福景象

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ 15 ต.ค. 61

        ผู้นำไต้หวันย้้ำ 4 หลักการ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ไต้หวัน ในโอกาสวันชาติไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ครบรอบ 107 ปี โดยผู้นำไต้หวันได้กล่าวสุนทรพจน์ ณ ลานหน้าทำเนียบ ปธน. ไต้หวัน ต่อหน้าแขกผู้มีเกียรติจากทั่วโลก และฝูงชนที่ร่วมฉลองวันชาติ ดังนี้ 

สุนทรพจน์ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เนื่องในโอกาสฉลองวันชาติครบรอบ 107 ปี สาธารณรัฐจีน
วันพุธที่ 10 ตุลาคม พ.ศ.2561

      เรียนท่านประธานซูเจียฉวน ประธานการจัดงานและประธานสภานิติบัญญัติ ท่านผู้เกียรติทุกท่าน ตลอดจนพ่อแม่พี่น้องทั่วประเทศที่กำลังชมการถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์หรือทางอินเตอร์เน็ตอยู่ในขณะนี้ อรุณสวัสดิ์ สวัสดีทุกท่านค่ะ

      วันนี้เป็นวันครบรอบ 107 ปีแห่งการสถาปนาประเทศไต้หวันสาธารณรัฐจีน  ในวันนี้มีชาวจีนโพ้นทะเลและมิตรแท้จากทั่วโลกเดินทางมาจากแดนไกล เพื่อเข้าร่วมพิธีฉลองวันเกิดให้แก่ไต้หวันสาธารณรัฐจีน ข้าพเจ้าขอเป็นตัวแทนประชาชนชาวไต้หวัน กล่าวขอบคุณทุกท่านด้วยความใจจริง

      เนื่องในโอกาสครบรอบวันสถาปนาประเทศ นอกจากจัดงานเฉลิมฉลองแล้ว ยังต้องไตร่ตรองถึงอนาคตของประเทศชาติด้วย ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ทุกประเทศต้องเผชิญกับบททดสอบใหม่อันเนื่องมาจากสถานการณ์โลกที่แปรเปลี่ยนไป แน่นอนเป็นการทดสอบพวกเราทุกคนด้วย รัฐบาลพยายามแสวงหายุทธศาสตร์และแนวทางที่ดีที่สุด เพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้อยู่ตลอดเวลา ข้าพเจ้าขอถือโอกาสในวันนี้ ชี้แจงแนวทางที่รัฐบาลเลือกนำมาใช้ปฎิบัติให้ประชาชนทั้งประเทศได้รับทราบอย่างละเอียด

        เชื่อว่าทุกท่านคงสังเกตเห็นแล้วว่า สถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจโลกกำลังผกผันอย่างรุนแรง ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกากับจีน ส่งผลให้การแบ่งงานในภาคอุตสาหกรรมโลกต้องปรับเปลี่ยนใหม่ อีกทั้งส่งผลกระทบต่อระเบียบของภาคเศรษฐกิจและการค้าโลก ในขณะที่ความสัมพันธ์ในภูมิภาคอินโด-แปซิฟิกและสองฝั่งช่องแคบไต้หวันเพิ่มความซับซ้อนมากขึ้น  การท้าทายสถานภาพปัจจุบันในภูมิภาคของจีน กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับจ้องจากประชาคมโลก ไต้หวันซึ่งตั้งอยู่ในแถบตะวันตกของมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นด่านแรกที่จะได้รับผลกระทบนี้อย่างรุนแรง

         ในช่วงที่ผ่านมา การกดดันโดยผ่านสื่อและการข่มขู่ด้วยกำลังอาวุธ ตลอดจนการกดดันทางการทูตจากจีน ไม่เพียงทำร้ายความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน ยังเป็นการท้าทายสันติภาพ เสถียรภาพและสถานภาพปัจจุบันของช่องแคบไต้หวัน การเผชิญหน้ากับแรงกดดันดังกล่าว มีบางคนหวังว่ารัฐบาลจะเลือกใช้วิธีต่อต้านที่แข็งกร้าวกว่าเดิม แต่มีบางคนเห็นว่าควรใช้วิธีประนีประนอม แต่ขอเรียนทุกท่านว่า สถานการณ์ยิ่งผกผันไต้หวันก็ยิ่งต้องรักษาเสถียรภาพเอาไว้ให้ได้ เราต้องใช้ความสุขุมรอบคอบมารับมือกับแรงกดดัน และใช้ความเยือกเย็นมาแสวงหาสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อความคงอยู่ของชาติ

          จุดยืนที่ข้าพเจ้ายืนหยัดในช่วงเวลากว่า 2 ปีที่ผ่านมาคือ ธำรงไว้ซึ่งวิถีชีวิตตามระบอบเสรีประชาธิปไตยของประชาชนจำนวน 23 ล้านคน ปกป้องการพัฒนาอย่างยั่งยืนของไต้หวันสาธารณรัฐจีน ธำรงไว้ซึ่งสันติภาพในช่องแคบไต้หวันและเสถียรภาพในภูมิภาค นี่คือความเห็นส่วนใหญ่ของชาวไต้หวันทั้งประเทศ และนี่คือสิ่งที่นักการเมืองและพรรคการเมืองที่มีความรับผิดชอบต้องยืนหยัดที่จะปกป้องให้ถึงที่สุด

 

          ท่ามกลางที่ทั่วโลกกำลังหาทางรับมือกับการขยายอำนาจของจีน รัฐบาลภายใต้การนำของข้าพเจ้าจะทำให้ทั่วโลกมองเห็นความเข้มแข็งของไต้หวัน แผนการปกป้องไต้หวันที่ดีที่สุดคือ ทำให้โลกใบนี้ขาดไต้หวันไม่ได้และไม่มีชาติใดสามารถทดแทนไต้หวันได้

          แรงกดดันจากภายนอกที่พยายามเปลี่ยนแปลงสถานภาพปัจจุบันของสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน จะไม่ได้รับการยอมรับจากชาวไต้หวัน แนวคิดที่ขัดแย้งกับค่านิยมสากล จะไม่ได้รับการยอมรับและสนับสนุนจากประชาคมโลก

          ข้าพเจ้าขอเรียกร้องทางการปักกิ่งอีกครั้งว่า ประเทศมหาอำนาจที่มีความรับผิดชอบ ควรสวมบทบาทเป็นผู้สร้างประโยชน์ให้แก่ภูมิภาคและโลก มิใช่เป็นผู้สร้างความขัดแย้ง

          ในฐานะที่เป็นประธานาธิบดี ข้าพเจ้าขอรับประกันกับทุกท่านว่า เราจะไม่เพิ่มความขัดแย้งให้รุนแรงขึ้น แต่จะไม่มีวันยอมศิโรราบ  ข้าพเจ้าจะไม่ใช้อารมณ์ชั่ววูบมาตัดสินใจก้าวไปสู่การเผชิญหน้าและทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวันตกอยู่ในภาวะอันตราย แต่ข้าพเจ้าก็จะไม่ฝ่าฝืนความต้องการของประชาชน ยอมสละอธิปไตยของไต้หวัน ภายใต้สถานการณ์ที่ผกผันเช่นนี้ เราจะประเมินสถานการณ์ผิดพลาดไม่ได้ การยั่วยุให้เกิดการปะทะกันหรือการประนีประนอม รังแต่จะตอกย้ำให้สถานการณ์เลวร้ายยิ่งขึ้น

          หนทางในการรับมือของเราก็คือ “มั่นคง ปรับตัว และก้าวหน้า”แม้หนทางนี้จะเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่ ณ ขณะนี้ เป็นหนทางที่ไต้หวันต้องก้าวไปอย่างมั่นคง

          ยุทธศาสตร์ที่จะสามารถรับมืออย่างได้ผลก็คือ ต้องเสริมสร้างพลังแห่งชาติให้เข้มแข็ง ดังนั้น ภารกิจที่สำคัญที่สุดในปัจจุบันก็คือ การเสริมความเข้มแข็งให้แก่ความปลอดภัยแห่งชาติ เสริมสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ เสริมเครือข่ายความมั่นคงทางสังคม และสร้าง “ความแข็งแกร่งให้แก่ไต้หวัน”อย่างต่อเนื่อง ให้ไต้หวันมีพลังอันเข้มแข็ง ยกระดับความสำคัญของไต้หวันในประชาคมโลกที่ไม่อาจมีอะไรมาทดแทนได้ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญแห่งการดำรงอยู่อย่างยั่งยืนของไต้หวัน

           ความท้าทายที่ประเทศชาติของเรากำลังเผชิญอยู่ ณ ขณะนี้ ไม่ใช่มีเพียงความปลอดภัยด้านการทหารเช่นในอดีตเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่การกดดันด้านการทูต การแทรกซึมทางสังคม กระทั่งความปลอดภัยทางเศรษฐกิจ ล้วนเป็นเครื่องมือที่ก่อให้เกิดภัยคุกคามได้ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้น ภารกิจเร่งด่วนก็คือ ต้องสร้างยุทธศาสตร์โดยรวมขึ้น เร่งเสริมสร้างความเข้มแข็งให้แก่ความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติ

          เครือข่ายแห่งความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติอันดับแรกก็คือ ต้องเสริมสร้างการเชื่อมต่อด้านการทูตให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น สร้างไต้หวันให้มีความสำคัญที่ไม่อาจมีสิ่งอื่นมาทดแทนได้

          ไต้หวันตั้งอยู่ในจุดภูมิรัฐศาสตร์ที่มีความสำคัญยิ่งทางยุทธศาสตร์ เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการแปรเปลี่ยนของสถานการณ์โลก การเลือกใช้ยุทธศาสตร์ของเราแจ่มชัดยิ่ง นั่นก็คือ ยืนหยัดในเสรีภาพประชาธิปไตย และเศรษฐกิจการตลาด คุณค่าพื้นฐานสองประการนี้ ได้ทำให้ไต้หวันกลายเป็นแบบอย่างแห่งประชาธิปไตยในเอเชีย และเป็นพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของไต้หวันให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

 

          สองปีที่ผ่านมา ภายใต้การกดดันจากจีน เรายืนหยัดในอุดมการณ์ของตน แสดงออกถึงความอดทนอย่างที่สุด ทำให้ประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกับเรามีจำนวนมากขึ้นเป็นลำดับ แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

           โดยเฉพาะอย่างยิ่ง สหรัฐอเมริกา ช่วงที่ผ่านมา นอกจากรัฐสภาจะผ่านกฎหมายที่เป็นมิตรกับไต้หวันหลายฉบับแล้ว ก่อนหน้านี้ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังได้ประณามจีนที่กดดันทางการทูต และชื่นชมระบอบประชาธิปไตยของไต้หวัน

           ส่วนญี่ปุ่นที่มีการปกครองระบอบประชาธิปไตยเช่นเดียวกับไต้หวัน ก็ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวันทั้งในเวทีระหว่างประเทศ หรือแสดงความห่วงใยซึ่งกันและกัน เมื่อเกิดภัยพิบัติธรรมชาติขึ้น ส่งผลให้มิตรภาพระหว่างสองประเทศแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นเป็นลำดับ

          ก่อนหน้านี้ไม่นานนัก รัฐสภายุโรปก็ได้มีมติ ชื่นชมการพัฒนาประชาธิปไตยของไต้หวัน ขณะเดียวกันก็เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปร่วมแรงร่วมใจสกัดกั้นการใช้กำลังอาวุธยั่วยุไต้หวัน ทำลายสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน

          เรามีพันธมิตรจำนวนมาก ที่เคลื่อนไหวเพื่อสนับสนุนไต้หวัน เรียกร้องให้ความร่วมมือระหว่างประเทศไม่ควรที่จะขาดไต้หวันไป ในวันนี้ เรามีมิตรที่แสนดีที่ยืนหยัดสนับสนุนไต้หวัน 3 ท่าน มาร่วมฉลองวันชาติของเรา ได้แก่ มาริโอ อับโด เบนิเตซประธานาธิบดีปารากวัย เซอร์ แทพลีย์ ซีตัน ผู้สำเร็จราชการจากเซนต์คิตส์และเนวิส และ อัลเลน แชสแตเนท นายกรัฐมนตรีจากเซ็นต์ลูเซีย

          เราขอถือโอกาสนี้ แสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ่งต่อพวกท่านเหล่านี้ ขอให้ทุกท่านปรบมือแสดงความขอบคุณจากใจพร้อมๆ กัน และต้อนรับผู้นำจากแดนไกลทั้ง 3 ท่านนี้ด้วยค่ะ

 

          มาตรการที่ 2 แห่งการเสริมความปลอดภัยแห่งชาติ ก็คือการเสริมสมรรถนะความสามารถในการป้องกันประเทศ

          “สกัดกั้นเป็นแนวหลายชั้น เสริมความแข็งแกร่งให้แก่การป้องกันประเทศ”เป็นยุทธศาสตร์ด้านการทหารของเรา หัวใจของมันก็คือ การเสริมสมรรถนะความสามารถในการสู้รบของกองทัพไต้หวัน ข้าพเจ้าเคยกล่าวไว้ว่า ขอแต่เพียงให้ไช่อิงเหวิน เป็นประธานาธิบดีเท่านั้น งบประมาณด้านกลาโหมจะต้องเพิ่มขึ้นทุกปี กองทัพและอาวุธยุทโธปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพของกองทัพ จะต้องสามารถปกป้องอธิปไตยของไต้หวัน สาธารณรัฐจีนได้อย่างแน่นอน

           นอกจากนี้ เรายังได้เร่งเสริมสมรรถนะ “ยืนอยู่บนลำแข้งของตัวเอง”ด้านการทหาร โดยเมื่อเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา บริษัทฮั่นเสียงของไต้หวันได้ทำพิธีเปิดใช้เครื่องบินฝึกซ้อมระดับสูง ต่อมาเดือน ส.ค. กองทัพเรือของเราก็ได้ประกาศ “เปิดศักราชใหม่กองทัพเรือ”

          ซึ่งเป็นการรื้อฟื้นแผนการสร้างเครื่องบินฝึกหัดระดับสูงกับเรือดำน้ำด้วยตนเอง ที่ล่าช้ามาอย่างเนิ่นนานให้มีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง อุตสาหกรรมกลาโหมในอนาคต ไม่เพียงแต่จะเสริมสร้างสมรรถนะการสู้รบของกองทัพเท่านั้น หากยังจะเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องโดยรอบให้มีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้นอีกด้วย รวมทั้งจะเป็นพลังขับเคลื่อนทางเศรษฐกิจที่มีสำคัญของไต้หวันอีกด้วย

 

          มาตรการที่ 3 แห่งการเสริมความปลอดภัยแห่งชาติ เป็นการป้องกันกำลังจากภายนอก บ่อนทำลายแทรกซึมเข้าในประเทศ ปกป้องระบอบประชาธิปไตยและเศรษฐกิจสังคมให้ดำเนินไปตามปกติ

          เสรีภาพประชาธิปไตยที่มีความหลากหลายของไต้หวันเป็นค่านิยมที่พวกเราต้องยืนหยัดปกป้อง หากประเทศอื่นอาศัยเสรีภาพของสังคมไต้หวันเข้ามาแทรกซึมทำให้เกิดความวุ่นวาย พวกเราจะต้องปกป้องเต็มที่ทุกวิถีทาง จะไม่นิ่งดูดายอย่างเด็ดขาด

          ไม่ว่าจะเป็นการเผยแพร่หรือสร้างข่าวปลอม ขโมยความลับเทคโนโลยีหรือ จงใจทำลายระบบความปลอดภัยสารสนเทศ หรือพฤติกรรมแทรกแซงการเลือกตั้ง ก่อกวนการบริหารประเทศด้วยวิธีการต่างๆ หากตรวจพบมีหลักฐาน พวกเราจะจัดการจนถึงที่สุด

          ต่อกรณี การเผยแพร่ข่าวปลอมจากบางประเทศ พวกเราจะเสริมร่วมมือกับต่างประเทศ มีการแลกเปลี่ยนด้านประสบการณ์เพื่อป้องกัน ในอนาคตจะจัดตั้งกลไกการแจ้งเตือนและตรวจสอบ ร่วมกันรับมือต่อข่าวปลอมเหล่านี้ที่ทำลายและกระทบต่อความสงบสุขสังคมในประเทศต่างๆ

 

          มาตรการที่ 4 แห่งการเสริมความปลอดภัยแห่งชาติ คือการปฏิรูปและการปรับโครงสร้างใหม่ด้านกลยุทธ์เศรษฐกิจการค้าโลก

          การเผชิญหน้ากับสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน และการจัดระเบียบเศรษฐกิจการค้าโลกใหม่ที่เปลี่ยนแปลงในวงกว้าง พวกเราจะต้องปรับบทบาทไต้หวันให้สอดคล้องกับการพัฒนาของภูมิภาคและห่วงโซ่อุปทานของโลก จะต้องวางกลยุทธ์ใหม่โดยอาศัยพลังนักธุรกิจไต้หวันขนาดกลางและใหญ่ ประสานภาวะทิศทางของโลก ประกอบกับพลังของกิจการขนาดกลางและย่อม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจไต้หวันมีการปฏิรูปยกระดับทั้งหมด

          สิ่งสำคัญ 3 ประการที่พวกเราต้องกระทำ

          ประการ 1 ในมุมมองการเสริมสร้างระหว่างกันในโครงสร้างการผลิตและทรัพยากร ในการวิจัยพัฒนาและการผลิตระดับสุดยอด จะร่วมมือกับสหรัฐฯ ยุโรป ญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศอุตสาหกรรมก้าวหน้า เชื่อมโยงเทคโนโลยีและการแบ่งงานอุตสาหกรรมอย่างแนบแน่น เพื่อสร้างห่วงโซ่อุปทานใหม่และมีประสิทธิภาพสูง

          ประการที่ 2 ในมุมมองการแบ่งปันทรัพยากรและตลาด จะส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจและความรุ่งเรื่องร่วมกับประเทศตามนโยบายมุ่งใต้ใหม่และประเทศตลาดใหม่อื่นๆ จะอาศัยความร่วมมือหลายรูปแบบ ร่วมกันพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมสำคัญ และด้านเศรษฐกิจสวัสดิการประชาชน

          ประกาศที่ 3 ในด้านประเทศพันธมิตรของพวกเรา จะช่วยเหลือรัฐบาลเหล่านั้นในการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกและแสวงหาโอกาสใหม่ วางรากฐานการพัฒนายั่งยืนทางเศรษฐกิจ ในขณะเดียวกันจะเป็นการขยายตลาดใหม่ ฐานการผลิตใหม่ของไต้หวัน สอดคล้องกับแผนขยายจุดประกอบการของไต้หวันไปทั่วโลก

 

         ในด้านการเสริมศักยภาพทางเศรษฐกิจ พวกเราจะต้องเร่งการปฏิรูป ดำเนินโครงการพัฒนาสาธารณูปโภคอย่างมีประสิทธิภาพ แก้ปัญหาความขาดแคลนปัจจัยการผลิต 5 ประการ และแบ่งปันประโยชน์จากการขยายตัวเศรษฐกิจให้แก่ประชาชน

          การปฏิรูปเศรษฐกิจ สิ่งสำคัญคือเทคโนโลยี รัฐบาลมุ่งมั่น 4 เป้าหมายคือ “การชี้นำอย่างมีระบบ การผสานฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ กองทัพกับประชาชนร่วมมือกัน และการเชื่อมโยงกับเวทีโลก”เร่งยกระดับการพัฒนาเทคโนโลยีและความสามารถในการวิจัยพัฒนา เป็นพื้นฐานสำคัญของการยกระดับเศรษฐกิจ

          พวกเราใช้แนวความคิดใหม่ ทลายกรอบที่ไม่เหมาะสมกับยุคสมัย ผ่อนคลายพันธนาการที่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขัน  นำพาผู้ประกอบการก้าวเข้าสู่โอกาสใหม่

          ในกระบวนการเหล่านี้ โครงการพัฒนานวัตกรรม 5 + 2 ได้สัมฤทธิ์ผลปฏิรูปยกระดับอุตสาหกรรม มีการพัฒนาอุตสาหกรรมเครื่องจักรกลอัจฉริยะ ปีที่แล้วมูลค่าทะลุ 1 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน มีการพัฒนาความแม่นยำ ทำให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอีกระดับหนึ่ง และเป็นการยกระดับมาตรฐานการผลิตในอุตสาหกรรมอวกาศ IoT และวัสดุการแพทย์ด้วย

          นอกจากนี้ เป้าหมาย “ไต้หวันปลอดนิวเคลียร์” ได้มีการยืนยันแบบพิมพ์เขียวการพัฒนาพลังงานสีเขียวที่ชัดเจนแล้ว พร้อมทั้งดึงดูดบริษัทพลังงานลมนอกชายฝั่งทะเลข้ามชาติหลายบริษัทมาร่วมลงทุน ทำให้ห่วงโซ่อุตสาหกรรมพลังงานลมในไต้หวันกำลังก่อตัว

          เรายังจะมีการเพิ่มการวางแผนในตลาดนานาชาติ ยกระดับศักยภาพในการรับมือกับสถานการณ์ผกผันและปรับระบบซัพพลายอย่างรวดเร็วของภาคอุตสาหกรรม ทั้งนี้ สภาบริหารได้จัดตั้งชุดเฉพาะกิจ เพื่อให้ความช่วยเหลือนักธุรกิจไต้หวันในการวางแผนฐานการผลิตที่หลากหลายมากขึ้น สำหรับนักธุรกิจที่ประสงค์จะกลับมาลงทุนที่ไต้หวัน เราจะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มกำลัง แต่หากต้องการไปลงทุนยังประเทศอื่น เราก็จะให้ความช่วยเหลือเต็มที่เช่นกัน

 

          ด้านโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในอนาคต งบประมาณการก่อสร้างงวดแรกในปีนี้ ได้รับการอนุมัติและเริ่มดำเนินการแล้ว ผลจากการเริ่มดำเนินการของโครงการนี้ จะเริ่มปรากฏเด่นชัดมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ความต้องการภายในประเทศขยายตัวเพิ่มมากขึ้น โดยในจำนวนนี้ พลังงานสีเขียว ดิจิทัล แหล่งทรัพยากรน้ำ การขนส่งระบบรางและการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในตัวเมืองและชนบท เป็นเป้าหมายสำคัญลำดับต่อไปที่ไต้หวันจะดำเนินการลงทุน  

          จากการปฏิรูประบบภาษีพลังงานไฟฟ้าสีเขียว ทำให้รัฐบาลเมืองจางฮั่ว มีสถานะทางการเงินที่มั่นคง ส่งผลให้เด็กนักเรียนได้รับอาหารมื้อกลางวันที่ถูกหลักโภชนาการ รวมทั้งงบดุลสำหรับระบบสวัสดิการสังคมก็มีเสถียรภาพมากขึ้น

          ในเขตพื้นที่ชนบทและห่างไกลจากความเจริญ เราได้วางระบบโครงข่ายบรอดแบนด์ ให้เด็กๆ สามารถเชื่อมต่อกับโลกได้โดยผ่านอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ลดช่องว่างระหว่างตัวเมืองและชนบทให้น้อยลง

           ด้านการพัฒนาทรัพยากรน้ำนั้น มีการสร้างอ่างปรับระดับน้ำที่เขื่อนสือเหมิน โครงการระบบประปาเบื้องล่างของเขื่อนหูซาน รวมทั้งการก่อสร้างโครงการคลองป้องกันดินโคลนที่เขื่อนเจิงเหวิน ทำให้ระบบการจ่ายน้ำกินน้ำใช้ ตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคใต้มีความมั่นคงมากขึ้น

          สำหรับปัญหาฝนตกหนักในบางพื้นที่จนเกิดอุทกภัย ซึ่งเกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรงนั้น รัฐบาลกำลังสร้างบ่อพักน้ำ อ่างเก็บน้ำ ตลอดจนขุดลอกคูคลองและแม่น้ำ เพื่อให้การระบายน้ำรวดเร็วขึ้น ลดภัยพิบัติให้น้อยลง

          ด้านการก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนในเขตพื้นที่ภาคตะวันออก อย่างโครงการปรับปรุงทางหลวงระหว่างซูเอ้า-ฮัวเหลียน และโครงการขยายทางหลวงระหว่างไถตง-ผิงตง ขณะนี้ เริ่มเห็นผลจากโครงการดังกล่าวแล้ว

          ส่วนโครงการขนส่งระบบรางที่ทุกคนให้ความสนใจนั้น กำลังอยู่ระว่างดำเนินการปรับปรุงระบบรถไฟที่วิ่งไปยังภาคตะวันออก และเส้นทางรถไฟระหว่างฮัวเหลียน-ไถตง เพื่อให้เส้นทางรถไฟที่วิ่งรอบเกาะไต้หวันมีความสมบูรณ์มากขึ้น

          ระบบขนส่งมวลตั้งแต่ภาคใต้ถึงภาคเหนือ อาทิ รถไฟฟ้ารางเบาในภาคเหนือที่จีหลงและซินจู๋ รถไฟเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างเมืองที่ภาคกลาง โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าสายสีเขียวที่เมืองจางฮั่ว รวมถึงโครงการขยายส่วนต่อเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีแดง และโครงการก่อสร้างเส้นทางรถไฟฟ้าสายสีเหลืองที่นครเกาสง ก็เริ่มวางแผนก่อสร้างและเข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาอนุมัติแล้ว

          การพัฒนาการขนส่งระบบราง ไม่เพียงแต่จะอำนวยความสะดวก ทำให้การเดินทางรวดเร็วแล้ว ยังลดมลภาวะที่เกิดจากรถจักรยานยนต์และรถยนต์ลงได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วย

          เป้าหมายในการผลักดันโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในอนาคต เพื่อปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการลงทุน สร้างความสมดุลด้านการพัฒนาระหว่างตัวเมืองและชนบท อันเป็นการเสริมสร้างสภาพแวดล้อมในการดำเนินชีวิตที่ดีกว่าให้แก่คนรุ่นใหม่

 

          เรายังมีการปรับปรุงสภาพแวดล้อมในการลงทุน รวมถึงปัจจัยการผลิตที่ผู้ประกอบการห่วงใย ได้แก่ที่ดิน น้ำ ไฟฟ้า บุคลากรและแรงงาน ภายใต้การบริหารจัดการของนายไล่ชิงเต๋อ นายกรัฐมนตรี ที่ดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง ทำให้ปัญหาทยอยได้รับการแก้ไข

          ท่านคงจำกันได้ เมื่อฤดูร้อนปีที่แล้ว ปริมาณสำรองไฟฟ้าเหลือน้อย ไฟสัญญาณเตือนภัยสีส้มสว่างติดต่อกันนานถึง 66 วัน แต่ปีนี้ แม้อากาศจะร้อนกว่า และภาวะเศรษฐกิจจะร้อนแรงกว่า แต่ไฟสัญญาณเตือนภัยสีส้มไม่เคยสว่างอีกเลยแม้เพียงวันเดียว

          หากย้อนรำลึกไปถึงช่วงครึ่งแรกของปีนี้ ภาคตะวันตกมีฝนตกน้อยมาก ทุกคนผวาว่าจะขาดแคลนน้ำ แต่จากมาตรการบุกเบิกแหล่งน้ำ ประหยัดการใช้น้ำ บริหารจัดการและการสำรองที่เหมาะสม บวกกับโครงการก่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานในอนาคต ส่งผลให้เราฝ่าด่านอันตรายมาได้อย่างปลอดภัย

          ช่วงที่ผ่านมา โรงงานขนาดใหญ่ระดับแนวหน้าของโลกสัญชาติไต้หวัน เช่น บริษัท TSMC, Winbond, Powerchip เพิ่มการลงทุนในไต้หวันมากขึ้น บริษัทข้ามชาติระดับโลกอย่าง Google, Microsoft, Cisco System, Facebook บางส่วนเตรียมจัดตั้งศูนย์วิจัยในไต้หวัน บางส่วนเสนอโครงการความร่วมมือใหม่ เป็นการแสดงถึงสัมฤทธิ์ผลของการที่เราปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุน ทำให้ได้รับการยอมรับจากบริษัทและโรงงานทั้งในและต่างประเทศมากขึ้น

          เมื่อเริ่มดำเนินการยกระดับโครงสร้างทางเศรษฐกิจ เริ่มก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน ไปพร้อมๆ กับการปรับปรุงสภาพแวดล้อมการลงทุน ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจโลกเริ่มเข้าสู่ภาวะฟื้นฟู เศรษฐกิจของไต้หวันก็เจริญเติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

          เมื่อสองปีที่แล้ว เศรษฐกิจของเราถดถอยลงติดต่อกันถึง 3 ไตรมาส ในปีนี้อัตราการว่างงานตั้งแต่เดือน ม.ค. ถึง พ.ค. ต่ำที่สุดในรอบ 18 เดือน เมื่อปี 2560 เงินเดือนรวมสูงที่สุดในประวัติการณ์ สิ้นสุดสถานการณ์เงินเดือนลดน้อยถอยลงในช่วงสิบกว่าปีที่ผ่านมา

          ดัชนีทางเศรษฐกิจดีขึ้น แน่นอนว่าทำให้ผู้คนพึงพอใจ แต่สำหรับรัฐบาลแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ จะทำอย่างไรจึงจะเกิดการปันผลจากการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจให้แก่ประชาชนทั้งปวงได้

          ในปีนี้ เราได้ปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจและข้าราชการครูขึ้น 3% ทำให้เกิดกระแสการปรับขึ้นค่าจ้างตามในภาคธุรกิจ เรายังเร่งปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำ ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปจะเพิ่มขึ้นเป็น 23,100 เหรียญไต้หวัน จากปัจจุบัน 22,000 เหรียญไต้หวัน นอกจากนี้ เรายังผ่อนคลายระยะเวลาให้เงินกู้ยืมเพื่อการศึกษาเพิ่มขึ้น 4 ปี ช่วยลดภาระให้แก่กลุ่มบุคคลที่กู้ยืมเพื่อการศึกษา

          โครงการปฏิรูปภาษีที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไป ระบบภาษีที่ดีขึ้นจะทำให้เกิดความเป็นธรรมในการจ่ายภาษี  ที่เห็นเป็นรูปธรรมชัดเจนคือการปรับขึ้นค่าลดหย่อน 4 รายการ ในอนาคต ประชาชนผู้มีเงินเดือนต่ำกว่า 30,000 เหรียญไต้หวัน ไม่ต้องจ่ายภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ครอบครัวที่ดูแลผู้สูงอายุและเด็กจะได้รับการยกเว้นภาษีโดยปรับค่ายกเว้นสูงขึ้น

 

          ในด้านระบบรักษาความปลอดภัยทางสังคม เมื่อปี 2559 ขณะที่ข้าพเจ้าเพิ่งเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดี สิ่งที่ประชาชนทุกคนกังวลมากที่สุดก็คือ ปัญหาราคาบ้านที่สูงเกินไป ผู้สูงอายุไม่มีคนดูแล ภาระการเลี้ยงดูบุตรที่หนักหน่วง เกิดความไม่สงบเรียบร้อยในสังคม และการแพร่ระบาดของยาเสพติด ระบบรักษาความปลอดภัยทางสังคมในรอบด้านจะต้องลงมือทำอีกมากมาย ดังนั้น ในช่วงสองปีนี้ เราจะเร่งดำเนินการโดยเร็ว เพื่อสร้างระบบรักษาความปลอดภัยทางสังคมที่สมบูรณ์

          สำหรับปัญหาความเท่าเทียมในการอยู่อาศัยของผู้อยู่อาศัยในสังคม ได้เริ่มดำเนินการในรูปแบบต่างๆ ขณะนี้มีทั้งที่ก่อสร้างเสร็จและอยู่ในระหว่างดำเนินการก่อสร้าง รวมกว่า 24,000 ยูนิต และเมื่อรวมกับที่จะเริ่มก่อสร้างในภายหลัง ภายในสิ้นปีนี้จะมีจำนวนมากเกือบ 35,000 ยูนิต สำหรับกรุงไทเปและนครนิวไทเปซึ่งมีปัญหารุนแรงที่สุด ในช่วงเกือบ 2 ปีมานี้ มีผู้เข้าอยู่อาศัยแล้วกว่า 5,400 ยูนิต ในจำนวนนี้ ข้าพเจ้าได้ตรวจตราแล้วบางส่วน ไม่ว่าจะเป็นด้านคุณภาพหรือปริมาณล้วนทำให้ผู้คนรู้สึกพึงพอใจ

          ระบบบริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวที่เป็นที่ต้องการของประชาชนอย่างเร่งนั้น ขณะนี้ได้ยกระดับขึ้นเป็น “ระบบการดูแลผู้สูงอายุระยะยาว 2.0” เพียงโทรไปที่สายด่วน 1966 จะมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้บริการ เราได้ขยายขอบเขตและกลุ่มเป้าหมายในการให้บริการ และยังมีการเพิ่มค่าตอบแทนให้สูงขึ้น ทำให้มีผู้สมัครใจเข้ามาให้บริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเพิ่มขึ้น เพิ่มการให้บริการมากขึ้น เติมเต็มความต้องการของครอบครัวที่ใช้บริการมากยิ่งขึ้น จากความพยายามเหล่านี้ ทำให้จำนวนผู้ให้บริการดูแลผู้สูงอายุระยะยาวเพิ่มขึ้นกว่า 50% ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา และจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นอีก 1 เท่าตัวในช่วง 1 ปีมานี้

           สำหรับปัญหาอัตราการเกิดต่ำได้กลายมาเป็นปัญหาความมั่นคงแห่งชาติ นอกจากเราจะมอบเงินเบี้ยเลี้ยงอุดหนุนให้แล้ว ยังมีการจัดตั้ง “ระบบการดูแลเด็กกึ่งภาครัฐ” เพื่อพัฒนาเป้าหมายในการดูแลเด็กและให้การศึกษาของภาครัฐไปอีกขั้น ปัจจุบัน ระบบการดูแลเด็กและเนอสเซอรีกึ่งภาครัฐ สามารถให้บริการรับเลี้ยงเด็กในราคาย่อมเยาได้มากถึง 56,000 คน เพิ่มขึ้นจากในอดีตเป็นอย่างมาก เป้าหมายของเรามีความชัดเจนในการช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ปกครอง และแก้ไขปัญหาอัตราการเกิดต่ำ

          สำหรับประเด็นเรื่องความปลอดภัยสาธารณะที่หลายฝ่ายแสดงความกังวลนั้น เราได้นำเทคโนโลยีด้านปัญญาประดิษฐ์เข้ามาช่วยเหลือ เพื่อเพิ่มศักยภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนทำให้แนวโน้มของการก่ออาชญากรรมมีอัตราลดลงอย่างเห็นได้ชัด เรายังได้ดำเนินการกวาดล้างกระบวนการอาชญากรรมและการต้มตุ๋นหลอกลวง ซึ่งล่าสุดปีนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและอัยการได้ใช้กฏหมายฉบับแก้ไขว่าด้วยการป้องกันอาชญากรรม มาดำเนินการปราบปรามต่อสู้กับกลุ่มมิจฉาชีพและการกระทำความผิดอาชญากรรมในรูปแบบต่างๆ  ซึ่งมีผู้ถูกดำเนินคดีแล้วกว่า 1,300 ราย

          ช่วงเดือนกุมภาพันธ์และเดือนมิถุนายนปีนี้ ซึ่งเป็นระยะที่ 2 ของการดำเนินมาตรการต่อต้านยาเสพติดในชุมชน มีการจักุมยาเสพติดได้ปริมาณสูงถึง 9,700 กิโลกรัม จับกุมผู้ผลิต ผู้ค้า และผู้เสพได้กว่า 1,900 ราย ในช่วงระยะเวลา 4 ปี กเราทุ่มงบประมาณกว่า 1,000 ล้านเหรียญ ดำเนินยุทธศาสตร์ใหม่ของการต่อต้านยาเสพติด เพื่อถอนรากถอนโคนเครืยข่ายยาเสพติดออกจากสังคม

 

          พี่น้องประชาชนและพี่น้องชาวจีนโพ้นทะเลทุกคน ประเทศได้มีการเปลี่ยนแปลงทิศทางในการพัฒนา การเปลี่ยนแปลงไม่ใช่สิ่งน่ากลัว เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองการเปลี่ยนไปของโลก และทำให้ไต้หวันยังยืนหยัดอยู่ในจุดนี้ได้

          การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นก็เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดในอดีต เพราะเมื่อเราส่งมอบประเทศต่อให้แก่คนรุ่นหลัง เขาจะไม่จะต้องเจอกับภาระและความยากลำบากที่มากขึ้น ดังนั้นในช่วงสองปีที่ผ่านมาเรามีความมุ่งมั่นอย่างเต็มที่ในการปฏิรูปประเทศ ประเทศจำเป็นต้องก้าวหน้า ไม่ใช่ถอยหลัง

          ด้านการปฏิรูปเงินบำนาญ เราไม่สามารถกลับไปสู่จุดเดิม เพราะเราไม่สามารถทำให้คนทุกยุคสมัยตกอยู่ในภาวะสุ่มเสี่ยงต่อการเกิดวิกฤตทางการเงิน

          การเป็นประเทศปลอดนิวเคลียร์ก็ไม่สามารถก้าวถอยหลัง นี่ไม่ใช่เป็นการทำเพื่อนครนิวไทเปและเมืองผิงตงที่มีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ตั้งอยู่เท่านั้น แต่เป็นทำให้ประชาชนทุกคนทุกยุคที่อาศัยอยู่ในไต้หวัน ปลอดจากการคุมคามของภัยพิบัตินิวเคลียร์

          การเปลี่ยนผ่านกระบวนการความเป็นธรรมยิ่งไม่สามารถก้าวถอยหลังได้ ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากผู้บริหารรัฐบาลในอดีต ตอนนี้รัฐบาลต้องกล้าที่จะเผชิญหน้ากับมัน เพื่อชี้แจงความจริงและเรียนรู้จากบทเรียนที่ผ่านมา เพื่อให้ประชาธิปไตยก้าวเดินไปข้างได้

          การปฏิรูปอาจจะเป็นช่วงเวลาที่ต้องเผชิญกับความเจ็บปวด แต่อีก 10 ปี 20 ปีข้างหน้า คนรุ่นต่อๆ ไป จะสัมผัสรับรู้ได้และรู้สึกขอบคุณที่เราเลือกทางเดินนี้ นี่คือช่วงเวลาที่ทดสอบความเป็นผู้นำ ข้าพเจ้าจะแบกรับภาระความรับผิดชอบนี้ เพื่อนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง

 

          ในช่วงท้ายนี้  ข้าพเจ้าต้องขอขอบคุณเป็นพิเศษสำหรับตัวแทนที่นำร้องเพลงชาติในวันนี้ พวกเขาคือกลุ่มคนที่เสมือนเป็นผู้ดูแลประภาคาร

         ชายฝั่งทะเลทุกแห่งในไต้หวันมีประภาคารตั้งอยู่ทั้งหมด 36 ประภาคาร และจะมีคนกลุ่มหนึ่งที่รับผิดชอบดูแลประภาคาร เพื่อปกป้องรักษาความปลอดภัยให้กับการเดินเรือในท้องทะเล ข้าพเจ้าใคร่ขอเป็นตัวแทนของประเทศ กล่าวขอบคุณทุกท่าน ที่ยอมอดทนต่อความเหงาและความยากลำบาก เพื่อส่องแสงสว่างในกับการเดินเรือกลับเข้าฝั่ง

          ไต้หวันก็เปรียบเสมือนประภาคารแห่งหนึ่ง ที่พวกเราได้มีการเปลี่ยนผ่านของระบอบประชาธิปไตย ไม่เพียงส่องแสงสว่างให้กับตนเองในความมืดเพื่อก้าวผ่าน แต่สำหรับคนที่กำลังตามหาประชาธิปไตยทุกคน เราก็พร้อมช่วยเป็นแสงสว่างในความมืดให้ ดังนั้นพี่น้องพ้องเพื่อนในฮ่องกง ในจีนแผ่นดินใหญ่ และทุกพื้นที่ทั่วโลก ที่กำลังตามหาประชาธ