:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย ไต้หวันประชาธิปไตยเต็มใบ 100% ลงประชามติโดยราบรื่น ไม่ผ่านทั้ง 4 ประเด็น

  • 20 December, 2021
กระแสประชาธิปไตย
ปธน. ไช่อิงเหวิน (กลาง) แถลงข่าวย้ำว่าไม่มีผู้แพ้หรือผู้ชนะ มีเพียงการกำหนดทิศทางในอนาคตของชาติเท่านั้น
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
บรรยากาศการลงประชามติในไต้หวัน เมื่อวันเสาร์ที่ 18 ธ.ค. 2564

๑. ลงประชามติ 4 รายการ ประชาชนไม่เอาด้วยทั้งหมด 

       ไต้หวันจัดให้มีการลงประชามติใน 4 ประเด็น เมื่อวันเสาร์ที่ 18 ธ.ค. ที่ผ่านมาผู้ทยอยออกมาใช้สิทธิตั้งแต่เช้าแต่บางตาพอสมควร  ตั้งแต่ 08.00–16.00 น. ผู้มีสิทธิ์ลงประชามติครั้งนี้มีจำนวน 19,825,468 คน แต่ออกมาใช้สิทธิ์เพียง 41% เท่านั้น แต่ก็เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดให้แต่ละรายการจะต้องมีผู้ไปใช้สิทธิ์อย่างน้อย 1 ใน 4 ขึ้นไป หรือ 4,956,367 คน และผู้เห็นด้วยต้องมากกว่าผู้ไม่เห็นด้วย จึงถือว่าผ่าน ผลการลงประชามติจะผ่านหรือไม่ผ่าน

        โดยผลปรากฏว่า การลงประชามติทั้ง 4 รายการ ชาวไต้หวันไม่ให้ผ่านทั้งหมด หมายความว่า ทั้ง 4 รายการ จะถูกผลักดันต่อไปโดยรัฐบาลต่อไป หลังจากที่รัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้านได้ปะทะคารมกันอย่างดุเดือดเกือบเดือนที่ผ่านมา

        สำหรับผลการลงประชามติทั้ง 4 รายการ ชาวไต้หวันได้ตัดสินใจร่วมกันไปในทิศทางเดียว คือ “ไม่เอา” ทั้งหมด แต่เป็นที่น่าสังเกตว่า มีผู้ออกมาลงประชามติในสัดส่วนที่ไม่ถึงครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสียง โดยผลการลงประชามติในแต่ละรายการเป็นดังนี้

1. ประเด็นที่ถามว่า ท่านเห็นด้วยกับการรื้อฟื้นการเดินเครื่องโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 4 ใหม่หรือไม่ ผลการลงประชามติมีผู้เห็นด้วย 3,804,755 คะแนน ไม่เห็นด้วย 4,262,451คะแนน

2. ประเด็นคัดค้านการนำเข้าเนื้อหมูที่มีสารแรคโตพามินหรือสารกระตุ้นเนื้อแดง มีผู้เห็นด้วย 3,936,554 คะแนน ไม่เห็นด้วย 4,131,203คะแนน

3. ประเด็นการจัดการลงประชามติพร้อมกับการเลือกตั้งทั่วประเทศ เห็นด้วย 3,951,882 คะแนน ไม่เห็นด้วย 4,123,800 คะแนน

4. ประเด็นย้ายสถานีเก็บกักและจ่ายก๊าซธรรมชาติออกจากบริเวณที่มีสาหร่ายปะการัง เห็นด้วย 3,901,171 คะแนน ไม่เห็นด้วย 4,163,464 คะแนน

         เมื่อพิจารณาจากการลงคะแนนเสียงของเมืองต่าง ๆ แล้วจะพบว่า ในบรรดา 22 หัวเมืองในไต้หวัน มีหัวเมืองที่มีคะแนนเห็นด้วยมากกว่าคะแนนที่ไม่เห็นด้วยถึง 12 หัวเมือง ได้แก่ กรุงไทเป เมืองจีหลง นครเถาหยวน เมืองซินจู๋ จังหวัดซินจู๋ จังหวัดเหมียวลี่ จังหวัดหนานโถว จังหวัดฮัวเหลียน จังหวัดเผิงหู จังหวัดจินเหมิน และจังหวัดเหลียนเจียง

       ส่วนหัวเมืองที่มีคะแนนเสียงไม่เห็นด้วยมากกว่าเห็นด้วยเพียง 8 หัวเมือง ได้แก่ นครไถหนาน นครเกาสง จางฮั่ว หยุนหลิน เมืองเจียอี้ เจียอี้ ผิงตง และอี๋หลาน ส่วนนครนิวไทเป เห็นด้วย 3 รายการ ไม่เห็นด้วยเพียงรายการเดียวคือ การรื้อฟื้นการเดินเครื่องโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 4

       แม้จะมีหัวเมืองที่ลงคะแนนเสียงเห็นด้วยในจำนวนที่มากกว่าคะแนนเสียงที่ไม่เห็นด้วย แต่เมื่อนับหัวผู้ลงคะแนนเสียงแล้ว ยอดรวมผู้ไม่เห็นด้วยมากกว่าผู้เห็นด้วย ในระดับ 4.2 ล้าน ต่อ 3.9 ล้านโดยประมาณ ทำให้ทั้ง 4 รายการลงประชามติในครั้งนี้เป็นอันต้องตกไป

       หลังทราบผลการลงประชามติ ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ได้เปิดแถลงข่าวในค่ำวันเดียวกัน ขอบคุณชาวไต้หวันที่มีส่วนร่วมในการลงประชามติครั้งนี้ทุกคนที่ร่วมกันแสดงความต้องการของตน และย้ำว่า การลงประชามติในครั้งนี้ไม่มีผู้ชนะและไม่มีผู้แพ้ แต่มีอยู่เพียงประเด็นเดียวคือ ประเทศชาติของเราจะก้าวต่อไปในทิศทางใดในอนาคต และเราจะมุมานะพยายามต่อไปอย่างไม่ย่อท้อ เพื่ออนาคตที่ดียิ่งขึ้น

         ส่วนนายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นห้วหอกในการณรงค์ให้ลงมติ “เห็นด้วย 4 รายการ” แต่ต้องอกหักในเรื่องนี้ ได้เปิดแถลงข่าวยอมรับความพ่ายแพ้ พร้อมย้ำว่า “การลงประชามติตายไปแล้ว” “ครั้งนี้เป็นชัยชนะของรัฐบาลเผด็จการ” พร้อมทั้งกล่าวขอโทษต่อสมาชิกพรรค และยอมรับว่า พรรคก๊กมินตั๋งรวมทั้งตัวเขายังพยายามไม่พอ ต้องขยันมากกว่านี้ ในฐานะหัวหน้าพรรคยินดีรับผิดชอบทุกอย่าง และรับผิดชอบมากที่สุด ตลอดจนเรียกร้องให้สมาชิกทั้งหลายร่วมกัน “ตามหามิตรร่วมรบคืนมา” มิใช่ “ตามหาฆาตกรในสงคราม” ซึ่งในที่นี้หมายถึงนายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป ที่ไม่ยอมแสดงท่าทีต่อการลงประชามติในครั้งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์แห่งที่ 4

นายจูลี่หลุน (ขวา) หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง โค้งคำนับขอโทษประชาชนต่อผลการลงประชามติ

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง