:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย ไต้หวันรุกหนักด้านการต่างประเทศ จีนเดือด ทั่วโลกจับตาสถานการณ์ช่องแคบไต้หวันไม่กระพริบตา

  • 01 November, 2021
กระแสประชาธิปไตย
ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน ให้สัมภาษณ์ CNN

๑. ผู้นำไต้หวันให้สัมภาษณ์พิเศษ CNN ย้ำสัมพันธ์ไต้หวัน-สหรัฐฯ แน่นปึ๊ก

      ในช่วงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ทั่วโลกต่างโฟกัสมาที่สถานการณ์บนช่องแคบไต้หวันแบบไม่กระพริบตา เนื่องจาก ไต้หวันได้รุกคืบด้านการต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นการสัมภาษณ์สื่อยักษ์ใหญ่ระดับโลกอย่าง CNN ของประธานาธิบดีไช่อิงเหวินผู้นำไต้หวันที่ตอกย้ำความสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งความสัมพันธ์ด้านการทหาร รวมทั้งเป็นครั้งแรกที่ผู้นำไต้หวันยอมรับว่า สหรัฐฯ ส่งเจ้าหน้าที่ด้านการทหารเข้ามาช่วยเหลือฝึกทหารให้แก่กองทัพไต้หวันให้มีศักยภาพที่จะสามารถป้องกันตนเองได้ ซึ่ง CNN ระบุว่า ทหารอเมริกันในไต้หวันมีจำนวนเพิ่มขึ้นจากปี 2018 ประมาณ 10 นาย เป็น 32 นาย ในปีนี้ ทำให้ถูกจีนมองว่าเป็นการ “ล้ำเส้น” หลักการจีนเดียวของตน นอกจากนี้ ประธานาธิบดีไช่ฯ ก็ได้แสดงความคาดหวังที่จะมีการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน หากผู้นำจีนยินดีที่จะพูดคุยด้วย ตนก็พร้อมที่จะนั่งลงมาเจรจาด้วย ส่วนความตึงเครียดบนช่องแคบไต้หวัน ก็ได้ทวีความเข้มข้นทุกขณะหรือทุกวันทีเดียว แต่ก็มั่นใจว่า หากไต้หวันถูกจีนรุกรานทางทหาร สหรัฐฯ กับประเทศพันธมิตรที่เป็นประชาธิปไตยก็จะยื่นมือให้ความช่วยเหลือไต้หวันต่อต้านการรุกรานจากจีน  

ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผํู้นไต้หวัน ให้สัมภาษณ์ CNN 

๒. รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันเยือนยุโรป สะเทือนสัมพันธ์ช่องแคบไต้หวัน?

      นายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ตระเวณเยือนประเทศต่าง ๆ ในยุโรป ระหว่างวันที่ 24-30 ต.ค. 2564 โดยเยือนสาธารณรัฐสโลวาเกีย และสาธารณรัฐเช็ก รวมทั้งเยือนรัฐสภาสหภาพยุโรปหรือ EU สร้างความฮือฮาและความไม่พอใจให้แก่จีนเป็นอย่างมาก กระทั่งระบุตรง ๆ ว่า นายอู๋ฯ เป็นหัวโจกดื้อรั้นของฝ่ายแยกไต้หวันเป็นเอกราช แต่ไต้หวันก็ได้ตอบโต้ย้ำความสัมพันธ์อันเหนียวแน่นระหว่างไต้หวันกับประเทศในยุโรปตะวันออกและยุโรปกลางที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน
      โดยประเทศแรกที่นายอู๋ฯ เยือนก็คือ เขาได้รับเชิญให้กล่าวสุนทรพจน์ตามคำเชิญของ คลังสมองของ นครหลวงของสโลวาเกีย GLOBSEC ในงานสัมมนา “Taiwan Forum”โดยกล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Resilience and Global Economic Cooperation after the Pandemic” ซึ่งมีนาย Ingrid Brockova รัฐมนตรีช่วยต่างประเทศ และนาย Pavol Demes อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  สโลวาเกีย ให้เกียรติเข้าร่วมฟังการปาฐกถาของนายอู๋ฯ ที่เป็นการกล่าวสุนพจน์ครั้งที่ 2 ในยุโรป ของนายอู๋ฯ ในฐานะ รมว. กต. ไต้หวัน หลังจากที่เคยกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมซัมมิตประชาธิปไตยโคเปนเฮเกน ที่เดนมาร์ก เมื่อเดือน มิ.ย. 2562

      ในการปาฐกถาดังกล่าว นายอู๋ฯ ได้ย้ำว่า ความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสโลวาเกีย แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันหลายครั้ง โดยเดือน ก.ย. ได้ร่วมกันจัดการสัมนาระหว่างประเทศในระบบออนไลน์ GCTF เพื่อเสริมการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังโรคระบาด และในเดือน พ.ย.นี้ ไต้หวันกับสโลวาเกียก็จะร่วมกันจัดการประชุมต่อต้านข่าวปลอมที่เป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงในทุก ๆ ด้านของทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ ยังได้มีการจัดทำความตกลงระหว่างกันหลายฉบับ อาทิ  “ความตกลงป้องกันการเก็บภาษีซ้อน” “ความตกลงรับรองใบอนุญาตขับขี่รถยนตร์” “ความตกลงทำงานเชิงท่องเที่ยว” และ “บันทึกความเข้าใจความร่วมมือเศรษฐกิจ” นอกจากนี้ รัฐบาลสโลวาเกียได้บริจาควัคซีนแอสตร้เซนิก้าให้ไต้หวันจำนวน 1.6 แสนโดส ในยามที่ไต้หวันขาดแคลนวัคซีน

      นายอู๋ฯ ได้รับเชิญจาก Czech Academy of Sciences และ Sinopsis คลังสมองของสาธารณรัฐเช็ก กล่าวปาฐกถาในหัวข้อ “Towards a productive relationship: Engaging with Taiwan in multiple domains” โดยเน้นย้ำถึงอุดมการณ์ประชาธิปไตยร่วมกันของ 2 ฝ่าย ทำให้ทั้งสองประเทศสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวปกป้องประชาธิปไตยและเสรีภาพที่เป็นคุณค่าร่วมกัน พร้อมทั้งเรียกร้องให้ทั่วโลกต้องมีความเด็ดเดี่ยว มีความมั่นใจร่วมกันปกป้องคุณค่าแห่งเสรีภาพ ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน และนิติรัฐ รวมตัวกันเป็น “พลังแห่งความดี” (a force for good) และในช่วงเยือนสาธารณรัฐเช็ก นายอู๋ฯ ได้รับมอบเหรียญตราเกียรติยศ Foreign VIP Laureates จากนาย Miloš Vystrči ประธานวุฒิสภา สาธารณรัฐเช็ก ซึ่งปีนี้ได้มอบให้แก่นายอู๋ฯ และ ปธน. Zuzana Caputova แห่งสโลวาเกีย โดยนายอู๋ฯ ได้หยิบยกคำกล่าวของอดีตผู้นำสาธารณรัฐเช็กที่ว่า “The salvation of this human world lies nowhere else than in the human heart” ย้ำว่า ไต้หวันอยู่แนวหน้าสุดของการเผชิญหน้ากับเผด็จการ จะปกป้องประชาธิปไตยอย่างสุดความสามารถ และช่วยเหลือทั่วโลกในการปกป้องประชาธิปไตย เสรีภาพและสิทธิมนุษยชน นอกจานี้ นายอู๋ฯ ยังได้เข้าเยี่ยมคารวะนาย Zdeněk Hřib ผู้ว่าการกรุงปราก ณ ทำเนียบที่พักของผู้ว่าฯ ในกรุงปราก แสดงความขอบคุณที่ท่านผู้ว่าฯ ได้อุทิศตนให้แก่การกระชับสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสาธารณรัฐเช็ก และสนับสนุนไต้หวันเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างประเทศ รวมทั้งได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นการสาธารณสุข การศึกษา และเยาวชน เพื่อกระชับความร่วมมือระหว่างกันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น

      หลังเสร็จสิ้นการเยือนทั้งสองประเทศแล้ว นายอู๋จาวเซี่ย ยังได้เดินทางเยือนรัฐสภาสหภาพยุโรปในกรุงบรัสเซลส์ พบหารือกับสมาชิกรัฐสภายุโรปที่เป็นมิตรกับไต้หวัน ซึ่งนายอู๋ฯ ได้กล่าวขอบคุณรัฐสภายุโรปและรัฐสภาเบลเยี่ยมที่ได้แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวันแบบ “ทะลุเพดาน” หลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการผ่านญัตติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นต่อรายงาน “ความสัมพันธ์และความร่วมมือทางการเมืองระหว่างไต้หวันกับสหภาพยุโรป) ที่แนะนำให้ EU กระชับความสัมพันธ์ด้านการเมืองกับไต้หวัน รวมทั้งสนับสนุนให้ไต้หวันเข้าร่วมกิจกรรมประชาคมโลก โดยย้ำว่า นอกจากจะเป็นญัตติฉบับแรกของรัฐสภายุโรปที่เล็งเห็นความสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับ EU เท่านั้น หากยังเป็นญัตติที่ได้รับคะแนนเห็นชอบสูงสุดเป็นอันดับ 2 ของรัฐสภายุโรป

      ส่วนวุฒิสภาเบลเยี่ยมก็ได้มีมติรับรองญัตติ “เสริมฐานะในสังคมนานาชาติของไต้หวัน” เมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งรับรองด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น สนับสนุนไต้หวันเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างประเทศและอาศัยช่องทางทางการทูตผ่อนคลายสถานการณ์ตึงเครียดในเอเชียแปซิฟิก

      การเยือนยุโรปของนายอู๋ฯ สร้างความสั่นเทือนให้แก่กิจการต่างประเทศของจีนอย่างรุนแรง ซึ่งจีนมีปฏิกิริยาที่ค่อนข้างรุนแรงทั้งกระทรวงการต่างประเทศ สำนักงานกิจการไต้หวันของจีน ต่างดาหน้าออกมาแสดงจุดยืนย้ำ “หลักการจีนเดียว” และข่มขู่ไต้หวันต่าง ๆ นา ๆ ที่รุนแรงที่สุดเห็นจะได้แก่การกล่าวหานายอู๋ฯ ว่าเป็นหัวโจกที่ดื้อรั้นของกลุ่มที่มีความคิดแยกไต้หวันเป็นเอกราช พร้อมทั้งระบุว่า การแยกไต้หวันเป็นเอกราชเป็นหนทางแห่งความตายลูกเดียว

      นอกจากนี้ จีนยังอาศัยสื่อที่อยู่ในอาณัติอย่าง “หวนฉิวสือเป้า” หรือ Global Times ตีพิมพ์บทความโจมตีการเยือนยุโรปของนายอู๋ฯ อย่างสาดเสียเทเสียว่า การเยือนยุโรปของนายอู๋ฯ ก็เพื่อต้องการบ่อนทำลายนโยบายจีนเดียวของประเทศในยุโรป ซึ่งก็ถูกกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันตอบโต้ว่า สื่อทางการจีนต้องตกอับทำได้เพียงการสร้างข่าวปลอมและโกหกตอแหลเท่านั้น ซึ่งก็มีแต่พรรคคอมมิวนิสต์จีนที่เป็นเผด็จการเท่านั้นที่ทำแช่นนี้ได้

      พร้อมกันนี้ กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันก็ได้ย้ำว่า การเยือน 3 ประเทศในยุโรปตะวันออกและยุโรปกลางของนายอู๋ฯ และนายก่งหมิงซิน ประธานสภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวันก็เพื่อตอกย้ำคุณค่าแห่งประชาธิปไตยที่ไต้หวันกับประเทศในยุโรปมีร่วมกัน และส่งเสริมการอำนวยประโยชน์รวมทั้งสร้างความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองฝ่าย เชื่อมต่อความทรหดของอุตสาหกรรมซัพพลายเชนระหว่างกันอีกด้วย

นายอู๋จาวเซี่ย รมว. กต. ไต้หวัน และคณะพบหารือกับคณะ ส.ส. สหภาพยุโรป

๓. จับตาลงประชามติ 4 ประเด็นปลายปีนี้

      ไต้หวันมีกำหนดการจัดการลงประชามติทั่วประเทศ ในวันที่ 18 ธ.ค. ศกนี้ ใน 4 ประเด็น ได้แก่ ประเด็นการเปิดใช้โรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 4 ประเด็นการจัดการลงประชามติพร้อมกับการจัดการเลือกตั้งทั่วไป ประเด็นการสร้างโรงกักเก็บก๊าซธรรมชาติชายฝั่งสาหร่ายปะการัง และประเด็นเนื้อหมูที่มีสารแรคโตพามิน ซึ่งจากการสำรวจความคิดเห็นของชาวไต้หวันพบว่า มีความเป็นไปได้ค่อนข้างสูงที่ทั้ง 4 ญัตติจะผ่านการรับรอง ทำให้รัฐบาลของท่านประธานาธิบดีไช่ฯ ต้องตื่นตัวและเร่งรณรงค์ให้ลง “โหวตโน” ทั้ง 4 ประเด็น เพราะทั้ง 4 ประเด็นถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และหากผ่านทั้ง 4 ญัตติตามการเสนอของพรรคฝ่ายค้านแล้ว ก็อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นในปลายปี กระทั่งกระทบสถานะการเป็นรัฐบาลของท่านนายกรัฐมนตรีซูเจินชาง เนื่องจากพรรคฝ่ายค้านก็ร่วมกันรณรงค์ให้ “โหวตเยส” ทั้ง 4 ประเด็น โดยนำไปเปรียบเทียบให้เสมือนกับการลงคะแนนไม่ไว้วางใจท่านนายกฯ ซูฯ ที่พรรคฝ่ายค้านเห็นว่าล้มเหลวในการป้องกันโควิด-19 แม้จะสามารถควบคุมได้ค่อนข้างดีก็ตาม

      โดยพรรค DPP ได้ออกคลิปรณรงค์ “โหวตโน” ทั้งสี่ประเด็น ย้ำผลงานที่ผ่านมาของรัฐบาลที่ได้วางแผน “เพิ่มการใช้ก๊าซธรรมชาติในการผลิตกระแสไฟฟ้า” “ลดการใช้ถ่านหิน” “ขยายการผลิตไฟฟ้าสีเขียว” และ “ขจัดการพึ่งพานิวเคลียร์” จึงขอให้ประชาชนร่วมกัน “โหวตโน” ทั้ง 4 ประเด็น ให้ไต้หวันมีพลังที่จะก้าวต่อไปอย่างมั่นคงมากยิ่งขึ้น

 

พรรค DPP ออกคลิปรณรงค์ลงประชามติโหวต "NO" 

 

 

 

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง