RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 4 เม.ย. 2564

  • 04 April, 2021
ฮอตฮิตติดดาว
วิธีจัดการศพแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (環保葬)

     เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นช่วงหยุดยาวเทศกาลเช็งเม้งของไต้หวัน จึงขอพาทุกท่านไปติดดาวเรื่องราวเกี่ยวกับกระแสนิยมในการจัดการศพของผู้ล่วงลับในไต้หวัน

     จากผลสำรวจของบริษัทที่ปรึกษาทางธุรกิจ 民調大社會 ในหัวข้อ "การจัดการหลังความตายขณะยังมีชีวิต" เช่น การจัดงานศพ, การจัดการทำศพ, การจัดการทรัพย์สินส่วนตัวและทรัพย์มรดก จากภาพรวมพบว่า ประชาชนเกือบร้อยละ 80 เลือกจัดการพิธีศพตามพิธีกรรมทางศาสนาพุทธและลัทธิเต๋าผสมผสานกัน เป็นไปตามยุคสมัยในปัจจุบัน ส่วนผู้ที่ไม่ต้องการจัดงานศพตามศาสนาใดๆ เลย มีร้อยละ 5.9 ด้านการจัดการทำศพ ผู้ตอบแบบสอบถามเลือกประกอบพิธีฝังศพแบบดั้งเดิม (ฝังในสุสานหรือที่คนไทยนิยมเรียกว่าฮวงซุ้ย) มีเพียงร้อยละ 7 ส่วนใหญ่ร้อยละ 39.3 เลือกประกอบพิธีฌาปนกิจ (เผาศพ) ส่วนการจัดการทำศพแบบธรรมชาติ รวมกันประมาณ 45% เช่น นำเถ้าอัฐิไปเป็นปุ๋ยปลูกต้นไม้ ดอกไม้ในสุสานประเภทนี้โดยเฉพาะ 22.5%, นำไปลอยอังคาร 13.7% นำเถ้าอัฐิเทลงในดินในสถานที่ที่รัฐกำหนดเพื่อปลูกพืช 9.2% นอกจากนี้ เรื่องการจัดการเกี่ยวกับทรัพย์สิน จากอิทธิพลของการดูละครซีรีส์ที่มักมีตัวละครที่ร่ำรวยทำพินัยกรรมจัดการมรดกหรือว่าตามข่าวสังคมต่างๆ ทำให้ประชาชนมากกว่าร้อยละ 70 หวังว่า ตนเองจะทำพินัยกรรมไว้ล่วงหน้าก่อนเสียชีวิตด้วยเช่นกัน เพื่อจัดการเรื่องทรัพย์สิน สิทธิความเป็นเจ้าหนี้ และบัญชีโซเชียลต่างๆ ส่วนเรื่องกฏหมายเกี่ยวกับทายาทโดยธรรมผู้มีสิทธิรับมรดก (ทายาทธรรมโดยธรรม หมายถึงผู้มีสิทธิรับมรดกของผู้ตายที่ตายโดยมิได้ทำพินัยกรรมไว้ หรือทำไว้แต่พินัยกรรมนั้นไร้ผลตามกฎหมาย) ประชาชนร้อยละ 65.4 รับทราบข้อกฎหมายนี้ ในจำนวนนี้ร้อยละ 78.7 จะทำพินัยกรรม สำหรับผู้ตอบแบบสำรวจที่ระบุว่าต้องการทำพินัยกรรมนั้น พบว่า 51.7% ของผู้ที่จะทำพินัยกรรมจะเลือกจัดการทำศพแบบธรรมชาติ (เช่น ฝังอัฐิทำปุ๋ยปลูกต้นไม้ ดอกไม้ในสุสานประเภทนี้โดยเฉพาะ, ลอยอังคารในทะเล หรือนำเถ้าอัฐิเทลงในดินในสถานที่ที่รัฐกำหนดเพื่อปลูกพืช) เลือกจัดการทำพิธีเผาศพ 34.5% และเลือกจัดการทำพิธีฝังศพต่ำที่สุด 6.3%  แสดงให้เห็นว่าผู้ที่ต้องการทำพินัยกรรมเลือกวางแผนจัดการเรื่องของตนเองหลังความตายมากขึ้นและสัดส่วนของการยอมรับการจัดการศพแบบธรรมชาติมากขึ้นเรื่อยๆ

     ด้วยพื้นที่ของไต้หวันมีขนาดเล็กและมีประชากรหนาแน่น รัฐจึงไม่สนับสนุนให้มีการฝังศพตั้งแต่ปี 2544 เป็นต้นมา  จากสถิติของกระทรวงมหาดไทยไต้หวัน รัฐได้ส่งเสริมการเพิ่มอัตราการจัดการศพด้วยวิธีฌาปนกิจ (เผาศพ) สมัยก่อนอัตราการจัดการศพด้วยวิธีฌาปนกิจในไต้หวันประเทศมีน้อยกว่า 50%  ในปี 2536: จำนวนการเผาศพ 50,869 ศพ /จำนวนผู้เสียชีวิต 111,289 คน อัตราการเผาศพ 45.71%  ในปี 2544 หลังจากรัฐส่งเสริมการทำศพด้วยวิธีฌาปนกิจ: จำนวนการเผาศพ 90,597 ศพ/จำนวนผู้เสียชีวิต  127,892 คน อัตราการเผาศพ 70.84% และสถิติล่าสุด เมื่อปี 2562 จำนวนการเผาศพ 173,257 ศพ/จำนวนผู้เสียชีวิต  175,546 คน อัตราการเผาศพอยู่ที่ 98.70% แสดงให้เห็นว่าจำนวนการเผาศพได้เพิ่มสูงขึ้นอย่างมากนับตั้งแต่ไต้หวันส่งเสริมนโยบายการเผาศพ แนวคิดของผู้คนในการจัดการศพมีความเปลี่ยนแปลงอย่างมาก และในยุคปัจจุบันที่ประชาชนไต้หวันให้ความสนใจกับแนวคิดเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ทำให้แนวโน้มของการจัดการศพแบบธรรมชาติเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน ไม่เพียงแต่ทำให้ร่างกายของผู้ล่วงลับกลับคืนสู่ธรรมชาติ ยังเป็นวิธีการที่ช่วยรักษ์โลกอีกด้วย

การจัดการศพแบบธรรมชาติ อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่มีป้ายชื่อ ไม่มีหลุมศพ แต่กลายเป็นสถานที่ปลูกต้นไม้ให้สวยงาม ร่มรื่นแทน

     วิธีการจัดการศพแบบธรรมชาติ (自然葬法 อ่านว่า จื้อหรันจั้งฝ่า) หรือเรียกอีกอย่างว่า วิธีจัดการศพแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (環保葬 หวนเป่าจั้ง) แนวคิดหลักการของการจัดการศพแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม มีมานานหลายปีแล้วในต่างประเทศ หลังจากเสียชีวิต ก็จะนำร่างผู้ตายไปทำพิธีเผาศพ กลายเป็นเถ้ากระดูกหรืออัฐิ แต่แนวคิดของการจัดการศพแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม จะไม่มีการทำป้ายชื่อหลุมศพ ไม่มีหลุมศพ ไม่มีการเก็บอัฐิไว้ในสถานที่จัดเก็บอัฐิ สรุปคือไม่เก็บอะไรไว้ ให้ร่างของผู้ตายกลายเป็นเถ้าธุลีกลับสู่ธรณีไป เพื่อไม่เป็นการทำลายสิ่งแวดล้อม ประหยัดทรัพยากรที่ดิน บรรลุการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน และยังรวมไปถึงแนวคิดที่ว่าไม่ต้องมีป้ายหลุมศพเพื่อไม่ให้ญาติมิตรที่ยังมีชีวิตต้องเกิดความย้ำเตือนรู้สึกโศกเศร้าเสียใจอีก ที่สำคัญยังลดการทำลายสิ่งแวดล้อมจากการทำพิธีฝังศพแบบดั้งเดิม เช่น ต้องมีการเผากระดาษเงินกระดาษทองจากการไปไหว้สุสานบรรพบุรุษอยู่เนืองๆ เป็นต้น

     การจัดการศพแบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (環保葬) ในไต้หวันสามารถแบ่งได้ 4 ประเภทใหญ่ๆ

     1. 樹葬 (ซู่จั้ง) /花葬 (ฮวาจั้ง) = วิธีการนำเถ้าอัฐิไปเป็นปุ๋ยปลูกต้นไม้ ดอกไม้ในสุสานประเภทนี้ นำอัฐิใส่ลงในภาชนะที่ย่อยสลายได้ จากนั้นฝังไว้ในสุสานประเภทนี้โดยเฉพาะ และปลูกต้นไม้หรือดอกไม้ไว้ด้านบน หลังจากการสลายตัวตามธรรมชาติแล้ว เถ้ากระดูกของผู้ตายจะกลายเป็นปุ๋ย เป็นสารอาหารสำหรับพืช ในไต้หวันปัจจุบันเป็นสุสานที่ใช้ปลูกต้นไม้มากกว่าแบบปลูกดอกไม้

     2. 灑葬 (ส่าจั้ง) = วิธีการนำเถ้าอัฐิไปโรยลงบนดินหรือพืชในสุสานประเภทนี้โดยเฉพาะ แต่ว่าเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ฝุ่นละอองของเถ้าอัฐิปลิวไปตามลม ปัจจุบันส่วนใหญ่จึงทำโดยการฝังเถ้าอัฐิลงในดินโดยตรง

สองวิธีการข้างต้นนี้ จะมีการจัดตั้งสุสานประเภทนี้โดยเฉพาะ

     3. 植存 (จื๋อฉุน) = วิธีการนำเถ้าอัฐิในถุงเทลงไปในดินตามสถานที่ที่รัฐกำหนดเพื่อปลูกพืช ซึ่งจะมีการใช้กลีบดอกไม้และดินกลบหน้าดินอีกทีหนึ่ง ก่อนปลูกพืช

     4. 海葬 (ไห่จั้ง) = วิธีการนำเถ้าอัฐิที่ถูกบดละเอียด นำไปโปรยลงทะเลโดยตรง หรือนำเถ้าอัฐิใส่ในภาชนะที่ย่อยสลายได้ แล้วโยนลงไปในทะเล หรือที่คนไทยเรียกว่า ลอยอังคาร ในขั้นตอนการทำพิธีจะใช้การโปรยกลีบดอกไม้ แทนการเผากระดาษเงินกระดาษทอง ซึ่งการลอยอังคารในไต้หวันจะต้องยื่นขออนุญาตจากเทศบาลท้องถิ่น โดยนั่งเรือไปลอยในพื้นที่ทางทะเลที่รัฐกำหนดห่างจากชายฝั่ง 6,000 เมตร

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง