:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 2564

  • 24 October, 2021
ฮอตฮิตติดดาว
ฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 24 ต.ค. 2564

     พาคุณไปติดดาวซีรีส์เจาะลึกไต้หวันในแง่มุมต่างๆ สัปดาห์นี้เป็นเรื่องราวประวัติศาสตร์ของไต้หวัน แบบเจาะลึกไทม์ไลน์เหตุการณ์สำคัญเป็นช่วงปี ตอนที่ 2 และระบบการเมืองไต้หวัน

ลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ (ภาคต่อ)

ค.ศ.2009 ไต้หวันเข้าร่วมการประชุมสมัชชาอนามัยโลก (WHA) ในฐานะผู้สังเกตการณ์ ซึ่งเป็นการเข้าร่วมในกิจกรรมของ UN เป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ที่ได้ถอนตัวจากการเป็นประเทศสมาชิกของ UN ในปี 1971

ประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่วได้ลงนามในสัตยาบันสารกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองและกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม

ค.ศ.2010 ไต้หวันลงนามข้อตกลงกรอบความร่วมมือเศรษฐกิจสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน (ECFA) กับจีนแผ่นดินใหญ่ เพื่อเชื่อมสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน

ค.ศ.2011 ไต้หวันจัดงานเฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปีแห่งการสถาปนาสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

ค.ศ.2012 นายหม่าอิงจิ่ว ผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำไต้หวันในขณะนั้น และนายอู๋ตุนอี้ คู่สมัครคนใหม่ ซึ่งเป็นตัวแทนพรรคก๊กมินตั๋งชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 51.6

ค.ศ.2013 ไต้หวันลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับนิวซีแลนด์ และความตกลงว่าด้วยการเป็นพันธมิตรทางเศรษฐกิจกับสิงคโปร์

ไต้หวันเข้าร่วมการประชุมองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ครั้งที่ 38 ในฐานะแขกอาคันตุกะของประธานคณะมนตรี ICAO

ค.ศ.2014 นายหวังอวี้ฉี ประธานคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) จัดการประชุมอย่างเป็นทางการร่วมกับนายจางจื้อจวิน ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการไต้หวันของจีนขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่มณฑลหนานจิง ซึ่งนับเป็นการเปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการครั้งแรกระหว่างเจ้าหน้าที่ภาครัฐระดับสูง ที่มีหน้าที่รับผิดชอบกิจการที่เกี่ยวข้องกับสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน 

กลุ่มผู้ประท้วงขบวนดอกทานตะวันล้อมสภานิติบัญญัติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) เพื่อต่อต้านการผ่านความตกลงการค้าและบริการระหว่างสองฝั่งช่องแคบไต้หวัน

ในปีเดียวกันนี้ ได้มีการจัดการเลือกตั้งระดับท้องถิ่นที่รวม 9 รายการไว้ในการเลือกตั้งครั้งเดียว หรือที่ทราบกันในนาม “การเลือกตั้งแบบ nine-in-one” โดยผู้นำและตัวแทนระดับท้องถิ่นที่ได้รับเลือกในครั้งนี้ มีจำนวนทั้งสิ้น 11,130 คน

ค.ศ.2015 นายหม่าอิงจิ่ว ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) และนายสีจิ้นผิง ผู้นำสาธารณรัฐประชาชนจีน พบปะกันที่สิงคโปร์ในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งถือเป็นการประชุมระหว่าง 2 ผู้นำสูงสุดของสองฝั่งช่องแคบไต้หวันเป็นครั้งแรกในรอบ 66 ปี

ไต้หวันลงนามในความตกลงว่าด้วยการอำนวยความสะดวกทางการค้าภายใต้องค์การการค้าโลก (WTO) พร้อมดำเนินการจัดทำตราสารการยอมรับและส่งมอบยัง WTO

ค.ศ.2016 นางสาวไช่อิงเหวิน ประธานพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) และนายเฉินเจี้ยนเหริน ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) 

พร้อมกันนี้พรรค DPP ยังสามารถคว้าที่นั่งในสภานิติบัญญัติได้ทั้งหมด 68 ที่นั่งจากทั้งหมด 113 ที่นั่ง 

ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน แสดงความขอโทษอย่างเป็นทางการในฐานะผู้นำของประเทศต่อชนพื้นเมืองไต้หวันสำหรับความเจ็บปวดและการได้รับการปฏิบัติตอบอย่างไม่ยุติธรรม ที่พวกเขาต้องเผชิญมาเป็นระยะเวลาร่วมศตวรรษ

ค.ศ.2017 กฎหมายว่าด้วยการพัฒนาภาษาชนพื้นเมือง ได้รับการบัญญัติขึ้นเพื่ออนุรักษ์และส่งเสริมการใช้ภาษาของชนพื้นเมืองที่เป็นที่รู้จักทั้ง 16 ชนเผ่าของไต้หวัน ไต้หวันเป็นเจ้าภาพจัดงานกีฬามหาวิทยาลัยโลกฤดูร้อน ปี 2017

Formosat-5 ดาวเทียมสังเกตการณ์โลกความแม่นยำสูงพิเศษดวงแรกของไต้หวัน ถูกปล่อยขึ้นสู่วงโคจร

ค.ศ.2018 คณะกรรมการเปลี่ยนผ่านความเป็นธรรมได้จัดพิธีเปิดป้ายอย่างเป็นทางการขึ้นเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินแสดงความขอโทษต่อผู้เคราะห์ร้ายจากเหตุการณ์ White Terror ในช่วงระหว่างปี
1949 – 1991 หลังจากที่ได้ตัดสินใจลบบันทึกประวัติความผิดอาญาทั้งหมดของผู้เคราะห์ร้าย ตามความเห็นชอบของคณะกรรมการฯ

ค.ศ.2019 ไต้หวันผ่านกฎหมายว่าด้วยการสมรสของเพศเดียวกัน ซึ่งนับเป็นประเทศแรกในเอเชียที่อนุญาตให้กลุ่มรักเพศเดียวกันจดทะเบียนสมรสกันได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

ค.ศ.2020 ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน และนายไล่ชิงเต๋อจากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ปี 2020 ด้วยคะแนนเสียงร้อยละ 57.1 อีกทั้งพรรค DPP ยังสามารถยึดครองที่นั่งส่วนมากในสภาได้สำเร็จ

ระบบการเมืองของไต้หวัน

     รัฐธรรมนูญแห่งสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ซึ่งประกาศใช้ ณ วันที่ 1 มกราคม 1947 ไม่เคยถูกนำมาใช้ตามวัตถุประสงค์แรกเริ่มเพื่อการปกครองด้วยระบอบประชาธิปไตยและหลักนิติธรรม จนกระทั่งในปี 1987 หลังจากที่ได้มีการยกเลิกกฎอัยการศึกในไต้หวัน นับแต่นั้นเป็นต้นมา ได้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) รวม 7 ครั้ง ในปี 1991, 1992, 1994, 1997, 1999, 2000 และ 2005 ทั้งนี้ เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์บ้านเมืองของแต่ละช่วงเวลาในประเทศ

     ผลที่ตามมาที่สำคัญประการหนึ่งของการแก้ไขรัฐธรรมนูญคือนับตั้งแต่ปี 1991 รัฐบาลเพิ่งตระหนักเห็นว่าขอบเขตอำนาจศาลและกฎหมายครอบคลุมเฉพาะพื้นที่ที่มีอำนาจปกครองเท่านั้น โดยประธานาธิบดีและสมาชิกสภานิติบัญญัติ ได้รับการเลือกตั้งและมีหน้าที่รับผิดชอบเฉพาะประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวเท่านั้น ตามการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประกาศใช้ในเดือนมิถุนายนปี 2005
จำนวนสมาชิกในสภานิติบัญญัติไต้หวันถูกลดลงครึ่งหนึ่งจาก 225 คนเป็น 113 คน และกำหนดให้วาระการดำรงตำแหน่งของสมาชิกสภานิติบัญญัติ เพิ่มขึ้นจาก 3 ปีเป็น 4 ปี ภายใต้ระบบการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติรูปแบบใหม่นี้ แต่ละเขตเลือกตั้งจะเลือกได้เพียงที่นั่งเดียว ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจะได้บัตรลงคะแนนเสียง 2 ใบ ใบหนึ่งสำหรับส.ส.แบบแบ่งเขต และอีกใบสำหรับพรรคการเมือง (ส.ส.ปาร์ตี้ลิสต์) ตลอดจนอำนาจในการพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ตกเป็นของพลเมือง ผ่านการลงประชามตินับแต่นั้นเป็นต้นมา

ระดับการปกครอง

     รัฐบาลส่วนกลางประกอบด้วยประธานาธิบดีและสภาทั้ง 5 หรือที่เรียกว่า yuan ส่วนรัฐบาลท้องถิ่นในปัจจุบัน ประกอบด้วย 6 กรุง และนคร 13 เมือง และ 3 เทศบาลเมือง ซึ่งมีลำดับสถานะเช่นเดียวกับเมือง นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา ผู้ว่าการและสมาชิกสภานครและเมืองของรัฐบาลท้องถิ่นทั่วทุกพื้นที่ในไต้หวัน ได้มีการจัดการเลือกตั้งขึ้นพร้อมกันในทุก 4 ปี โดยครอบคลุมไปถึง 198 ตำบล
อำเภอ เมือง และอีก 170 เขต โดยในจำนวนนี้ ประกอบด้วย 6 กลุ่มชนพื้นเมืองเขตภูเขาในไต้หวัน เทศบาลนครเป็นหน่วยงานบริหารระดับสูงที่สุด ภายใต้การกำกับดูแลของรัฐบาลกลาง โดยเทศบาลนครมีบทบาทสำคัญในการบริหารพัฒนาพื้นที่ในภูมิภาค โดยจะได้รับงบประมาณในการสนับสนุนที่สูงและมีโอกาสในการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษเพิ่มเติม และสามารถว่าจ้างข้าราชการในอัตราที่เพิ่มมากขึ้น โดยเทศบาลนครทั้ง 6 นั้น เรียงลำดับตามจำนวนประชากร ดังนี้ นิวไทเป ไถจง เกาสง ไทเป เถาหยวน และไถหนาน

ตำแหน่งประธานาธิบดีและตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 

     ประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้รับเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชน โดยมีวาระการดำรงตำแหน่ง 4 ปี และสามารถได้รับเลือกตั้งซ้ำได้อีก 1 วาระ ประธานาธิบดีทำหน้าที่เป็นผู้นำของประเทศและเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด อีกทั้งยังเป็นตัวแทนของประเทศในการติดต่อสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างประเทศ ตลอดจนมีอำนาจในการแต่งตั้งประธานสภาทั้ง
4 รวมถึงนายกรัฐมนตรี โดยนายกรัฐมนตรีมีหน้าที่ในการเป็นผู้นำสภาบริหารและคณะรัฐมนตรี และเป็นผู้รายงานแนวทางการดำเนินนโยบายและผลสัมฤทธิ์ที่ได้จากการดำเนินนโยบายต่อสภานิติบัญญัติ นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังมีอำนาจแต่งตั้งรัฐมนตรีของแต่ละกระทรวง ประธานคณะกรรมการ และหน่วยงานต่างๆ ภายใต้สภาบริหาร และก่อตั้งขึ้นเป็นคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ เพื่อพัฒนา
ให้การดำเนินงานด้านการบริหารเกิดประสิทธิภาพสูงสุด จึงได้มีการปรับลดจำนวนหน่วยงานภายใต้การกำกับดูแลของสภาบริหารจาก 37 หน่วยงานให้เหลือเพียง 29 หน่วยงาน

     การปรับหน่วยงานภายใต้สภาบริหารได้เริ่มดำเนินการอย่างเป็นทางการเมื่อต้นปี 2012 โดยหน่วยงานภายใต้สภาบริหารแบ่งออกเป็น 14 กระทรวง 8 คณะกรรมการ 3 องค์กรอิสระ และ 4 องค์กรอื่นๆ ภายใต้รัฐธรรมนูญสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) การแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีของประธานาธิบดี หรือการแต่งตั้งรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรี ถูกจำกัดให้อยู่ภายใต้การให้ความเห็นชอบจากสภา
นิติบัญญัติ

     การแต่งตั้งสมาชิกสภาตรวจสอบและสภาสอบคัดเลือกของประธานาธิบดี รวมถึงผู้พิพากษาของสภาตุลาการ ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภานิติบัญญัติ นอกจากนี้ สมาชิกสภานิติบัญญัติยังต้องลงมติเลือกประธานสภาฯ และโฆษกสภาฯ โดยทำการคัดเลือกจากสมาชิกสภานิติบัญญัติที่ได้รับเลือกให้เป็นส่วนหนึ่งในสภา

พรรคการเมือง
     คำว่า “พรรคฝ่ายรัฐบาล” หมายถึงพรรคการเมืองที่มีสิทธิครองอำนาจในทำเนียบประธานาธิบดี โดยที่ประธานาธิบดีมีบทบาทสำคัญในการควบคุมการทำงานของพรรคฝ่ายรัฐบาล พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ได้ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในไต้หวันมากว่า 5 ทศวรรษ ก่อนที่พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) จะชนะการเลือกตั้งในปี 2000 และ 2004 พรรค KMT ได้อำนาจคืนมาอีกครั้งในการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปี 2008 และ 2012 พรรค DPP กลับมาชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกครั้ง ในปี 2016 และ 2020 นับเป็นการถ่ายโอนอำนาจบริหารครั้งที่ 3 นับตั้งแต่ที่ประเทศก้าวเข้าสู่ความเป็นประชาธิปไตยในการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติในเดือนมกราคมปี 2020 พรรค DPP คว้าที่นั่งในสภาได้ร้อยละ 54 ในขณะที่พรรค KMT ได้รับที่นั่งร้อยละ 34 ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ ที่มีที่นั่งในสภานิติบัญญัติ ประกอบด้วย พรรคประชาชนไต้หวัน (TPP) พรรคพลังใหม่ (NPP) และพรรคสร้างชาติไต้หวัน (TSP)

     ที่มาข้อมูล: 2020-2021 คู่มือไต้หวันในหนึ่งนาที จัดพิมพ์โดย กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง