ผู้นำสหรัฐฯ ส่งตัวแทนส่วนตัวเยือนไต้หวัน ตอกย้ำสัมพันธ์แน่นปึ๊ก

  • 19 April, 2021
ผู้นำไต้หวันอวยพรวันสงกรานต์ผ่านทวิตเตอร์ ให้แก่ชาวไทย
สาหร่ายปะการัง ต้องใช้เวลานานถึง 7000 ปีในการก่อตัว สมควรใช้เป็นสถานที่ในการสร้างโรงเก็บกีาซธรรมชาติไหมครับ?
คณะผู้แทนผู้นำสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน ส่งสัญญานสัมพันธ์ไต้หวัน-สหรัฐฯ แน่นปึ๊ก
เครื่องบินจีนก่อกวนเขต ADIZ ฝั้งตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวัน
ปธน. ไช่อิงเหวิน ย้ำลงประชามติมิใช่สงคราม แต่เป็นโอกาสในการทำความเข้าใจกับประชาชนของรัฐบาล

๑. ผู้นำสหรัฐฯ ส่งตัวแทนส่วนตัวเยือนไต้หวัน ตอกย้ำสัมพันธ์แน่นปึ๊ก

        คณะผู้แทนของประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ซึ่งประกอบไปด้วย Christopher Dodd อดีตวุฒิสมาชิก นาย Richard Armitage และนาย James Steinberg อดีตรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ของสหรัฐฯ ได้เดินทางถึงไต้หวันแล้วในตอนบ่ายวันนี้ เพื่อร่วมพิธีฉลองครบรอบ 42 ปี การประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวัน (TRA) ซึ่งนางโอวเจียงอัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ระบุว่า ไต้หวันได้ประสานงานในเรื่องนี้กับฝ่ายสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด และกระทรวงต่างประเทศยินดีต้อนรับการมาเยือนไต้หวันของคณะผู้แทนจากสหรัฐฯ ส่วนกำหนดการต่าง ๆ จะชี้แจงให้ทราบอีกครั้ง เมื่อคณะเดินทางมาถึงไต้หวันแล้ว

นายอู๋จาวเซี่ย (ที่สองจากขวา) รมว. กต. ไต้หวัน ให้การต้อนรับที่สนามบินคณะผู้แทนผู้นำสหรัฐฯ 

        นางโอวเจียงอัน ระบุว่า “คณะผู้แทนสหรัฐฯ ดังกล่าวเป็นตัวแทนของประธานาธิบดีโจ ไบเดน เพื่อส่งสัญญานความเป็นมิตรและสนับสนุนไต้หวันของฝ่ายสหรัฐฯ และเพื่อให้คณะผู้แทนสหรัฐฯ สามารแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นต่าง ๆ ที่ทั้งสองฝ่ายให้ความสนใจได้อย่างเต็มที่ ไต้หวันได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด”

         ทางด้านนายจางตุนหาน โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ระบุว่า ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินในฐานะตัวแทนรัฐบาลและประชาชนชาวไต้หวันขอแสดงความยินดีต้อนรับการเยือนไต้หวันของคณะผู้แทนสหรัฐฯ และขอบคุณประธานาธิบดีโจ ไบเดนและรัฐบาลสหรัฐฯ ที่ให้การสนับสนุนไต้หวันด้วยดีมาโดยตลอด

         วันที่ 15 เมษายน ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน (蔡英文) ได้พบปะกับคณะผู้แทนของประธานาธิบดีโจ ไบเดน (Joe Biden) แห่งสหรัฐฯ ซึ่งประกอบไปด้วย นาย Chris Dodd อดีตวุฒิสมาชิก, นาย Richard Armitage กับนาย James Steinberg อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนาย Dan Biers ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการไต้หวัน กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เริ่มแรกประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ได้กล่าวต้อนรับนาย Chris Dodd และคณะ สำหรับเดินทางมาเยือนไต้หวัน ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกที่รัฐบาลประธานาธิบดีโจไบเดนส่งคณะผู้แทนมาเยือนไต้หวัน อันแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างทั้งสองฝ่าย ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินกล่าวว่า หลังจากที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดนเข้ารับตำแหน่ง ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวัน-สหรัฐฯ ก็ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีเสถียรภาพ นาย Antony Blinken รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และนาย Lloyd Austin รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ของสหรัฐฯ ก็ได้ประกาศต่อสาธารณชนอย่างหนักแน่นว่าสหรัฐฯ จะยังคงให้การสนับสนุนไต้หวัน นอกจากนี้กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยังได้ประกาศแนวทางใหม่สำหรับการแลกเปลี่ยนกับไต้หวัน และการลงนาม MOU ของคณะทำงานกิจการยามฝั่งระหว่างไต้หวัน-สหรัฐฯ ซึ่งทั้งหมดล้วนแสดงถึงความสัมพันธ์ที่ความก้าวหน้าอย่างมาก

         ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินกล่าวอีกว่า ไต้หวันมีแนวทางป้องกันการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ดี มีการรักษาสภาพเศรษฐกิจที่แข็งแรง จึงกลายเป็นพันธมิตรด้านเศรษฐกิจการค้าที่เชื่อถือได้ ไต้หวันและสหรัฐอเมริกามีระบบจัดการห่วงโซ่อุปทานที่มีประสิทธิภาพปลอดภัย มีการดำเนินความร่วมมือพัฒนาเทคโนโลยี 5G และโครงสร้างพื้นฐาน ดังนั้นจึงหวังว่าการเจรจา TIFA ครั้งใหม่จะเกิดโดยเร็ว เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและการค้าแบบทวิภาคี นอกจากนี้การที่รัฐบาลสหรัฐฯ เร่งดำเนินการระหว่างประเทศเกี่ยวกับความร่วมมือแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ไต้หวันเองก็มีความมุ่งมั่นที่จะลดปริมาณคาร์บอน และพยายามอย่างเต็มที่เพื่อพัฒนาพลังงานสีเขียว ทำให้เชื่อว่านี่จะเป็นประเด็นสำคัญสำหรับความร่วมมือระหว่างไต้หวันและสหรัฐฯ ในระยะยาวต่อไป ทั้งนี้ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินยังถือโอกาสนี้ขอบคุณรัฐบาลสหรัฐฯ ที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพในช่องแคบไต้หวัน พร้อมชี้ให้เห็นว่า กิจกรรมของกองทัพจีนทั้งเรือรบและเครื่องบินที่เกิดขึ้นบ่อยครั้ง ถือเป็นการกระทำที่คุกคามความสงบสุขของภูมิภาคนี้ ดังนั้นไต้หวันยินดีที่จะทำงานร่วมกับประเทศที่มีแนวคิดคล้ายคลึงกัน เพื่อปกป้องสันติภาพและความมั่นคงให้กับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก

 

 

คลิปการพบหารือระหว่างผู้นำไต้หวันกับคณะตัวแทนผู้นำสหรัฐฯ ณ ทำเนียบ ปธน. ไต้หวัน 

๒. จีนไม่สนความรู้สึกคนไต้หวันส่งเครื่องบินรบก่อกวนไต้หวันไม่หยุด

        ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา จีนส่งเครื่องบินทหารก่อกวนเขตแสดงตนป้องกันภัยทางอากาศหรือ ADIZ ฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวัน จำนวนมากที่สุดเท่าที่เคยมีมาในวันเดียวถึง 25 ลำ กระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน สาธารณรัฐจีนระบุว่า กระทรวกลาโหมไต้หวันยึดกุมข้อมูลข่าวกรองเกี่ยวกับการข่มขู่คุกคามของจีนอย่างใกล้ชิด และได้แบ่งปันข้อมูลข่าวกรองกับประเทศที่เกี่ยวข้องด้วย

        นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 3 เม.ย. ที่ผ่านมา รวม 10 วัน จีนส่งเครื่องบินทหารก่อกวนไต้หวันอย่างต่อเนื่อง นางโอวเจียงอัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน เปิดเผยว่า ตั้งต้นปีที่ผ่านมาจนถึงเมื่อวันที่ 14 เม.ย.จีนส่งเครื่องบินทหารรุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศหรือ ADIZ รวมทั้งสิ้นถึง 74 ครั้ง รวมจำนวนเครื่องบินทั้งสิ้น 249 ลำ

        นางโอวฯ ระบุว่า กองทัพไต้หวันยึดกุมข่าวกรองต่าง ๆ อย่างละเอียด และติดตามจับตาการเคลื่อนไหวของทั้งเครื่องบินทหารและเรือรบในช่องแคบไต้หวันอย่างใกล้ชิด ซึ่งไต้หวันได้แบ่งปันข่าวกรองเหล่านี้กับประเทศที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้มีการวางแผนการรับมือต่าง ๆ ไว้พร้อมแล้ว ปกป้องความปลอดภัยแห่งชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ

        ความเคลื่อนไหวของจีนมีรูปแบบหลากหลาย อาทิ การข่มขู่ การก่อกวน และการแสดงแสนยานุภาพทางทหารของตน ไม่ว่าจะเป็นไต้หวันหรือสหรัฐฯ การก่อกวนของเครื่องบินทหารหรือเรือรบจีนย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง และเป็นพฤติกรรมรุกราน ซึ่งไต้หวันได้ประนามหลายครั้งหลายหน และเปิดเผยความถี่ที่เครื่องบินทหารจีนก่อกวนไต้หวันให้ประชาชนได้เข้าใจด้วย

        กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้เปิดเว็บไซต์เผยแพร่สถานการณ์ทางทหารแบบเรียลไทม์มาตั้งแต่วันที่ 17 ก.ย. ปีที่แล้ว โดยจีนส่งเครื่องบินทหารนานาชนิดก่อกวนเขตแสดงตนไต้หวันมาแทบทุกวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงตั้งแต่ต้นเดือน เม.ย. รวม 11 วัน อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารวิเคราะห์ว่า กองทัพอากาศจีนกำลังฝึกซ้อมเพื่อรับมือกับกองเรือบรรทุกเครื่องบินรุสเวลล์ของสหรัฐฯ ที่เข้ามาป้วนเปี้ยนแถวช่องแคบไต้หวันอยู่เป็นประจำ

แผนที่่แสดงการรุกล้ำเขต ADIZ ไต้หวันของเครื่องบินทหารจีน

         ทั้งนี้ นายหม่าเสี่ยวกวง โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน ได้ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวระหว่างประเทศที่สอบถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการคุกคามทางทหารต่อไต้หวันของจีนอาจทำให้ชาวไต้หวันไม่พอใจจีนหรือเกลียดจีนได้ ว่า ) ว่า แม้ว่าการส่งฝูงบินรบจำนวนมากขึ้นก่อกวนเขตแสดงตนเพื่อการป้องกันภัยทางอากาศของไต้หวันบ่อยและมากขึ้นเป็นลำดับ จะสร้างความไม่พอใจให้แก่ประชาชนชาวไต้หวันก็ตาม แต่เนื่องจากการแยกไต้หวันเป็นเอกราชเป็นภัยคุกคามที่ร้ายแรงที่สุดต่อสันติภาพ การพัฒนาไปอย่างสันติ ตลอดจนผลประโยชน์ร่วมกันของประชาชนบนช่องแคบไต้หวัน ดังนั้น การดำเนินการเพื่อสกัดกั้นการแยกไต้หวันเป็นเอกราชจึงไม่จำเป็นต้องคำนึงเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งต่อทางการพรรคดีพีพี

แผนที่่แสดงการรุกล้ำเขต ADIZ ไต้หวันของเครื่องบินทหารจีน

๓. ผู้นำไต้หวันย้ำการจัดการลงประชามติไม่ใช่สงครามแต่เป็นโอกาสในการทำความเข้าใจกับประชาชน

        กลุ่มองค์กรภาคประชาชนในไต้หวันได้เสนอญัตติขอจัดการลงประชามติใน 2 ประเด็นได้แก่ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สาหร่ายปะการังที่มีแผนการจัดทำลายเพื่อสร้างเป็นโรงงานเก็บสะสมก๊าซธรรมชาติ และประเด็นเนื้อหมูที่มีสารแรคโตพามีนปนเปื้อน โดยจะจัดให้มีขึ้นในช่วงเดือน ส.ค. ปีนี้ ซึ่งทั้งสองประเด็นล้วนเป็นประเด็นที่รัฐบาลเป็นผู้ผลักดันทั้งสิ้น ทำให้ถูกจับตามองเป็นพิเศษว่า พรรคดีพีพีในฐานะพรรครัฐบาลจะมีท่าทีหรือรับมืออย่างไรในการปกป้องเพื่อผลักดันนโยบายของตน ซึ่งเบื้องต้นฝ่ายรัฐบาลทั้งทำเนียบประธานาธิบดี สภาบริหาร และพรรคดีพีพี ได้ฉันทามติแล้วว่าจะไม่มีการเสนอญัตติเพื่อต้านญัตติลงประชามติดังกล่าว ซึ่งประธานาธิบดีไช่อิงเหวินได้ชี้แจงเพิ่มเติมในที่ประชุมคณะกรรมการกลางบริหารของพรรคเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า หลายฝ่ายมองว่าการที่พรรคดีพีพีไม่เสนอญัตติเพื่อรับมือกับการลงประชามติถือเป็นการเผชิญหน้าโดยตรง หรือ สงบศึก ล้วนไม่ตรงกับความเป็นจริง เพราะการลงประชามติมิใช่สงคราม แต่เป็นโอกาสที่รัฐบาลจะทำความเข้าใจกับประชาชน ประธานาธิบดีไช่ฯ ระบุว่า พรรคดีพีพีทั้งพรรค จะต้องถือเอาการลงประชามติในครั้งนี้เป็นโอกาสในการทำความเข้าใจด้านนโยบายที่สำคัญ ทำความเข้าใจกับประชาชนแบบประชิดตัว

สาหร่ายปะการังที่ต้องใช้เวลากว่า 7000 ปี จึงจะเกิดขึ้นได้ กำลังเป็นที่ถกเถียงกันว่าจะอนุรักษ์ไว้ต่อไปหรือไม่? ตัดสินโดยการลงประชามติในเดือน ส.ค. 2564 นี้ 

        พรรคก๊กมินตั๋งกับภาคประชาชนร่วมกันเสนอญัตติลงประชามติ 2 ประเด็น ได้แก่ ต้านการนำเข้าเนื้อหมูที่มีสารแรคโตพามินหรือสารกระตุ้นเนื้อแดง และประเด็น ปกป้องสาหร่ายปะการัง ซึ่งกำลังขึ้นสู่กระแสสูงที่มีความเป็นไปได้มากขึ้นที่มีผู้สนับสนุนมากขึ้น ประธานาธิบดีไช่ฯ จึงระดมมันสมองจากฝ่ายต่าง ๆ พิจารณาหาทางรับมือ โดยจะไม่มีการเสนอญัตติเพื่อต่อต้านการลงประชามติ แต่จะให้ฝ่ายรัฐบาลในทุกภาคส่วนชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจ

       เซี่ยเพ่ยเฟิน โฆษกพรรคดีพีพี ระบุว่า ปธน. ไช่ฯ ได้ระบุชัดว่า การจัดการลงประชามติมิใช่การทำสงคราม แต่เป็นโอกาสที่รัฐบาลจะได้ทำความเข้าใจกับประชาชน ชี้แจงให้ประชาชนได้เข้าใจถึงนโยบายและความตั้งใจที่แท้จริงของรัฐบาล ที่ต้องการพัฒนานโยบายพลังงานของรัฐบาลให้เพิ่มการใช้ก๊าซธรรมชาติ ลดการใช้ถ่านหิน พัฒนาพลังงานเขียว นำพาไต้หวันไปสู่ประเทศปลอดนิวเคลียร์ ซึ่งนอกจากจะสอดคล้องกับกระแสโลกเท่านั้น หากยังเป็นนโยบายที่เป็นรูปธรรมของพรรคดีพีพีเพื่อผลักดันการเปลี่ยนโครงสร้างด้านพลังงานของไต้หวันด้วย นอกจากนี้ ยังยึดมาตรฐานสากล สร้างหลักประกันให้แก่ความปลอดภัยของอาหาร ควบคุมดูแลการนำเข้าเนื้อหมู ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ รวมทั้งการวางแผนการด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างประเทศด้วย ตลอดจนเกี่ยวพันกับความอยู่รอดของไต้หวันท่ามกลางการแข่งขันทางการค้าระหว่างประเทศอย่างดุเดือดที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

 

 

 

       

 

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง