:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 17 ต.ค. 2564

  • 17 October, 2021
ฮอตฮิตติดดาว
ฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 17 ต.ค. 2564

     พาคุณไปติดดาวซีรีส์เจาะลึกไต้หวันในแง่มุมต่างๆ สัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของไต้หวัน แบบเจาะลึกไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญเป็นช่วงปี ตอนที่ 1

     สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) สถาปนาขึ้นในปี 1912 ที่ประเทศจีนแผ่นดินใหญ่ ในช่วงเวลานั้นไต้หวันอยู่ภายใต้การปกครองของญี่ปุ่นจากผลของสนธิสัญญาชิโมโนเซกิ ค.ศ. 1895 ซึ่งราชวงศ์ชิงได้ยกไต้หวันให้อยู่ในการครอบครองของญี่ปุ่น หลังสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นยอมจำนนและคืนไต้หวันให้กลับมาอยู่ในการปกครองโดยรัฐบาลสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ในปี 1945 คณะรัฐบาลของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ย้ายถิ่นฐานมายังไต้หวันในปี 1949 ในระหว่างเกิดสงครามกลางเมืองกับพรรคคอมมิวนิสต์ของจีน นับแต่นั้นเป็นต้นมา สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ใช้อำนาจปกครองตนเองในพื่นที่ไต้หวันและเกาะรอบนอก ทำให้ไต้หวันและจีนต่างอยู่ภายใต้การปกครองของ 2 รัฐบาลที่แตกต่างกัน ส่วนอำนาจการปกครองจากรัฐบาลปักกิ่งไม่เคยถูกนำมาใช้ในไต้หวันหรือเกาะรอบนอกที่อยู่ภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เลย

ลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์

     ลำดับเหตุการณ์ต่อไปนี้มุ่งเน้นไปที่ประวัติศาสตร์ของไต้หวัน ที่ได้รับการบันทึกไว้ย้อนไปเมื่อราว 400 ปีก่อน ถึงแม้ว่าที่นี่จะเคยเป็นที่อยู่อาศัยของชาวมาลาโย-โพลีนีเซียมายาวนานหลายพันปี

ช่วงทศวรรษ1500 เชื่อกันว่านักเดินเรือชาวยุโรปที่ล่องเรือผ่านไต้หวันได้บันทึกชื่อของเกาะนี้ไว้ว่า Ilha Formosa หรือเกาะที่สวยงามไต้หวันยังคงได้รับการมาเยือนจากกลุ่มเล็กๆ ของพ่อค้าชาวประมง และโจรสลัดจากจีนแผ่นดินใหญ่

ค.ศ.1624 บริษัทอินเดียตะวันออกของเนเธอร์แลนด์ได้เข้ามาตั้งรากฐานธุรกิจที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวัน เพื่อทำการแปรรูปเมล็ดพันธุ์พืช และมีการจ้างงานแรงงานชาวจีน เพื่อทำงานในไร่นาและไร่อ้อย

ค.ศ.1626 นักผจญภัยชาวสเปนเข้ามาตั้งถิ่นฐานในพื้นที่ทางตอนเหนือของไต้หวัน แต่ถูกชาวดัตช์ขับไล่ออกไปในปี1642

ค.ศ.1662 ราชวงศ์หมิง (ปี 1368-1644) ในช่วงที่หลบหนีการรุกรานจากชาวแมนจู ผู้จงรักภักดีต่อราชวงศ์หมิง ภายใต้การนำของเจิ้งเฉิงกงหรือโคซิงก้า ได้ทำการขับไล่ชาวดัตช์ออกไปจากไต้หวัน และยึดอำนาจเหนือเกาะนี้

ค.ศ.1683 กองกำลังทหารในยุคราชวงศ์ชิง (ปี 1644 - 1912) เข้าควบคุมพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกและทางเหนือของไต้หวัน

ค.ศ.1885 ไต้หวันถูกประกาศให้เป็นมณฑลหนึ่งในยุคราชวงศ์ชิง

ค.ศ.1895 ภายหลังการพ่ายแพ้สงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่หนึ่ง (ปี 1894-1895) รัฐบาลของราชวงศ์ชิงได้ลงนามในสนธิสัญญาชิโมโนเซกิ ยกอำนาจอธิปไตยเหนือไต้หวันให้แก่ญี่ปุ่น ซึ่งญี่ปุ่นได้เข้าครอบครองไต้หวันจนกระทั่งปี 1945

ค.ศ.1911-1912 คณะปฏิวัติจีนโค่นล้มราชวงศ์ชิง และก่อตั้งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

ค.ศ.1943 ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 เจียงไคเช็ก ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เข้าพบปะกับประธานาธิบดีแฟลงคลิน รูสเวล แห่งสหรัฐอเมริกา และนายกรัฐมนตรีวินสตัน เชอชิล แห่งสหราชอาณาจักรที่กรุงไคโร ภายหลังการประชุม ได้มีการบัญญัติปฏิญญาไคโร โดยระบุว่า “…สมควรคืนฟอร์โมซา (ไต้หวัน) และเพสคาโดเรส (หมู่เกาะเผิงหู) ให้แก่สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

ค.ศ.1945 สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) สหราชอาณาจักร และสหรัฐอเมริกา ร่วมกันออกแถลงการณ์พอตสดัม โดยได้เรียกร้องให้ญี่ปุ่นยอมจำนนและปฏิบัติตามปฏิญญาไคโรอย่างไม่มีเงื่อนไข

     ภายหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ผู้แทนรัฐบาลสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ยอมรับการยอมจำนนของกองกำลังทหารญี่ปุ่นในไต้หวัน นายเฉินอี๋ (Chen Yi) ผู้นำสูงสุดของมณฑลไต้หวัน ได้ส่งสารให้กับผู้สำเร็จราชการของไต้หวันในยุคญี่ปุ่น โดยมีสาระสำคัญที่ระบุไว้ว่า “ในฐานะผู้นำสูงสุดของมณฑลไต้หวัน ภายใต้การปกครองของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ข้าพเจ้าขอคืนที่ดินของรัฐ ประชาชน ระบบการปกครอง เศรษฐกิจ แหล่งวัฒนธรรม และทรัพย์สินของไต้หวันทุกประการ [รวมทั้งหมู่เกาะเผิงหู]”

ค.ศ.1947 รัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ถูกประกาศใช้เมื่อวันที่ 1 มกราคม และมีผลบังคับใช้ในวันที่ 25 ธันวาคมในเดือนมีนาคมและเดือนต่อๆ มา กองกำลังทหารของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ที่เกณฑ์มาจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้าควบคุมสถานการณ์จลาจลในไต้หวันที่เริ่มปะทุขึ้นจากอุบัติการณ์ 28 กุมภาพันธ์

ค.ศ.1948 สงครามกลางเมืองระหว่างพรรครัฐบาลสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ที่นำโดยพรรคก๊กมินตั๋ง และพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศจีน (CCP) ลุกลามเป็นวงกว้าง บทเฉพาะกาลเพื่อใช้ในการปราบปรามความไม่สงบจากพรรคคอมมิวนิสต์ถูกบัญญัติขึ้น โดยมีผลบังคับให้อยู่เหนือรัฐธรรมนูญสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) พร้อมทั้งเป็นการขยายอำนาจของประธานาธิบดีควบคู่ไปด้วย ซึ่งนี่เป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์ White Terror โดยเหตุการณ์ดังกล่าวยืดเยื้อจนมาสิ้นสุดลงในปี 1991 เมื่อมีการยกเลิกบทเฉพาะกาลข้างต้น

ค.ศ.1949 รัฐบาลของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ย้ายถิ่นฐานไปยังไต้หวัน พร้อมด้วยประชาชนราว 1.2 ล้านคน ที่ติดตามมาจากจีนแผ่นดินใหญ่

     วันที่ 25 ตุลาคม เกิดสงครามกู่หนิงโถวบนเกาะจินเหมินซึ่งกองกำลังทหารของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) สามารถเอาชนะกลุ่มทหารของ CCP ณ บริเวณชายฝั่งตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะจินเหมินได้

     กฎอัยการศึกถูกประกาศใช้ในไต้หวัน และมีผลบังคับใช้ต่อมาจนกระทั่งปี 1987

ค.ศ.1952 ในปี 1951 ประเทศสมาชิกของสหประชาชาติทั้ง 48 ประเทศได้ร่วมลงนามในสนธิสัญญาสันติภาพซานฟรานซิสโก โดยการลงนามสนธิสัญญาสันติภาพระหว่างไต้หวัน – ญี่ปุ่น ได้ถูกจัดขึ้นที่อาคารรับรองอาคันตุกะ กรุงไทเป ซึ่งนับเป็นการประกาศยุติสงครามของทั้งสองฝ่ายอย่างเป็นทางการ เป็นที่ทราบกันดีว่า บทที่ 2 ของสนธิสัญญาสันติภาพซานฟรานซิสโก ญี่ปุ่นต้องสละสิทธิ์และอำนาจการปกครองทั้งหมดที่มีต่อฟอร์โมซา (ไต้หวัน) และเพสคาโดเรส (หมู่เกาะเผิงหู) รวมทั้งหมู่เกาะสแปรตลี่ย์ และหมู่เกาะพาราเซล รวมทั้งสนธิสัญญาและข้อตกลงใดๆ ระหว่างจีนและญี่ปุ่นที่เกิดขึ้นก่อนวันที่ 9 ธันวาคม ปี 1941ถือเป็นโมฆะทันที ซึ่งสืบเนื่องมาจากผลของสงคราม

ค.ศ.1954 มีการลงนามในสนธิสัญญาความมั่นคงระหว่างสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และสหรัฐอเมริกาในกรุงวอชิงตัน

ค.ศ.1958 วันที่ 23 สิงหาคม เกิดการยิงปืนใหญ่ตอบโต้กัน ระหว่างกองทหารรักษาการณ์แห่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ที่จินเหมินกับกองทหารจีนแผ่นดินใหญ่ เป็นระยะเวลากว่า 40 วัน

ค.ศ.1966 เขตผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกถูกก่อตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกที่นครเกาสง ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนใต้ของไต้หวัน การจัดตั้งเขตพื้นที่ดังกล่าว ถือเป็นการขับเคลื่อนไต้หวันไปสู่การเป็นประเทศพัฒนาแล้ว อีกทั้งยังเป็นต้นแบบให้กับประเทศอื่นๆ ยึดเป็นแนวทางในการนำไปประยุกต์ใช้อีกด้วย

ค.ศ.1968 ระบบการศึกษาภาคบังคับ 9 ปีถูกประกาศใช้ ซึ่งในเวลานั้นมีเพียงไม่ถึง 9 ประเทศทั่วโลกที่มีระบบการศึกษาภาคบังคับที่มีระยะเวลาเท่ากันหรือนานกว่า

ค.ศ.1971 เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม การประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาติได้มีการผ่านญัตติที่ประชุม ฉบับที่ 2758 โดยระบุว่า สาธารณรัฐประชาชนจีน (PRC) เป็นตัวแทนที่ได้รับการยอมรับเพียงหนึ่งเดียว สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ถอนตัวจาก UN

ค.ศ.1979 นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยที่จัดประท้วงในนครเกาสงถูกจับกุมและคุมขัง หรือที่เรียกว่าเหตุการณ์ฟอร์โมซา (Kaohsiung Incident) ซึ่งจากเหตุการณ์ดังกล่าว ได้พัฒนามาสู่การก่อตั้งพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ในปี 1986

ค.ศ.1987 กฎอัยการศึกที่บังคับใช้มาตั้งแต่ปี 1949 สิ้นสุดลง ได้มีการยกเลิกกฎระเบียบว่าด้วยการก่อตั้งพรรคการเมืองใหม่ และเปิดโอกาสให้ประชาชนและสื่อมวลชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเปลี่ยนผ่านสู่ระบอบประชาธิปไตย ได้ก้าวเข้าสู่อีกขั้นที่สูงขึ้น

     การแลกเปลี่ยนระหว่างภาคประชาชนของสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน เริ่มต้นขึ้น

ค.ศ.1991 ได้มีการยกเลิกบทเฉพาะกาลที่ถูกบัญญัติขึ้น เพื่อใช้ในการปราบปรามและต่อต้านความไม่สงบจากพรรคคอมมิวนิสต์ นอกจากนี้ ในระหว่างปี 1991- 1992 ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากเสียงประชาชน รวมถึงสมาชิกสภานิติบัญญัติและสมาชิกรัฐสภา นับตั้งแต่ปี 1991 – 2005 ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) แล้วกว่า 7 ครั้ง ไต้หวันได้เข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (APEC)

ค.ศ.1992 ผู้แทนที่ได้รับมอบอำนาจจากรัฐบาลของ 2 ฝั่งช่องแคบไต้หวัน พบปะกันเป็นครั้งแรกในฮ่องกง ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างร่วมเจรจาหารือเพื่อบรรลุฉันทามติร่วมกัน

ค.ศ.1995 เริ่มมีการจัดตั้งระบบประกันสุขภาพแห่งชาติ (NHI)

ค.ศ.1996 สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) จัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีขึ้นเป็นครั้งแรก โดยนายหลี่เติงฮุยและนายเหลียนจั้น ตัวแทนจากพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 54

ค.ศ.2000 นายเฉินสุ่ยเปี่ยนและลวี่ซิ่วเหลียน ตัวแทนพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) สิ้นสุดการปกครองภายใต้พรรคก๊กมินตั๋งอันยาวนานกว่า 50 ปี นับเป็นการถ่ายโอนอำนาจบริหารให้กับรัฐบาลชุดใหม่เป็นครั้งแรก

ค.ศ.2002 ไต้หวันเข้าร่วมเป็นสมาชิกขององค์การการค้าโลก (WTO)

ค.ศ.2003 สภานิติบัญญัติแห่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ผ่านกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เพื่อให้สิทธิพื้นฐานแก่ประชาชนในการลงคะแนนเสียงต่อประเด็นที่มีความสำคัญระดับท้องถิ่นหรือระดับชาติ

ค.ศ.2004 มีการจัดการลงประชามติระดับชาติขึ้นเป็นครั้งแรก ซึ่งจัดขึ้นในวันเดียวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดี สมัยที่ 3 ของไต้หวัน โดยนายเฉินสุ่ยเปี่ยนและลวี่ซิ่วเหลียน ได้รับเลือกตั้งให้ดำรงตำแหน่งเป็นประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีเป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกัน ด้วยคะแนนเสียงข้างมากอย่างสูสี

ค.ศ.2005 สภานิติบัญญัติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ผ่านการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยลดจำนวนที่นั่งสมาชิกสภานิติบัญญัติ (ส.ส.) จาก 225 เป็น 113 ประกอบกับใช้ระบบการเลือกตั้งแบบเขตเดียวเบอร์เดียวบัตรลงคะแนนเสียงสองใบ

ค.ศ.2008 นายหม่าอิงจิ่วและนายเซียวว่านฉางแห่งพรรคก๊กมินตั้ง (KMT) ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) โดยได้รับคะแนนเสียงร้อยละ 58 ซึ่งเป็นการถ่ายโอนอำนาจบริหารครั้งที่ 2 ของไต้หวัน

     ที่มาข้อมูล: 2020-2021 คู่มือไต้หวันในหนึ่งนาที จัดพิมพ์โดย กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง