RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชนไต้หวันเป็นที่ยอมรับทั่วโลก

  • 05 April, 2021
กระแสประชาธิปไตย
รายงานสิทธิมนุษยชน 2020 ของสหรัฐฯ
กระแสประชาธิปไตย
เซี่ยเพ่ยฟิน โฆษกพรรค DPP
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน หัวหน้าพรรค DPP

๑. พรรค DPP เอาจริงดันแก้ไขรัฐธรรมนูญ เร่งเสนอร่างของพรรคฯ

          เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พรรค DPP ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลไต้หวัน ได้จัดการประชุมคณะทำงานแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งแรกขึ้น โดยประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน ในฐานะหัวหน้าพรรคฯ ได้สั่งการให้คณะทำงานเร่งดำเนินการ "1 จุดหลัก และ 2 ภารกิจ" โดยย้ำว่า ในขั้นตอนปัจจุบัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญจะต้องพยายามสร้างฉันทามติในสังคม ทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย เพื่อให้มีความรับรู้ร่วมกัน เพื่อบรรลุภารกิจ 2 ประการ "โครงสร้างรัฐธรรมนูญสมบูรณ์ยิ่งขึ้น" และ "จัดทำร่างรัฐธรรมนูญของพรรค"

ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน และหัวหน้าพรรค DPP

          คณะทำงานแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรค DPP ประกอบไปด้วยตัวแทนจากทำเนียบประธานาธิบดี สภาบริหาร พรรคการเมือง และนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ เข้าร่วมด้วย ซึ่งก่อนการประชุมครั้งแรกจะเริ่มขึ้น ประธานาธิบดีไช่ฯ ได้กล่าวเปิดการประชุม ซึ่งเซี่ยเพ่ยเฟิน โฆษกพรรคฯ ได้ถ่ายทอดคำกล่าวของผู้นำไต้หวันว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติ หลังจากที่สภานิติบัญญัติได้มีการจัดตั้งคณะทำงานแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นแล้ว การแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกประเด็นเกี่ยวข้องกับโครงสร้างของรัฐบาล ผลประโยชน์ของประชาชนก็ควรที่จะต้องมีการพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างเต็มที่ จนตกผลึกเป็นฉันทามติร่วมกัน ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญของการแก้ขรัฐธรรมนูญในขั้นตอนนี้

          เซี่ยเพ่ยเฟิน ระบุว่า ""ในฐานะพรรครัฐบาล เราได้สั่งสมประสบการณ์ต่าง ๆ มากมายในช่วงระหว่างที่เป็นรัฐบาล เพราะฉะน้น จึงต้องยิ่งแบกรับความรับผิดชอบมากขึ้น เสนอแนวทางในการแก้ไขรัฐธรรมนูญของพรรคฯ เพื่อตอบรับความปรารถนาของประชาชนที่ต้องการให้ประเทศชาตินี้ดีวันดีคืน ประชาธิปไตยปักรากฝังลึก รวมทั้งสร้างหลักประกันให้แก่สิทธิมนุษยชนด้วย"

เซี่ยเพ่ยเฟิน โฆษกพรรค DPP

๒. ไต้หวันเร่งชี้แจงปมสิทธิมนุษยชนไต้หวันที่รายงานของสหรัฐฯตั้งข้อสังเกต

          สืบเนื่องจาก "รายงานสิทธิมนุษยชนของประเทศต่าง ๆ ประจำปี 2020" ที่สหรัฐฯ เป็นผู้จัดทำขึ้น มีเนื้อหาสาระบางส่วนเกี่ยวข้องกับไต้หวันด้วย ดังนั้น เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ได้ระบุว่า ได้รวบรวมประเด็นต่างๆ  ในรายงานดังกล่าว มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งศึกษาและทำความเข้าใจ รวมทั้งชี้แจงด้วย ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเหล่านี้จะทยอยชี้แจงให้สหรัฐฯ ได้เข้าใจมากขึ้น กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันย้ำว่า รัฐบาลไต้หวันยึดมั่นในการให้หลักประกันสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นก็ได้รับคำชมเชยจากทั้งสหรัฐฯ และประเทศประชาธิปไตยโดยทั่วไป บนพื้นฐานอันดีเหล่านี้ รัฐบาลไต้หวันจะมุ่งปักรากความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

          กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันระบุว่า รายงานสิทธิมนุษยชนฉบับนี้นอกจากชื่นชมระบอบการเมืองประชาธิปไตยที่เป็นรากฐานของการแข่งขันกันระหว่างพรรคการเมือง เพื่อสถาปนาทั้งประชาธิปไตยและเลือกตั้งประธานาธิบดี ตลอดจนเลือกตัวแทนประชาชนด้วยแล้ว ยังระบุว่า ไต้หวันได้ดำเนินการป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามที่กฎหมายระบุไว้ และสื่อมวลชนในไต้หวันยังสามารถแสดงความคิดเห็นของตนได้อย่างเสรี นอกจากนี้ ยังได้แสดงความวิตกกังวลเกี่ยวกับการที่จีนพยายามอาศัยผลประโยชน์ในจีนมาล่อหลอกสื่อมวลชน เพื่อส่งผลต่อการทำงานของสื่อมวลชนไต้หวัน นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังระบุว่า ไต้หวันได้จัดให้โทษหมิ่นประมาทและโทษดูหมิ่นต่อสาธารณะชนเป็นโทษทางอาญา

          กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันระบุอีกว่า ไต้หวันให้ความสำคัญกับเสรีภาพส่วนบุคคล และเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชนเป็นอย่างยิ่งมาโดยตลอด ผลสำเร็จที่เกิดขึ้นเป็นที่ยอมรับของทั้งสหรัฐฯ และประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก และในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไต้หวันกับสหรัฐฯ ก็ได้อาศัยกลไก "การปรึกษาหารือประเด็นประชาธิปไตยอินโดแปซิฟิก" ร่วมมือกันส่งเสริมสิทธิมนุษยชน ประชาธิปไตย และปฏิรูปการปกครอง นางโอวเจียงอัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า "ในอนาคตรัฐบาลไต้หวันจะผลักดันความสัมพันธ์และความร่วมมือในทุกมิติกับสหรัฐฯ ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น บนพื้นฐานความสัมพันธ์อันดีที่มีอยู่ในปัจจุบัน"

                         ไต้หวันกับสหรัฐฯ ได้ร่วมกันประกาศจัดตั้ง Indo-Pacific Democratic Governance Consultation  เมื่อเดือน มี.ค. 2019 และเปิดการประชุมครั้งแรกในเดือน ก.ย. ปีเดียวกัน ทั้งสองฝ่ายได้อาศัยเวทีนี้เป็นกลไกในการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างกัน ส่วนอีกด้านหนึ่งนั้น ไต้หวันกับสหรัฐฯ ก็ได้อาศัยโครงสร้างความร่วมมือและฝึกอบรมทั่วโลก(GCTF)ระหว่างกัน จัดการสัมนาเกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามการคอร์รัปชั่นทั้งในภาครัฐและภาคเอกชน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการปราบปรามคอร์รัปชั่นของไต้หวัน รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวในการให้ความร่วมมือกับประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง