:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย ไต้หวันพร้อมเจรจาแต่ไม่เจรจาภายใต้การบีบบังคับด้วยกำลัง

  • 08 November, 2021
กระแสประชาธิปไตย
ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน (กลาง) ให้การต้อนรับคณะผู้แทนรัฐสภายุโรป
กระแสประชาธิปไตย
ปธน. ไช่ฯ มอบของที่ระลึกให้หัวหน้าคณะผู้แทนรัฐสภายุโรป
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
พรรคดีพีพีเร่งรณรงค์ "โหวตโน" 4 ประเด็นลงประชามติวันที่ 18 ธ.ค. 64

๑. ไต้หวันลั่น ไม่เจรจาท่ามกลางการบีบบังคับด้วยกำลังอาวุธ

     ท่ามกลางสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวันที่สื่อนานาชาติต่างรายงานถึงความตึงเครียดที่เกิดขึ้นเนื่องจากการเคลื่อนไหวทางทหารของจีนที่มุ่งต่อไต้หวันอย่างต่อเนื่องทั้งการส่งเครื่องบินทหารรุกล้ำเขตแสดงตน ADIZ ทางฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของไต้หวันอย่างต่อเนื่อง จนถึงตอนนี้มีจำนวนเครื่องบินทหารนานาชนิดรุกล้ำเขต ADIZ รวมเกือบพันลำทีเดียว และยังมีการฝึกซ้อมในลักษณะเดียวกันบ่อยครั้ง อาทิ การฝึกซ้อมยกพลขึ้นบก โดยจำลองสภาพสิ่งปลูกสร้าง อาคาร และลักษณะภูมิรัฐศาสตร์ของไต้หวันเสมือนจริง ซึ่งความเคลื่อนไหวทางทหารทุกอย่างของจีนอยู่ในสายตาของฝ่ายความมั่นคงของไต้หวันและพันธมิตรสำคัญของไต้หวันคือสหรัฐฯ เพื่อที่จะข่มขู่ไต้หวันให้เดินไปในทิศทางหรือแนวทางที่ตนต้องการ จนกระทั่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้เผยแพร่รายงานด้านการทหารระบุชัดว่า เมื่อถึงปี 2027 จีนจะอาศัยความเหนือกว่าและความเข้มแข็งกว่าด้านการทหารมาบีบบังคับให้รัฐบาลไต้หวันเจรจากับจีนภายใต้เงื่อนไขที่จีนต้องการ นั่นก็คือ “หลักการจีนเดียว”

        อย่างไรก็ดี นายเฉินหมิงทง ประธานคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ ของไต้หวัน ได้ประกาศชัดว่า ไต้หวันจะไม่ยอมเจรจากับจีนภายใต้การบีบบังคับ และก็ไม่มีวันที่จะยอมรับระบอบการปกครองที่จีนยัดเยียดให้ โดยเปรียบเปรยว่า แม้แต่ไก่เวลาอุจจาระออกมาก็ยังไออุ่นกระจายออกมา เสมือนจะบอกว่า ถึงแม้จะเป็นผู้ที่อ่อนแอกว่าแต่ก็มีศักดิ์ศรีเหมือนกัน

        ทางด้านกระทรวงกลาโหม ไต้หวัน ก็ระบุว่า จะร่วมมือกับประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน รับมือกับคุกคามต่างๆที่ต้องเผชิญหน้า พร้อมกับย้ำว่ากองทัพไต้หวันติดตามความเคลื่อนไหวทางทหารของจีนอย่างใกล้ชิด และประเมินสถานการณ์ทุกอย่างเพื่อเตรียมการรับมือ รวมทั้งยินดีที่จะร่วมมือกับทุกประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันรักษาสันติภาพในภูมิภาคและเสถียรภาพบนช่องแคบไต้หวันร่วมกัน

        นอกจากนี้ นายเฉินหมิงทง ยังได้ชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการกลาโหมและการต่างประเทศ สภานิติบัญญัติไต้หวันอีกว่าจีนพยายามทำสงครามจิตวิทยา เพื่อด้อยค่าความสามารถในการบริหารบ้านเมืองของรัฐบาลไต้หวัน และระบุว่า จีนพยายามที่จะทำทุกวิถีเพื่อให้บรรลุถึงการอาศัยสงครามมาข่มขู่ให้ไต้หวันมาเจรจาด้วย แต่ไต้หวันก็เชื่อมั่นว่ามีความสามารถเพียงพอที่จะรับมือกับความท้าทายที่จะเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

นายเฉินหมิงทง ประธานคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ (MAC)

         ทางด้านนักวิชาการไต้หวันได้แนะนำว่า ยุทธศาสตร์ของไต้หวัน ควรพยายามทำให้ประเด็นช่องแคบไต้หวันเป็นประเด็นที่ประเทศทั่วโลกให้ความสนใจ กลายเป็นประเด็นปัญหาระหว่างประเทศ ร่วมมือกับประเทศในอินโดแปซิฟิกแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารข่าวกรองระหว่างกัน

        ทางด้านกำลังทหารระหว่างไต้หวันกับจีน เครื่องบินรบ F-16V จำนวน 60 ลำที่ไต้หวันจัดซื้ออุปกรณ์เสริมจากรุ่นเก่า ได้ปรับปรุงเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน จะเป็นประธานในการเปิดตัวเครื่องบินรบ F-16V ดังกล่าวในวันที่ 18 พ.ย. ซึ่งทำให้กองทัพอากาศไต้หวันมีเครื่องบินรบ F-16V สมรรถนะสูง จำนวนทั้งสิ้น 207 ลำ มากที่สุดในโลก อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกำลังรบระหว่างไต้หวันกับจีนแล้ว กองทัพไต้หวันมีขนาดที่เล็กกว่าของจีนเป็นอย่างมาก ดังนั้น กองทัพไต้หวันจึงมุ่งพัฒนาไปสู่การสู้รบในลักษณะ “ไม่สมดุล” หรือ “เล็กพริกขี้หนู” เพื่อเป็นการสกัดมิให้กองทัพจีนผลีผลาม และคิดหนักหากจะโจมตีไต้หวัน

๒. คณะผู้แทนรัฐสภายุโรปเยือนไต้หวัน สะท้อนสัมพันธ์ไต้หวัน-อียู แน่นแฟ้น

        คณะผู้แทนรัฐสภายุโรป ซึ่งประกอบขึ้นจากคณะกรรมาธิการพิเศษการแทรกแซงขั้นตอนประชาธิปไตย/ข่าวปลอม หรือ INGE เยือนไต้หวันอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 3-5 พ.ย. 2564 ซึ่งทุกฝ่ายในไต้หวันต่างแสดงความยินดีต้อนรับ ทั้งทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน และกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน โดยนายจางตุนหาน โฆษกทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ระบุว่า คณะผู้แทนรัฐสภาของยุโรปคณะนี้เป็นคณะทางการคณะแรกของรัฐสภายุโรปที่เยือนไต้หวัน นอกจากจะมีความหมายสำคัญแล้ว ยังแสดงให้เห็นอย่างเด่นชัดถึงความสัมพันธ์และปฏิสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหภาพยุโรปแนบแน่นและลึกซึ้งยิ่งขึ้น

        คณะผู้แทนรัฐสภายุโรปคณะนี้มีนาย Raphaël Glucksmann เป็นหัวหน้าคณะ มีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน และนายกรัฐมนตรีซูเจินชัง แลกเปลี่ยนประสบการณ์ต่อต้านการแทรกแซงจากภายนอกรวมทั้งการต่อต้านข่าวปลอม ซึ่งไต้หวันมีประสบการณ์ในเรื่องนี้เป็นอย่างดี โดยนายกรัฐมตรีซูฯ ระบุว่า ไต้หวันมีประสบการณ์ในการต่อต้านข่าวปลอม ส่วนคณะผู้แทนรัฐสภายุโรปก็ระบุว่า ศึกษาประสบการณ์จากไต้หวัน เพื่อต่อต้านการแทรกแซงจากภายนอก

      ประธานาธิบดีไช่ฯ ได้กล่าวกับคณะผู้แทนรัฐสภายุโรปว่า กล่าวได้ว่าในช่วงที่ผ่านมา รัฐสภายุโรปกลายเป็นข่าวสำคัญด้านการต่างประเทศของไต้หวัน นอกจากจะมีคณะมาเยือนไต้หวันแล้ว นายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันก็เพิ่งเสร็จสิ้นการเยือนยุโรปเมื่อสองวันก่อน แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับสมาชิกรัฐสภายุโรปหลายท่าน ซึ่งถูกจับตามองเป็นพิเศษ โดยเฉพาะอย่างยิ่งข่าวการมีมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้นรับรองร่างรายงานกระชับสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างไต้หวัน-ยุโรป EU-Taiwan political relations and cooperation ก็กลายเป็นข่าวใหญ่ในไต้หวัน และถือเป็นพลังสำคัญในการสนับสนุนไต้หวันด้วย

      นอกจากนี้ ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ยังได้ตั้งความหวังที่จะร่วมมือกับสหภาพยุโรปจัดตั้งเป็นพันธมิตรต่อต้านข่าวปลอม ซึ่งในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไต้หวันได้จับมือกับสหรัฐฯ และญี่ปุ่น จัดตั้งโครงสร้างความร่วมมือและการฝึกอบรมทั่วโลกหรือ GCTF ขึ้น กระชับการร่วมมือในทุกมิติระหว่างกัน และเสริมความร่วมมือกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลกด้วย

ตณะผู้แทนรัฐสภายุโรปเข้าเยี่ยมคารวะผู้นำไต้หวัน ณ ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน

     คณะผู้แทนรัฐสภายุโรปคณะนี้ ประกอบไปด้วย Andrius Kubilius อดีตนายกรัฐมนตรีลิทัวเนีย และสมาชิกรัฐสภายุโรปจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ได้แก่ Markéta Gregorová Andreas Schieder Petras Auštrevičius Georgios Kyrtsos และMarco Dreosto รวมทั้งสิ้น 13 ท่าน นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่จากรัฐสภายุโรปและนาย Guillermo Martinez รองผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานอียูประจำไต้หวัน เข้าเยี่ยมคารวะผู้นำไต้หวัน

        นายจางตุนหาน ระบุเพิ่มเติมว่า ในช่วงปีนี้เป็นต้นมา รัฐสภายุโรปได้ผ่านญัตติและกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความเป็นมิตรกับไต้หวันรวมถึง 12 ครั้ง และเมื่อประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ผ่านร่างรายงานกระชับความสัมพันธ์ด้านการเมืองอียู-ไต้หวัน (EU-Taiwan political relations and cooperation) ยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างกันเป็นครั้งแรก และให้คำแนะนำด้านนโยบายอย่างเป็นทางการต่อฝ่ายบริหารของอียู นอกจากแสดงให้เห็นว่าอียูสนับสนุนไต้หวันมากขึ้นเป็นลำดับแล้ว และแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับอียูที่แน่นแฟ้นลึกซึ้งยิ่งขึ้น

      คณะผู้แทนรัฐสภายุโรปยังได้เข้าเยี่ยมคารวะนายซูเจินชัง นายกรัฐมมนตรี นายโหยวสีคุน ประธานรัฐสภา และถัง ฟ่ง หรืออังเดรย์ ถัง รัฐมนตรีประจำสภาบริหารในฐานะผู้ดูแลขับเคลื่อนด้านดิจิทัลของไต้หวัน แลกเปลี่ยนประสบการณ์ด้านการต่อต้านการแทรกแซงจากภายนอก และการปราบปรามข่าวปลอมที่ส่วนใหญ่มาจากจีนนายกรัฐมนตรีซูเจินชัง ไต้หวัน ให้การต้อนรับคณะผู้แทนรัฐสภายุโรป 

      บีบีซี ของอังกฤษ ได้วิเคราะห์ว่า การเยือนไต้หวันของคณะผู้แทนรัฐสภาอียูในครั้งนี้ ได้สร้างความไม่พอใจให้แก่ทางการปักกิ่ง ซึ่งคณะผู้แทนจีนประจำอียูได้เรียกร้องในโอกาสแรกให้อียูต้องยึดมั่นใน “หลักการจีนเดียว” และโจมตีว่า รัฐสภายุโรปเป็นหน่วยงานทางการของอียู หากคณะกรรมาธิการส่งคณะเยือนไต้หวันก็จะเป็นการละเมิดนโยบาย “หลักการจีนเดียว”  กระทบ “หัวใจ” ผลประโยชน์ของจีน และบ่อนทำลายการพัฒนาไปอย่างแข็งแรงของความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอียูด้วย

      ทางด้าน นายหลิวซื่อเจี๋ย อดีตนักการทูตไต้หวันระบุว่า แม้การมีปฏิสัมพันธ์ในระดับทางการระหว่างไต้หวันกับอียู อาจต้องใช้เวลาอีกมาก แต่ตอนนี้ ทั้งสองฝ่ายกำลังขยับเข้าใกล้ความสัมพันธ์ “กึ่งทางการ” ระหว่างกันแล้ว และยกตัวอย่างคำกล่าวของ รองประธานคณะกรรมการบริหารอียูที่ระบุเมื่อเร็ว ๆ นี้ ปัจจุบันแผ่นชิปที่ผลิตโดยไต้หวันมีบทบาทที่ไม่อาจขาดได้ต่อการพัฒนาดิจิทัลของอียู ภัยคุกคามต่อไต้หวันของจีน มีผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยของยุโรป แสดงให้เห็นว่า อียูมีท่าทีที่ค่อนข้างชัดเจนเกี่ยวกับความสัมพันธ์กับไต้หวัน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง