:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย. 2564

  • 07 November, 2021
ฮอตฮิตติดดาว
ฮอตฮิตติดดาว ประจำวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ย. 2564

   พาคุณไปติดดาวซีรีส์เจาะลึกไต้หวันในแง่มุมต่างๆ ทุกด้าน สัปดาห์นี้เป็นด้านการศึกษา ระบบโครงสร้างการศึกษา โครงการทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาต่างชาติ ผู้ที่สนใจอยากมาเรียนต่อไต้หวันห้ามพลาด และด้านสื่อมวลชนของไต้หวัน ซึ่งไต้หวันเป็นอันดับ 2 ของการจัดอันดับประเทศที่สื่อมวลชนมีเสรีภาพมากที่สุดในเอเชีย แถมท้ายด้วยประวัติความเป็นมาของสถานีวิทยุแห่งชาติสาธารณรัฐจีน ไต้หวัน หรือ Rti

ด้านการศึกษาของไต้หวัน

     การศึกษาเป็นองค์ประกอบที่สำคัญในการกำหนดนโยบายของรัฐและเป็นส่วนที่ใช้งบประมาณค่อนข้างมาก สืบเนื่องจากการที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการศึกษาระดับอุดมศึกษารวมถึงวิทยาลัยอาชีวศึกษา ประชากรที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไปที่มีการศึกษาในระดับวิทยาลัยอาชีวศึกษาหรือระดับปริญญาครองสัดส่วนร้อยละ 46.5 เติบโตขึ้นร้อยละ 9.4 จากทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างโอกาสที่มากขึ้นให้กับนักเรียนนักศึกษา กระทรวงศึกษาธิการไต้หวันได้ขยายระยะเวลาการศึกษาภาคบังคับจาก 9 ปี เป็น 12 ปี และเริ่มมีผลบังคับใช้นับตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นมา โดยในทุกปีหน่วยงานภาครัฐจะทำการจัดการแข่งขันทางวิชาการมากมาย อาทิ การแข่งขันวิทยาศาสตร์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ซึ่งนักศึกษาของไต้หวันต่างสามารถสร้างผลงานที่กวาดรางวัลในสาขาต่างๆ มาครองได้อย่างสำเร็จ อาทิ ชีววิทยา เคมี วิทยาศาสตร์โลก คณิตศาสตร์ สารสนเทศและฟิสิกส์ บุคลากรคุณภาพของไต้หวันได้สร้างคุณประโยชน์ในด้านการส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและช่วยในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในประเทศ

     ในปี 2013 คณะกรรมการกิจการการกีฬาของไต้หวัน ถูกจัดให้อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อร่วมส่งเสริมการกีฬาทุกประเภท ในปี 2017 กรุงไทเปได้รับเลือกให้เป็นเจ้าภาพในการจัดการแข่งขันกีฬามหาวิทยาลัยโลก (2017 Summer Universiade) ซึ่งเป็นกิจกรรมการกีฬาระดับโลกครั้งสำคัญที่สุดเท่าที่เคยมีการจัดขึ้นในไต้หวัน

โครงการทุนการศึกษา

     ไต้หวันมีทุนการศึกษาของทั้งรัฐบาลและมหาวิทยาลัยไว้รองรับนักศึกษาต่างชาติ โดยโครงการทุนการศึกษาของไต้หวันประกอบด้วย ทุนสำหรับนักศึกษาที่ต้องการเข้าศึกษาในระดับปริญญาตรีและโทในสาขาเฉพาะทางต่างๆ โดยผู้สนใจสามารถติดต่อสถานทูตไต้หวันหรือสำนักงานตัวแทนไต้หวันของประเทศนั้นๆ หรือเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ของกระทรวงศึกษาธิการ : www.edu.tw เพื่อสนับสนุนให้นักเรียนต่างชาติเดินทางมาศึกษาในหลักสูตรภาษาจีนในไต้หวัน กระทรวงศึกษาธิการได้จัดตั้งทุนเรียนภาษาจีนระยะสั้น (Huayu Enrichment Scholarship, HES) โดยโครงการดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการจะส่งเสริมให้ชาวต่างชาติเข้าศึกษาในหลักสูตรภาษาจีนในสถาบันสอนภาษาทั่วทุกพื้นที่ของไต้หวันขณะเดียวกันก็เป็นการส่งเสริมให้ชาวต่างชาติทำความรู้จักกับวัฒนธรรมและสังคมไต้หวันมากขึ้น รายชื่อสถาบันสอนภาษาจีน และข้อมูลการศึกษาหลักสูตรภาษาจีนในไต้หวัน สามารถค้นหารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของ MOE (www.studyintaiwan.org) และสำนักงานส่งเสริมการศึกษาภาษาจีนระดับโลก (ogme.edu.tw)

ภาพรวมด้านการศึกษาของไต้หวัน
     อัตราการรู้หนังสือ ในประชากรวัย 15 ปีขึ้นไป: 99% (ข้อมูลปี 2019)
     รายจ่ายด้านการศึกษา วิทยาศาสตร์ และวัฒนธรรม : 20.4% ของงบประมาณจากรัฐบาลกลาง
     สถาบันระดับอุดมศึกษา : 152 แห่ง ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยและวิทยาลัย 140 แห่ง และสถาบันการศึกษาระดับอนุปริญญา 12 แห่ง
     นักศึกษาที่ลงทะเบียนในสถาบันระดับอุดมศึกษารวม: 1.21 ล้าน
     โปรแกรมปริญญาโท: 168,203 คน
     โปรแกรมปริญญาเอก: 28,510 คน

ด้านสื่อมวลชนของไต้หวัน

     ไต้หวันถูกจัดให้อยู่อันดับที่ 2 ของภูมิภาคเอเชียจากรายงานการจัดอันดับประเทศที่สื่อมวลชนมีเสรีภาพมากที่สุด ปี 2020 ที่จัดทำโดยองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (RSF) ในปี 2019 ประชากรร้อยละ 95.2 เป็นเจ้าของโทรศัพท์สมาร์ทโฟน

     ความหลากหลายของสื่อไต้หวันสะท้อนให้เห็นได้จากการที่มีสำนักข่าวต่างๆ เกิดขึ้นมากมาย และมีการแข่งขันอย่างดุเดือดในภาคอุตสาหกรรม โดยสำนักข่าวต่างๆ ของไต้หวันต่างดำเนินภารกิจอยู่ในสภาพแวดล้อมของสื่อที่มีเสรีภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย ไต้หวันได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 43 ของโลกและอันดับที่ 2 ของภูมิภาคเอเชียจากรายงานการจัดอันดับประเทศที่สื่อมวลชนมีเสรีภาพมากที่สุดในโลก ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 21 เมษายน ปี 2020 โดยองค์กรผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน (RSF) ในฝรั่งเศส โดยได้ทำการสำรวจจาก 180 ประเทศและเขตพื้นที่พบว่า ไต้หวันอยู่หลังเกาหลีใต้ 1 อันดับ แต่แซงหน้าญี่ปุ่นซึ่งอยู่ในอันดับที่ 66 ฮ่องกงในอันดับที่ 80 สิงคโปร์ในอันดับที่ 158 และจีนในอันดับที่ 177 ส่วนนอร์เวย์ ฟินแลนด์ และเดนมาร์ก ติด 3 อันดับสูงสุดในการจัดอันดับในปีนี้ 

     สื่อส่วนมากกำลังพลิกโฉมรูปแบบใหม่ ด้วยการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล สื่อสิ่งพิมพ์ประเภทนิตยสาร หนังสือพิมพ์ รวมถึงสื่อรายวันของ 4 สำนักข่าวใหญ่ของไต้หวัน กำลังสูญเสียฐานลูกค้าให้แก่คู่แข่ง
บนโลกอินเทอร์เน็ตเน็ตอย่างต่อเนื่อง แต่เนื่องด้วยไต้หวันมีข้อได้เปรียบทางด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงได้เร่งอัดฉีดเทคโนโลยีเข้าช่วย ด้วยการจัดทำสื่อสิ่งพิมพ์อิเล็กทรอนิกส์และ
พัฒนาอุตสาหกรรมการพิมพ์หนังสือ โดยปีที่แล้วได้ตีพิมพ์หนังสือออกสู่ตลาดรวม 41,021 ปก

     การเปลี่ยนผ่านจากเคเบิ้ลทีวีสู่ทีวีดิจิทัล นอกจากจะเป็นการเพิ่มอรรถรสในการรับชมให้แก่ผู้ชมแล้ว ยังเป็นการสำแดงนวัตกรรมและให้บริการบรอดแบนด์ที่หลากหลาย หลังจากที่เปลี่ยนผ่านสู่ระบบดิจิทัล เคเบิลทีวีได้กลายมาเป็นแพลตฟอร์มที่สำคัญสำหรับแอพพลิเคชั่นมัลติมีเดียที่หลากหลาย

ภาพรวมด้านสื่อมวลชนของไต้หวัน

     สถานีวิทยุ 171 แห่ง
     สถานีโทรทัศน์ภาคพื้นดิน 5 แห่ง
     ผู้ให้บริการการถ่ายทอดผ่านดาวเทียม 109 เจ้า (275 ช่อง)
     สำนักพิมพ์หนังสือพิมพ์ 252 แห่ง
     สำนักพิมพ์นิตยสาร 1,214 แห่ง
     สำนักข่าว 32 แห่ง

     ที่มาข้อมูล: 2020-2021 คู่มือไต้หวันในหนึ่งนาที จัดพิมพ์โดย กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน

ประวัติความเป็นมาของสถานีวิทยุแห่งชาติสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน)

     Radio Taiwan International : Rti คือสถานีวิทยุแห่งชาติของสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ปัจจุบันส่งกระจายเสียงจากกรุงไทเป ด้วย 14 ภาษาครอบคลุมทั่วโลก นำเสนอข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการพัฒนาด้านประชาธิปไตย ศิลปะ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และสังคมของไต้หวัน

       วันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2471 (ค.ศ. 1928) ก่อตั้งและออกกระจายเสียงเป็นครั้งแรกที่นครนานกิง (ปัจจุบันเป็นเมืองเอกของมณฑลเจียงซู) จีนแผ่นดินใหญ่ ในนาม Central Broadcasting System : CBS : 中央廣播電臺

       ปี พ.ศ. 2492 (ค.ศ. 1949) ย้ายมาตั้งยังกรุงไทเป ตามการอพยพโยกย้ายลงมาปักหลักสร้างฐานยังไต้หวันของรัฐบาลสาธารณรัฐจีน

       เดือนมีนาคม ปีพ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957) ตั้งเสียงแห่งจีนเสรี (Voice Of Free China: 自由中國之聲) เพิ่มการออกกระจายเสียงภาคภาษาต่างประเทศไปทั่วโลก ประกอบด้วยภาษาไทย อังกฤษและอินโดนีเซีย ฯลฯ

       1 มกราคม ปีพ.ศ. 2522 (ค.ศ. 1979) ตั้งเสียงแห่งเอเชีย (Voice of Asia: 亞洲之聲) เพิ่มการออกกระจายเสียงไปยังเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบด้วยภาคภาษาไทย อังกฤษ เวียดนามและอินโดนีเซีย

       1 มกราคม 2541 (ค.ศ. 1998) รวมเสียงแห่งจีนเสรี เสียงแห่งเอเชีย และ CBS ในสังกัดกระทรวงกลาโหมให้เป็นหนึ่งเดียว จัดตั้งเป็นองค์กรอิสระในรูปนิติบุคคล โดยเปลี่ยนชื่อเรียกรวมกันเป็น Central Broadcasting System: CBS (財團法人中央廣播電臺)

       1 มกราคม 2546 (ค.ศ. 2003) เปลี่ยนชื่อเป็น Radio Taiwan International : Rti
 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง