RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย ไต้หวันดินแดนแห่งความสุขของชาวเวียดนาม

  • 29 March, 2021
กระแสประชาธิปไตย
5 ปีที่ผ่านมา ชาวเวียดนามขอถือสัญชาติไต้หวันกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้ขอถือสัญชาติต่างชาติ
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
นายอู๋จาวเซี่ย รมว. กต. ไต้หวัน
กระแสประชาธิปไตย
รายชื่อผู้สนับสนุนจัดลงประชามติ 2 รายการ
กระแสประชาธิปไตย
ไต้หวัน-สหรัฐฯ จัดทำบันทึกความเข้าใจร่วมมือป้องกันชายฝั่ง (Coast Guard Coorperation)

๑. 5 ปี ชาวเวียดนามสละสัญชาติกว่า 20000 คน กว่าครึ่งขอสัญชาติไต้หวัน

           รายงานฉบับหนึ่งที่ส่งมอบให้แก่รัฐสภาเวียดนามพิจารณาเมื่อเร็ว ๆ นี้ ระบว่า ในช่วงระหว่างปี 2016-2020 หรือ 5 ปีที่ผ่านมา มีชาวเวียดนามขอสละสัญชาติมากถึง 24,370 คน เพื่อไปเข้าสัญชาติของประเทศอื่น กว่าครึ่งหนึ่งหรือนับหมื่นที่ขอเข้าถือสัญชาติไต้หวัน

            VnExpress ในเวียดนาม รายงานว่า รายงานฉบับหนึ่งที่นายเหงียน พูตรง ประธานาธิบดีและเลขาธิการใหญ่ พรรคคอมมิวนิสต์เวียดนาม เสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาเวียดนาม เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ระบุว่า ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ชาวเวียดนามขอเข้าถือสัญชาติไต้หวันมากที่สุด ถึง 10,245 คน รองลงมาได้แก่เยอรมนี 9294 คน และเกาหลีใต้ 1418 คน

            ส่วนประเทศอื่น ๆ ประกอบไปด้วย สิงคโปร์ ญี่ปุ่น ฮ่องกง นอร์เวย์ เนเธอร์แลนด์ และสหรัฐฯ สถิติของทางการเวียดนามระบุว่า ในแต่ละปีมีชาวเวียดนามกว่า 1 แสนคนที่เดินทางออกจากเวียดนามไปใช้ชีวิตในต่างประเทศ

             ปัจจุบันชาวเวียดนามกระจายตัวอาศัยอยู่ใน 130 ประเทศทั่วโลก รวมทั้งสิ้นกว่า 5.3 ล้าน กระทรวงต่างประเทศเวียดนามเปิดเผยว่า ในจำนวนชาวเวียดนามเหล่านี้ มีอยู่ถึง 3 แสนคนที่ทำงานด้านวิทยาศาสตร์และพัฒนาเทคโนโลยี แต่ในขณะเดียวกัน เวียดนามก็ขาดแคลนบุคลากรทางด้านนี้ไม่น้อย

              อย่างไรก็ดี มีรายงานข่าวระบุว่า ในช่วงเวลาเดียวกัน มีชาวต่างชาติหรือผู้ไร้สัญชาติที่ขอเข้าถือสัญชาติเวียดนามและได้รับอนุมัติแล้ว 1598 คน เป็นคนลาว 1443 คน มากที่สุด ส่วนชาวไต้หวันมีจำนวน 63 คน ทั้งนี้ เวียดนามไม่อนุญาตให้ถือสองสัญชาติ

              ปัจจุบันมีชาวเวียดนามพำนักไต้หวันรวมทั้งสิ้น 210,462 คน รวมผู้ที่มาทำงานและสมรสกับชาวไต้หวัน มากเป็นอันดับ 2 รองจากชาวอินโดนีเซียที่มีจำนวน 241,823 คน  ซึ่งส่วนใหญ่จะมาทำงานเป็นผู้ช่วยแม่บ้านในไต้หวัน ส่วนคนไทยในไต้หวันมีประมาณ 65,453 คน ส่วนใหญ่จะทำงานในภาคอุตสาหกรรมและก่อสร้าง  

๒. ไต้หวัน-ปารากวัย สัมพันธ์ยังแน่นปึ๊ก

            รายงานข่าวระบุเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับประเทศปารากวัยว่า จีนได้พยายามเอาวัคซีนเป็นเหยื่อล่อให้ประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันตัดความสัมพันธ์กับไต้หวัน เพื่อแลกกับวัคซีนที่จีนจะบริจาคให้นั้น นายอู๋จาวเซียระบุในคราวเดียวกันว่า ตอนแรก็รู้สึกเครียดกับสถานะความสัมพันธ์กับปารากวัย แต่พอจีนแทรกเข้ามามากเกินไป กลับทำให้รัฐบาลปารากวัยมีความไม่พอใจมากยิ่งขึ้น จนตอนนี้รู้สึกเคียดแค้นจีนเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับปารากวัยตอนนี้จึงค่อนข้างมั่นคง ไม่มีปัญหาอะไร

            นายอู๋ฯ ตอบข้อซักถามของ สส. ว่า “ความวุ่นวายในสังคมปารากวัย รัฐบาลปารากวัยรู้ดีว่าเป็นฝีมือของจีน นอกจากมีเงินทุนจีนแล้ว ยังมีประเด็นจีน ทำให้ตอนนี้ พวกเขาโกรธแค้นจีนอย่างเข้ากระดูกดำ ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับปารากวัยจึงไม่มีปัญหาอะไร”

             ไต้หวันให้ความเห็นชอบนำเงินจากโครงการความร่วมมือระหว่างกันมาใช้ในการจัดซื้อวัคซีน ซึ่งมี สส. ไต้หวันวิตกว่า การโอนย้ายเงิน 13 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ส่วนนี้ จะถูกรัฐบาลปารากวัยเอาไปจัดซื้อวัคซีนจากจีน ซึ่งนายอู๋ฯ ย้ำด้วยความมั่นใจว่า เงื่อนไขที่ไต้หวันให้ความเห็นชอบนี้ประการหนึ่งก็คือจะไม่จัดซื้อวัคซีนจากจีน หากจะไปซื้อวัคซีนจากจีนก็ห้ามใช้เงินของไต้หวัน”

            นอกจากนี้ นายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ยังได้ตอบข้อซักถามของ สส. ในที่ประชุมคณะกรรมาธิการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติไต้หวัน ในตอนเช้าวันเดียวกันเกี่ยวกับภัยคุกคามจากจีนว่า การพบกันระหว่างระดับสูงของจีนกับสหรัฐฯ จะต้องประเมินจากสถานการณ์โลกโดยรวม อาทิ การเจรจาเพื่อความมั่นคง 4 ฝ่าย หรือ Quad การพบหารือ 2 ต่อ 2 สหรัฐฯ - ญี่ปุ่น เกาหลี-สหรัฐฯ การเยือนอินเดียของรัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ และพัฒนาการของการเข้าร่วมการประชุมสนธิสัญญานาโต้ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ สหรัฐฯ ซึ่งจะสังเกตเห็นได้ว่า ยกระดับความร่วมมือในการรับมือกับปัญหาจีน

            นายอู๋ฯ ระบุว่า "สรุปจากสถานการณ์โดยรวมแล้ว ไต้หวันไม่จำเป็นต้องวิตกกังวลมากนัก เราเห็นว่าหลายประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันได้รวมตัวกันแนบแน่นมากยิ่งขึ้น เราเห็นว่ากลไกพหุภาคีที่มุ่งต่อปัญหาจีนนั้น ทุกฝ่ายมีความร่วมมือที่แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น"

นายอู๋จาวเซี่ย รมว. กต. ไต้หวัน 
 

๓. กระแสต้านแรคโตพามีนและอนุรักษ์สาหร่ายปะการังมาแรง เรื่องปวดหัวของรัฐบาล DPP

           หลังจากที่พรรคก๊กมินตั๋ง พรรคฝ่ายค้านจับมือกับเอ็นจีโอรวบรวมรายชื่อผู้สนับสนุนให้จัดการลงประชามติในประเด็นการนำเข้าเนื้อหมูที่มีสารแรคโตพามินจากสหรัฐฯ ซึ่งเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน และประเด็นการอนุรักษ์สาหร่ายปะการัง ที่เป็นสิ่งธรรมชาติที่หายาก กว่าจะสั่งสมเป็นสาหร่ายปะการังได้ต้องใช้เวลานานกว่า 7000 ปี ซึ่งคาดว่า น่าจะมีการจัดการลงประชามติใน 2 ประเด็นนี้ พร้อมกันในช่วงเดือน ส.ค. ศกนี้ และในช่วงที่ผ่านมา กระแสการสนับสนุน 2 ประเด็นดังกล่าวก็พุ่งสูงขึ้นจนเกินกว่าร้อยละ 50 ทีเดียว ทำให้พรรค DPP พรรครัฐบาลที่เดิมวางเฉยต่อการเคลื่อนไหวเหล่านี้ เพราะเห็นว่า ไม่น่าจะสามารถรวบรวมรายชื่อจนครบตามเพดานที่กฎหมายกำหนดไว้จนตกไปไม่สามารถจัดการลงประชามติได้ แต่ตอนนี้ สถานการณ์ได้พลิกผันจนรัฐบาลต้องหันมาให้ความสนใจและทำความเข้าใจกับผู้สนับสนุนให้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่รัฐบาลต้องผลักดันนโยบายทั้ง3 นี้ นายโจวเจียงเจี๋ย โฆษกพรรค DPP ระบุว่า รัฐบาลจะพยายามรวบรวมความคิดเห็นที่หลากหลายต่าง ๆ มาประกอบการพิจารณาเพื่อวางแนวนโยบายยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมดีที่สุด โดยไม่มีสิ่งที่เรียกว่า “แนวรบหลัก” หรือ “เลี่ยงการปะทะ” แต่จะพยายามทำความเข้าใจกับทุกภาคส่วนของสังคมที่สนใจประเด็นดังกล่าวอย่างเต็มที่ เพื่อทำความเข้าใจประเด็นที่จะมีการลงประชามติ

            ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับ 2 ประเด็นดังกล่าว ปรากฏว่า มีผู้ถูกสำรวจสูงถึง 62% เห็นด้วยกับการคัดค้านนโยบายการนำเข้าเนื้อหมูที่มีสารแรคโตพามินจากสหรัฐฯ ของรัฐบาลประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน นอกจากนี้ ยังมีอีกถึง 54% ที่เห็นด้วยกับประด็นการอนุรักษ์สาหร่ายปะการังที่รัฐบาลมีแผนการสร้างสถานีเก็บกักก๊าซธรรมชาติเพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนพลังงาน ทำให้รัฐบาล ปธน. ไช่ฯ ได้รับแรงกดดันเป็นอย่างมากในช่วงนี้

            นายโจวเจียงเจี๋ย โฆษกพรรคดีพีพี ระบุว่า “อย่างเช่นในช่วงที่ผ่านมาที่พรรคก๊กมินตั๋งสนับสนุนการลงประชามติประเด็นโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 4 ซึ่งพรรคดีพีพี ไม่ว่าจะเป็น ปธน.ไช่ฯ นรม. ซูฯ จนถึงภายในพรรคเอง ต่างมีจุดยืนที่แน่วแน่มั่นคงที่จะพัฒนาให้ไต้หวันเป็นเกาะที่ปลอดนิวเคลียร์ ซึ่งมีจุดยืนที่แตกต่างจากของพรรคก๊กมินตั๋งโดยสิ้นเชิง เพราะฉะนั้น จึงเป็นผลดีต่อการที่จะทำความเข้าใจกับประชาชนในประเด็นการลงประชามติให้ชัดเจนยิ่งขึ้นได้”

รายชื่อผู้สนับสนุนจัดลงประชามติ 2 รายการ 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง