ฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 22 พ.ย. 2563

  • 22 November, 2020

     สัปดาห์นี้พาคุณไปติดดาวเรื่องที่น่าตกตะลึงและสะเทือนใจอยู่สักหน่อย ในเดือนพ.ย.ปีนี้ มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน (National Taiwan University: NTU) หรือที่คนไต้หวันนิยมเรียกสั้นๆ ว่า ไถต้า (台大) ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยเก่าแก่อันดับ 1 ของประเทศ มีนักศึกษาไถต้าฆ่าตัวตายภายในมหาวิทยาลัยถึง 3 คน ในช่วงเวลาเพียง 5 วันติดกัน 

     คนแรก เมื่อวันที่ 9 พ.ย. เป็นนักศึกษาปริญญาตรีชั้นปีที่ 3 เพศหญิง ชาวจีนแผ่นดินใหญ่ กระโดดตึกฆ่าตัวตาย เสียชีวิต ต่อมาวันที่ 11 พ.ย. คนที่สองเป็นนักศึกษาชาย วัย 26 ปี ผูกคอตายในหอพัก เพื่อนและญาติติดต่อไม่ได้ ประตูห้องพักล็อกจากด้านใน เจ้าหน้าที่ตำรวจพังประตูเข้าไป ก็พบว่าเสียชีวิตมาสักพักแล้ว และในวันที่ 13 พ.ย. ก็มีอีก รายที่ 3 เป็นนักศึกษาชายวัย 20 กว่าปี กระโดดตึกที่อาคารเรียน กระดูกหักหลายที่ แต่ฟื้นแล้ว เท่ากับว่าในเวลา 5 วัน มีนักศึกษาไถต้ากระทำอัตวินิบาตกรรมหรือฆ่าตัวตายวันเว้น และนอกจากนี้ วันต่อมา วันที่ 14 พ.ย. ก็มีนักศึกษามหาวิทยาลัยตั้นเจียง (Tamkang University) กระโดดตึกฆ่าตัวตายอีก

     สถิติจากกระทรวงศึกษาธิการไต้หวัน ปีนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-16 พ.ย. 2563 สถานศึกษาทั่วไต้หวันทุกระดับมีนักเรียนนักศึกษาฆ่าตัวตายรวม 76 คน และจำนวนนักเรียนนักศึกษาที่พยายามมากกว่า 1,000 คน สภาพจิตใจของนักเรียนนักศึกษาจึงเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจ จากการสำรวจเมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว ปี 2546 และ 2547 มีวัยรุ่นไต้หวันที่เป็นโรคซึมเศร้า 8.66% และอัตราการฆ่าตัวตาย 3% ส่วนสถิติของกระทรวงสาธารณสุขและสวัสดิการไต้หวัน ปี 2562 พบว่า ในจำนวนประชากรวัย 15-24 ปีที่เสียชีวิต มีสาเหตุจากการฆ่าตัวตายมากเป็นอันดับ 2

     จากสถิติขององค์การอนามัยโลก ซึ่งอัปเดตเมื่อปี 2016 พบว่า ทั่วโลกมีคนฆ่าตัวตายปีละกว่า 800,000 คน เท่ากับว่าทุก 1 วินาทีจะมีคนฆ่าตัวตาย 40 คน ส่วนไต้หวันแต่ละปีมีคนฆ่าตัวตายเกือบ 4,000 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่สาเหตุมาจากภาวะซึมเศร้า รศ.หวังเผิงจื้อ (王鵬智) อาจารย์ภาควิชาจิตวิทยาคลินิก มหาวิทยาลัยฝู่เหรินคาทอลิก (Fu Jen Catholic University) ระบุว่า ภาวะซึมเศร้าเป็นสาเหตุอันดับ 1 ของการฆ่าตัวตาย ดังนั้น ที่สำคัญคือการขจัดภาวะซึมเศร้าในขั้นแรกคือต้องรู้จักสังเกตตัวเอง คนเราทุกคนล้วนต้องเคยประสบกับอารมณ์เศร้าทุกข์ใจอย่างหนักมาแล้วทั้งนั้น สิ่งที่พบได้บ่อยก็คือ ความหม่นหมอง ทำอะไรก็รู้สึกหดหู่ ขาดความสนใจ ร่างกายอ่อนเพลีย ไร้เรี่ยวแรงจะทำอะไร หงุดหงิดง่าย นอนไม่หลับ ความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงไป ถ้าหากอารมณ์ดำดิ่งหนักจนไม่สามารถควบคุมได้ ก็อาจกลายเป็นภาวะซึมเศร้า จนมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง