RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย Clubhouse ดาบสองคม เสรีภาพในการสื่อสารหรืออาวุธในการทิ่มแทงฝ่ายตรงข้าม

  • 15 March, 2021
กระแสประชาธิปไตย
Clubhouse แอปพลีเคชั่นเสียงยอดฮิต
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย

๑. Clubhouse ดาบสองคม เสรีภาพในการสื่อสารหรืออาวุธในการทิ่มแทงฝ่ายตรงข้าม 

            Clubhouse โซเชียลมีเดียเกิดใหม่ที่กำลังโด่งดังและฮิตสุด ๆ ในโลกออนไลน์ เป็นแอปพลิเคชันเครือข่ายสังคม มีรูปแบบการสนทนาและการสร้างปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งานในชุมชนผ่านเสียงเป็นหลัก ผู้คนสามารถเข้าร่วมได้โดยจากการที่มีผู้ใช้เชิญให้เข้าร่วมเท่านั้น เปิดตัวในเมษายน พ.ศ. 2563 โดยนักพัฒนาซอฟต์แวร์ Alpha Exploration Co. ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2563 มีมูลค่าเกือบ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ[2] เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2564 มีการประเมินมูลค่าถึงหนึ่งพันล้านดอลลาร์สหรัฐ

            เนื่องจากในประเทศจีนไม่ได้มีการเซ็นเซอร์และปิดกั้นคลับเฮาส์ในตอนแรก ทำให้ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 คลับเฮาส์ทำให้ชาวเน็ตจีนจำนวนมากสนใจการพูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อต่าง ๆ รวมถึงหัวข้อที่อ่อนไหวทางการเมือง เช่น การประท้วงในฮ่องกง สถานะทางการเมืองของไต้หวัน เป็นต้น จนทำให้ในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2564 คลับเฮาส์ถูกปิดกั้นในจีนแผ่นดินใหญ่ อย่างไรก็ดี นักวิชาการที่ศึกษาด้านความมั่นคงปลอดภัยด้านการทหาร ของไต้หวันวิเคราะห์ว่า แม้จีนจะสั่งแบน ก็ตาม แต่ก็คาดว่า จีนจะอาศัย Clubhouse มาเป็นเครื่องมือในการโฆษณาชวนเชื่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นไต้หวัน

 

             ในบทศึกษาของนายหวิงถิงจู นักวิจัยสถาบันวิจัยความปลอดภัยกลาโหม วิเคราะห์ลักษณะพิเศษของ Clubhouse ไว้ว่า Clubhouse  รวมเอาเสียง อินเตอร์เน็ทกับโซเชียลมีเดียเข้าด้วยกัน ต่างจาก  Twitter、Facebook และ TikTok ที่มีทั้งภาพและเสียง ส่วน Clubhouse มีแต่เสียงอย่างเดียว คล้าย ๆ กับ podcastวิทยุกระจายเสียงและ โดยให้ความสำคัญกับการเปิดรับได้ตามความต้องการ และสามารถคุยกันได้หลายทาง ไม่สามารถกระจายเสียงซ้ำได้ รวมทั้งเป็นระบบสมาชิกเชิญสมาชิกด้วยกัน เป็นการสนทนากันระหว่างบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม เป็นโซเชียลมีเดียอีกแบบที่มีการกำหนดคุณสมบัติในการเข้าร่วมต่างกับโซเชียลมีเดียอื่น

             การเผยแพร่ข้อมูลต่าง ๆ ผ่าน Clubhouse เป็นการเปิดอีกเวทีหนึ่ง ผู้ใช้สามารถเข้าร่วมได้อย่างเปิดเผย หรือสร้างกลุ่มสนทนาในแบบส่วนตัว เลือกฟังหรือเลือกแสดงความคิดเห็นในหัวข้อที่ตนให้ความสนใจ รวมทั้งสามารถแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้ใช้อื่น ๆ ได้ในทันทีอีกด้วย เป็นผลดีต่อการเพิ่มอุณหภูมิให้แก่ประเด็นที่น่าสนใจและการกระจายข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องด้วย

             บทความดังกล่าวย้ำว่า Clubhouse เป็นผู้สั่นกระดิ่งเตือนภัยให้จีน โดยเป็นแอปพลิเคชั่นเชื่อมต่อระหว่างภายในม่านไม้ไผ่กับนอกม่าน กลายเป็นบ่อหมักแห่งประเด็นที่ละเอียดอ่อนของจีนทั้งประเด็นที่เกี่ยวกับปัญหาสิทธิมนุษยชนและการยอมรับในความเป็นชาติ และยกตัวอย่างว่า หาก Clubhouse เปิดประเด็น "ซินเกียงมีค่ายกักกันหรือไม่?" "สนทนาพาทีระหว่างวัยรุ่นช่องแคบไต้หวัน" ถ่ายทอดผ่านการพูดคุยของผู้เข้าร่วมสนทนา ขยายผลของประเด็นดังกล่าวให้เข้มข้นยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่จีนไม่อาจยอมได้

             แม้จีนจะสั่งแบนการใช้แอปพลีเคชั่นดังกล่าวในจีนแล้วก็ตาม แต่เนื่องจากลักษณะพิเศษของ Clubhouse จีนจึงอาจนำมาใช้ประโยชน์ในการทำสงครามจิตวิทยากับไต้หวัน บั่นทอนความน่าเชื่อของไต้หวันในสังคมโลก รวมทั้งทำสงครามแนวร่วมกับชาวไต้หวัน ในรูปแบบต่าง ๆ อย่างหลากหลาย

๒. จัดลงประชามติ 2 รายการ ต้านเนื้อหมูที่มีสารแรคโตพามีน และการจัดลงประชามติพร้อมเลือกตั้งใหญ่

           เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา พรรคก๊กมินตั๋งได้นำรายชื่อผู้สนับสนุนจัดการลงประชามติ 2 รายการ ได้แก่ประเด็นเนื้อหมูที่มีสารแรคโตพามีน และประเด็นการจัดการลงประชามติพร้อมกับการจัดการเลือกตั้ง มอบให้แก่คณะกรรมการการเลือกตั้งหลางไต้หวัน นายเจียงฉี่เฉิน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งเปิดเผยว่า นี่ไม่ใช่เป็นเพียงรายชื่อผู้สนับสนุนเท่านั้น แต่ยังหมายถึงปณิธานและความอัดอั้นของประชาชน จึงขอเรียกร้องให้คณะกรรมการการเลือกตั้งกลางวางตัวเป็นกลาง ตั้งอยู่ในความยุติธรรม และดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใส อย่าได้เกี่ยวข้องกับการเมืองหรือใส่ร้ายป้ายสี ซึ่งพรรคก๊กมินตั๋งจะประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนทั่วไปได้เข้าใจถึงความจำเป็นและสาระของการจัดการลงประชามติตามการเสนอของพรรคก๊กมินตั๋ง

             รายชื่อผู้ร่วมสนับสนุนการจัดการลงประชามติทั้งสองรายการรวมทั้งสิ้น 1.05 ล้านรายชื่อ เพื่อจัดการลงประชามติใน 2 ประเด็น ได้แก่ "คัดค้านการนำเข้าเนื้อหมูที่มีสารแรคโตพามีน" และ "การจัดการลงประชามติพร้อมการเลือกตั้งสำคัญ" ขั้นตอนที่ 2 โดยประเด็น "ต่อต้านเนื้อหมูที่มีสารแรคโตพามีน" มีรายชื่อทั้งสิ้น 528,000 รายชื่อ ประเด็น "จัดลงประชามติพร้อมการเลือกตั้ง" 522,000 รายชื่อ ใช้เวลาในการรวบรวมประมาณ 2 เดือน ก็สามารถรวบรวมรายชื่อได้มากที่สุดในการเสนอจัดลงประชามติที่เคยมีมา ทำให้เขาทั้งดีใจและวิตกกังวลด้วย ที่ดีใจก็คือการรวบรวมรายชื่อระยะที่ 2 เป็นไปโดยราบรื่น ที่วิตกก็คือทำไมรัฐบาลจึงมีนโยบายที่ทำให้ผู้คนวิตกกังวลมากมายขนาดนี้ และยังต้องให้ประชาชนเป็นผู้ล้มล้างนโยบายดังกล่าวด้วยตนเองโดยการลงประชามติอีกด้วย

            คาดว่าประเด็นทั้งสองจะจัดให้มีการลงประชามติในวันที่ 28 ส.ค. ที่จะถึงนี้ เป็นการลงประชามติแบบทั่วประเทศ

พรรคก๊กมินตั๋งนำรายชื่อผู้สนับสนุนการลงประชามตินับล้านมอบให้ กกต. ไต้หวัน 

๓. งบกลาโหมของไต้หวันต่างกับของจีนกว่า 16 เท่า

               ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา งบประมาณด้านกลาโหมของจีนพุ่งทะยานจาก 1.04 ล้านล้านเหรินหมินปี้ หรือตกประมาณ 4.89 ล้านล้านบาท ในปี 2017 เป็น 1.070 ล้านล้านเหรินหมินปี้ หรือประมาณ 5.01 ล้านล้านบาท ในปี 2021 ในขณะที่งบกลาโหมของไต้หวันขยับขึ้นจาก 338,458 ล้านบาท ในปี 2017 เป็น 383,402 ล้านบาทในปี 2021 ซึ่งทำให้งบประมาณกลาโหมระหว่างช่องแคบไต้หวันต่างกันถึงกว่า 16 เท่าตัว อย่างไรก็ดี ไต้หวันยังมีงบประมาณจัดซื้อเครื่องบินรบ F16V ระหว่างปี 2020-2026 อีก 262,032 ล้านบาท ที่เป็นงบประมาณพิเศษด้านกลาโหมของไต้หวัน

               รายงานว่าข่าวระบุว่า ผบ. กองเรือรบอินโดแปซิฟิก ของสหรัฐฯ ได้ของบประมาณเสริมกำลังรบบริเวณแนวเกาะระหว่างโอกินาวาถึงฟิลิปปินส์ เพื่อสกัดภัยคุกคามทางทหารในทะเลจีนใต้ของจีน จำนวน 3300 ล้าน US$ หรือประมาณ 100,000 ล้านบาท นอกจากนี้ เขายังระบุว่า สหรัฐฯ ต้องสนับสนุนการจำหน่ายอาวุธให้ไต้หวัน ซึ่งมีความสำคัญยิ่งต่อการเสริมสมรรถนะการป้องกันตนเองของไต้หวัน ซึ่งสหรัฐฯ ต้องสนับสนุนให้ไต้หวันลงทุนด้านกลาโหมของตน เพื่อข่มขวัญฝ่ายตรงข้าม มิให้บุ่มบ่าม

              ทั้งนี้ นายซูจื่อหยวิน คณบดีสถาบันบัณฑิตศึกษายุทธศาสตร์และทรัพยากรกลาโหม สถาบันกลาโหมไต้หวัน ระบุว่า สาเหตุสำคัญที่จีนมีงบประมาณกลาโหมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ก็เนื่องมาจากปัจจัยด้านการเมือง และความต้องการด้านการทหาร และเมื่อถึงปี 2027 เป็นปีครบรอบ 100 ปี ก่อตั้งกองทัพจีน ซึ่งจีนตั้งเป้าหมายพัฒนากองทัพของตนให้เข้มแข็งมีเรือบรรทุกเครื่องบินรบลำที่ 3 มีเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ที่สามารถยิงขีปนาวุธครอบคลุมรัศมีไปจนถึงขั้วโลกใต้ ดังนั้น ไต้หวันจึงต้องเร่งหาวิธีการเพิ่มงบประมาณกลาโหมโดยเร่งด่วน เพื่อเสริมศักยภาพการทหารของกองทัพไต้หวันให้สูงขึ้น จากที่มีอยู่ในปัจจุบันเป็นอย่างน้อย 4 แสนล้านเหรียญไต้หวัน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง