:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย ไต้หวัน สาธารณรัฐจีนไม่เคยเป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน

  • 12 July, 2021
กระแสประชาธิปไตย
ผู้นำไต้หวันตั้งเป้าสิ้นเดือน ก.ค. นี้ ต้องฉีดวัคซีนให้ได้ 20-25% ของประชากร
กระแสประชาธิปไตย
Kurt Campbell ฝ่ายประสานงานกิจการอินโดแปซิฟิก ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ (White House coordinator for the Indo-Pacific)
กระแสประชาธิปไตย
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน เรียกร้องชาวไต้หวันฉีดวัคซีนสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ หลังได้รับวัคซีนแอสตร้าฯ จากไทย 6.26 แสนโดส
กระแสประชาธิปไตย
แถลงกาณ์ร่วม 4 ทูตอาเซียนเรียกร้องไต้หวันฉีดวัคซ๊นให้แก่แรงงานข้ามชาติในไต้หวัน

๑. กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันย้ำ ไต้หวันสาธารณรัฐจีนเป็นประเทศอธิปไตย

        เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ออกมายืนยันว่าถึงสถานะของไต้หวัน สาธารณรัฐจีนว่า สาธารณรัฐจีนเป็นประเทศอธิปไตย ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน ซึ่งเป็นความจริง และเป็นความจริงในปัจจุบัน

        โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นาย Kurt Campbell ระดับสูงฝ่ายประสานงานกิจการอินโดแปซิฟิก ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ได้กล่าวในการประชุมออนไลน์ที่จัดโดยสมาคม Asia Society ของสหรัฐฯ ย้ำอย่างชัดเจนว่า สหรัฐฯ สนับสนุนศักดิ์ศรีของไต้หวัน และสนับสนุนการไปมาหาสู่ในระดับไม่เป็นทางการระหว่างไต้หวัน –สหรัฐฯ แต่สหรัฐฯ ไม่สนับสนุนการแยกไต้หวันเป็นเอกราช สหรัฐฯ ต้องดำเนินความสัมพันธ์กับไต้หวันอย่างสมดุลย์ ซึ่งเกี่ยวพันกับสันติภาพและเสถียรภาพบนช่องแคบไต้หวันที่จะพัวพันไปถึงสถานการณ์โลกด้วย นอกจากนี้ การต่อต้านโรคระบาดกับวัคซีน ไต้หวันก็ไม่ควรถูกกีดกันออกจากสังคมโลก

Kurt Campbell ฝ่ายประสานงานกิจการอินโดแปซิฟิก ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ (White House coordinator for the Indo-Pacific)

        นางโอวเจียงอัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ระบุว่า กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ยินดีต่อการที่นายเคิร์ธ แคมเบล สนับสนุนไต้หวันเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างประเทศ และรู้สึกขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อการที่รัฐบาลสหรัฐฯ ได้มอบวัคซีนจำนวน 2.5 ล้านโดสให้แก่ไต้หวันอย่างทันท่วงจังหวะเวลา ร่วมกันยืนหยัดในมิตรภาพต่อต้านโรคระบาดอย่างเต็มที่

        นางโอวเจียงอัน ระบุอีกว่า ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน เป็นประเทศอธิปไตย มีเอกราชเป็นของตนเอง ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสาธารณรัฐประชาชนจีน มันเป็นความจริง และเป็นสภาพในปัจจุบัน รัฐบาลไต้หวันดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันด้วยนโยบายที่สอดคล้องกับความเป็นจริงและเป็นไปอย่างมั่นคง ปกป้องระบอบเสรีประชาธิปไตย แสวงหาโอกาสในการเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างประเทศให้กว้างขวางและในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น

        นอกจากนี้ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ยังระบุว่า ตั้งแต่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ขึ้นเป็นผู้นำสหรัฐฯ เป็นต้นมา ก็ได้กล่าวย้ำหลายครั้งหลายหนว่า สัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน แน่นแฟ้น แข็งแกร่งดั่งหินผา และได้ร่วมกับพันธมิตรประกาศย้ำจุดยืนให้ความสำคัญกับการปกป้องเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวันอย่างกระตือรือร้น ไต้หวันเป็นหุ้นส่วนที่วางใจได้และมีความรับผิดชอบ ไต้หวันมีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับสหรัฐฯ ในประเด็นต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภูมิภาคและระดับโลก รวมทั้งยินดีที่จะอุทิศตนให้แก่ประชาคมโลกต่อไปอย่างต่อเนื่อง

 

๒. ผู้นำไต้หวันขอบคุณญี่ปุ่นส่งมอบวัคซีนอีกนับล้านโดสให้ไต้หวัน พร้อมเรียกร้องประชาชนรับการฉีดวัคซีเสริมภูมิคุ้มกันหมู่ในไต้หวัน

        ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ไต้หวันได้รับวัคซีนแอสตร้าเซนากาทั้งที่สั่งซื้อเองและรับมอบจากต่างประเทศ รวมจำนวนกว่า 2 ล้านโดส โดยมาจากโรงงานที่ไทย ซึ่งไต้หวันสั่งซื้อเองจากบริษัทแม่จำนวน 6.26 แสนโดส และที่ญี่ปุ่นมอบให้ไต้หวันจำนวน 1.13 ล้านโดส มาถึงไต้หวันแล้วในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า วัคซีนที่ไต้หวันได้มาทำให้การฉีดวัคซีนในไต้หวันมีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น จึงขอให้ประชาชนไปรับการฉีดวัคซีนอย่างกระตือรือร้น เพื่อให้เกิดภูมิคุ้มกันหมู่ในไต้หวัน พร้อมประกาศว่าภายในสิ้นเดือนนี้ ไต้หวันจะมีอัตราการฉีดวัคซีนในสัดส่วน 25% ของประชากรทั้งหมดในไต้หวัน

         ผู้นำไต้หวันย้ำว่า ไม่ว่าจะเป็นวัคซีนแอสตร้าฯ หรือโมเดอร์นา ก็มีข่าวปลอมเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นข่าวที่บอกว่า วัคซีนจะส่งผลต่อดีเอ็นเอ ข่าวลือแบบนี้ แม้ CECC จะชี้แจงหลายครั้งหลายหนว่า “วัคซีนไม่ทำให้ดีเอ็นเอเกิดการเปลี่ยนแปลงใด ๆ ขึ้น” ก็ตาม แต่ข่าวลือก็กระฉ่อนไปทั่วไม่หยุด

         ผู้นำไต้หวันย้ำว่า เป้าเหมายเดียวของข่าวลือก็คือการดิสเครดิสศูนย์บัญชาการควบคุมโรคระบาดหรือ CECCเท่านั้น และเพื่อให้การฉีดวัคซีนเกิดอุปสรรคขึ้น ทำให้ไต้หวันไม่สามารถสร้างเกราะคุ้มกันแบบหมู่ขึ้น ดังนั้น ผู้นำไต้หวันจึงขอร้องอีกครั้งให้ผู้คนรีบไปฉีดวัคซีนเมื่อได้รับการนัดหมาย และหากพบหรือได้ยินข่าวลือใดๆ ก็ใช้ไลน์เช็คข่าวนั้น ๆ ได้ว่าเป็นข่าวปลอมหรือไม่ ขอให้ช่วยกันคนละไม้คนละมือชี้แจงข่าวลือต่าง ๆ ร่วมกันเพื่อให้การป้องกันโรคระบาดเป็นไปโดยราบรื่น

ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน เรียกร้องประชาชนฉีดวัคซีนเพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่

4 ทูตอาเซียนประจำไต้หวันร่วมเรียกร้องให้ไต้หวันฉีดวัคซีนให้แก่แรงงานข้ามชาติในไต้หวัน

            สืบเนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิด 19 ในขอบเขตทั่วโลกที่ยังคงคุกรุ่นอย่างต่อเนื่อง ส่วนในไต้หวันแม้จะลดอุณหภูมิลงบ้าง แต่ก็ยังไม่เป็นที่น่าวางใจ ในขณะที่ไต้หวันยังระดมฉีดวัคซีนให้แก่ประชาชนทั่วไปในกลุ่มเสี่ยงต่าง ๆ โดยมีข่าวเกี่ยวกับการเกิดคลัสเตอร์ระบาดในกลุ่มแรงงานข้ามชาติที่เหมียวลี่ ส่งผลให้วิตกกังวลว่าจะระบาดให้หมู่แรงงานข้ามชาติในไต้หวันที่มีจำนวนหลายแสนคนที่มาจาก 4 ประเทศอาเซียน ได้แก่ ไทย ฟิลิปปินส์ เวียดนามและมาเลเซีย

             ดังนั้น เมื่อสัปดาห์ปลายเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ทูตอาเซียน 4 ประเทศ ประกอบไปด้วย นายธงชัย ชาสวัสดิ์ ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักงานการค้าและเศรษฐกิจไทย ในฐานะผู้แทนรัฐบาลไทย นาย Budi Santoso ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงาน Indonesian Economic and Trade Office (IETO) in Taipei  ในฐานะผู้แทนรัฐบาลอินโดนีเซีย นาย Gilberto Lauengco ผู้อำนวยการใหญ่ Manila Economic and Cultural Office (MECO) ในฐานะผู้แทนรัฐบาลฟิลิปปินส์ และนาย Nguyen Anh Dung ผู้อำนวยการใหญ่ Vietnam Economic and Cultural Office in Taipei (VECO) ในฐานะผู้แทนรัฐบาลเวียดนาม ประจำไต้หวัน ได้ร่วมกันเรียกร้องให้หน่วยงานเกี่ยวข้องของไต้หวัน พิจารณาฉีดวัคซีนให้แก่แรงงานข้ามชาติโดยเร็ว และต้องเป็นวัคซีนที่ได้มาตรฐานโลก และฉีดให้แก่แรงงานข้ามชาติตามความสมัครใจด้วย

             แถลงการณ์ของ 4 ทูตอาเซียนระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาได้เกิดเหตุโรคระบาดหลายครั้งที่ทำให้เกิดความกังวลต่อแรงงานข้ามชาติที่มีความเปราะบาง จึงต้องเร่งจัดการฉีดวัคซีนให้แก่กลุ่มเปราะบางดังกล่าวโดยรีบด่วน ซึ่งในปัจจุบัน มีแรงงานชาวอินโดนีเซีย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ และไทย ในสัดส่วน 36.5% , 34%, 21.1% และ 8.2% ตามลำดับรวมกันสูงถึง 99.8% ของแรงงานต่างชาติทั้งหมดในไต้หวัน ทั้งนี้ ทูต 4 ประเทศอาเซียน ได้ขอบคุณไต้หวันที่สนับสนุนแรงงานทั้ง 4 ประเทศ เน้นว่ายินดีจะหารืออย่างสร้างสรรค์กับไต้หวันเพื่อความผาสุกของแรงงานข้ามชาติ และเพื่อประโยชน์ของทุกฝ่าย พร้อมทั้งเรียกร้องไต้หวันพิจารณาดำเนินมาตรการปกป้องแรงงานข้ามชาติทั้ง 4 ชาติที่มีความเปราะบาง มิเช่นนั้นจะกระทบต่อสุขภาพ เศรษฐกิจและสังคมของไต้หวันด้วย  ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันต่อสู้โรคระบาด สามัคคีกันโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง ปกป้องสุขภาพและความผาสุกของประชาชนทั้งหมด

แถลงการณ์ร่วม 4 ทูตอาเซียนประจำไต้หวัน

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง