:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย ผู้นำไต้หวันอวยพรปีใหม่ ปีเสือ 2022

  • 03 January, 2022
กระแสประชาธิปไตย
ผู้นำไต้หวันอวยพรปีใหม่ย้ำ 4 ทิศทาง บริหารประเทศในปี 2022
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
โหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป

๑. ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน อวยพรปีใหม่ ปีเสือ 2022 ย้ำ 4 แนวทางบริหารประเทศในปีเสือ 

      เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ 2022 หรือปีเสือ ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ได้อวยพรปีใหม่ต่อพี่น้องประชาชนชาวไต้หวัน โดยย้ำถึง 4 แนวทางหลักในการบริหารบ้านเมืองในปี 2022 ปีเสือทอง ได้แก่ นำพาไต้หวันก้าวสู่โลกต่อไป รักษาพลังแห่งการพัฒนาเศรษฐกิจต่อไป เสริมเครือข่าย่ความปลอดภัยของสังคม และยืนหยัดอธิปไตยของชาติอย่างเด็ดเดี่ยว 

     ประธานาธิบดีไช่ฯ ยังได้กล่าวถึงการยืนหยัดเสรีภาพประชาะิปไตย และยืนหยัดการก้าวสู่โลกของไต้หวัน ท่ามกลางแรงกดดันทั้งทางทหารและการทูตจากจีน  ซึ่งต้องยืนหยัดนำพาไต้หวันก้าวไปใน 4 ทิศทางหลักดังกล่าวข้างต้น พร้อมกับเตือนทางการปักกิ่งว่า จุดยืนที่ผ่านมาของไต้หวันก็คือ "เมื่อเผชิญหน้ากับแรงกดดันก็จะไม่ย่อท้อ และเมื่อได้รับการสนับสนุนก็จะไม่บุ่มบ่าม และขอเตือนปักกิ่งว่า อย่าประเมินสถานการณ์ผิดพลาด และควรสกัดการขยายตัวของแนวความคิด "บุ่มบ่ามทางการทหาร" ภายในของจีนเอง การใช้กำลังทหารไม่ใช่ทางเลือกในการแก้ปัญหาระหว่างช่องแคบไต้หวัน แต่ควรอาศัยสันติวิธีมาแก้ไขปัญหาที่ดำรงอยู่ 

ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน่ อวยพรปีใหม่ ปีเสือ 2022

 

๒. ผู้นำไต้หวันประนามจีนฉีกสัญญา “หนึ่งประเทศสองระบบ” กับฮ่องกงอีกครั้ง

       ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุเกี่ยวกับการกวาดจับผู้บริหารและอดีตผู้บริหารสื่อฮ่องกงที่มีจุดยืนวิพากษ์วิจารณ์และเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง “STANDNEWS” ตลอดจนนักร้องชื่อดังฮ่องกงที่เคยร่วมการเคลื่อนไหว “ปฏิวัติร่ม” เหอยวิ่นซือ ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งผู้บริหารของสื่อดังกล่าว ในข้อหาปลุกปั่นยุยงก่อให้เกิดความวุ่นวายในสังคม โดยผู้นำไต้หวันได้แสดงความเสียใจเมื่อทราบข่าวว่า ทางการจีน “ฉีกสัญญาหนึ่งประเทศสองระบบ” ที่เคยให้ไว้กับฮ่องกงอีกครั้ง กดดันและปราบปรามเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของฮ่องกง ซึ่งไต้หวันจะยืนหยัดสนับสนุนฮ่องกง สนับสนุนชาวฮ่องกงต่อไปไม่เปลี่ยนแปลง และหวังว่าผู้ที่ถูกจับกุมคุมขังจะได้รับการปล่อยตัวในเร็ววัน

      ผู้นำไต้หวันระบุว่า เสรีภาพประชาธิปไตยเป็นคุณค่าร่วมกันของประชาคมโลก เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน การเรียกร้อยสิทธิเสรีภาพประชาธิปไตยอย่างองอาจกล้าหาญมิใช่เป็นสิ่งผิดกฎหมาย และไม่ควรที่จะถูกกระทำการอย่างไม่เหมาะสม ไต้หวันจะจับตามเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างใกล้ชิดต่อไป และขอเรียกร้องให้แนวร่วมประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกร่วมกันจับตามองความปลอดภัยของพวกเขา และติดตามความเคลื่อนไหว การพัฒนาของสถานการณ์ในฮ่องกงอย่างใกล้ชิดด้วย

      ส่วนทางด้านคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ (MAC) ไต้หวัน ก็ประนามว่า การปฏิบัติการดังกล่าวของทางการฮ่องกงเสมือนการถอยหลังลงคลอง จองจำ “ตัวหนังสือ” เป็นพฤติกรรมอันเลวร้ายที่บ่อนทำลายสิทธิเสรีภาพ สิทธิมนุษยชนของชาวฮ่องกง และเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องไม่ควรตกเป็นเครื่องมือของอาชญากรเหล่านี้ จนกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิด

      เอ็มเอซี ไต้หวัน ระบุว่า กฎหมายพื้นฐานฮ่องกงระบุให้ชาวฮ่องกงมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การเสนอข่าวและการตีพิมพ์ แต่ก่อนหน้านี้ นายหลี จื้ออิง หรือจิมมี่ ไล่ เจ้าของผู้ก่อตั้งสื่อ Next Media ในฮ่องกง ในข้อหาละเมิดกฎหมายว่าด้วยความมั่นคงฮ่องกง จนต้องปิดกิจการและเลิกเขียนบทวิจารณ์ หลังจากนั้นก็มีสื่อลบบทความ วีดีโอ ออกจากเว็บไซต์ รวมทั้งถอนตัวออกจากฮ่องกง กระทั่งหนังสือนิทานเด็กถูกกล่าวหาว่า เป็นสิ่งพิมพ์ปลุกระดม จนเมื่อวานนี้ ก็มีสื่อ แสตนด์นิวส์

นายชิวไท่ซาน ประธาน MACไต้หวัน

      สำหรับในส่วนของพรรค DPP และพรรคก๊กมินตั๋ง สองพรรคการเมืองสำคัญในไต้หวัน ต่างแสดงจุดยืนสนับสนุนประชาธิปไตยฮ่งอกง และสนับสนุนชาวฮ่องกง

 

๓. เสรีภาพฮ่องกงตกต่ำจนถึงขีดสุด 

       หลังจากที่ฮ่องกงประกาศใช้กฎหมายาว่าด้วยความมั่นคงฮ่องกงเป็นต้นมา ฝ่ายความมั่นคง กิจการตำรวจฮ่องกง ได้กวาดล้างสื่อฝ่ายประชาธิปไตยมาตั้งแต่การกวาดล้างกลุ่ม Next Media ของนายจิมมี่ ไล่ ที่ยังคงถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ ด้วยข้อหายุยงปลุกปั่น ก่อความไม่สงบ และเมื่อสัปดาห์ก่อนก็นำกำลังเข้าตรวจค้นและจับกุมผู้บริหารสื่ออีกแห่งหนึ่งคือ สแตนนิวส์ ปิดฉากปี 2564 ตามนโยบายของทางการปักกิ่ง ที่ต้องการกดดันเสรีภาพการเสนอข่าวในฮ่องกง ทั้งนี้ ฟรีด้อมเฮ้าส์ องค์กรสิทธิมนุษยชนระดับนานาชาติได้ประกาศผลการสำรวจระดับความเสรีของประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกประจำปี 2563 ระบุว่า ฮ่องกงมีเสรีภาพที่ลดลงอย่างต่อเนื่องจนเหลือเพียง 52 คะแนนเท่านั้น ซึ่งต่ำกว่าของประเทศโซโคโว และบูร์กีนาฟาโซด้วย

     รายงานดังกล่าวระบุว่า จีนอาศัยกฎหมายความมั่นคงมาควบคุมประชาธิปไตยของฮ่องกง ทำให้ระดับความเสรีของฮ่องกงลดต่ำลงเป็นลำดับมาตั้งแต่ปี 2013 จนถึงหลังการเคลื่อนไหวต่อต้านการส่งผู้ร้ายข้ามแดนให้จีน ในปี 2019 และปักกิ่งมีการควบคุมฮ่องกงอย่างชัดเจนขึ้นเมื่อปีที่แล้ว กระทั่งหลังประกาศใช้กฎหมายความมั่นคงฮ่องกงเมื่อกลางปีที่แล้ว ก็ยิ่งทำให้นักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยถูกทำให้หายสาบสูญไปในชั่วพริบตา ซึ่งยิ่งทำให้ฮ่องกงเข้าใกล้ปักกิ่งมากยิ่งขึ้น

      สำหรับในส่วนของจีน ได้รับคะแนนเสรีภาพเพียง 9 คะแนนเท่านั้น ในขณะที่ไทยได้ 30 คะแนน จัดอยู่ในประเทศที่ไม่มีเสรีภาพ ส่วนไต้หวันได้คะแนนสูงถึง 94 คะแนน จัดอยู่ในประเภทของประเทศที่มีเสรีภาพ

ลิ้งก์ฟรีด้อมเฮ้าส์ https://freedomhouse.org/countries/freedom-world/scores

๔. ดาวรุ่งหรือดาวร่วงการเมืองประจำปี 2564

       ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2565 เป็นธรรมเนียมอยู่เองที่จะต้องสรุปเรื่องราว เหตุการณ์ จัดอันดับอะไรต่าง ๆ มากมาย กระแสประชาธิปไตยวันนี้เป็นวันแรกของปี 2565 จะนำคุณผู้ฟังไปติดตามการจัดอันดับดาวรุ่งหรือดาวร่วงการเมืองประจำปี 2564 ที่ผ่านมากันครับ

       เป็นการสำรวจของ Global Views Research ไต้หวัน ได้ทำการสำรวจนักการในดวงใจของผู้คนประจำปี 2564 โดยทำการสำรวจระหว่างวันที่ 25 พ.ย. – 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงก่อนการจัดการลงประชามติทั่วประเทศ 4 ประเด็น ทำให้การเมืองในไต้หวันร้อนระอุและคึกคักเป็นพิเศษจากการปลุกกระแสของทั้งสองฝ่าย กลายเป็นความนิยมทางการเมืองที่มีต่อนักการเมืองดาวรุ่ง ดาวเด่นในปัจจุบันด้วย

       การสำรวจนี้ พบว่า ประชาชนมีความนิยมใน 6 นักการเมืองที่กำลังโลดแล่นอยู่บนเวทีการเมืองในปัจจุบันนี้ ซึ่งพบว่านายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป สังกัดพรรคก๊กมินตั๋ง ได้คะแนนสูงสุดถึง 6.69 คะแนน รองลงมาได้แก่ รองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ได้ 5.79 คะแนน ในขณะที่นายเจิ้งเหวินช่าน ผู้ว่าการนครเถาหยวน พรรคดีพีพี เช่นเดียวกันได้คะแนนสูสีแบบ “หายใจรดต้นคอ”กันเลยทีเดียว โดยได้คะแนน 5.66 ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ตามติดมาเป็นอันดับ 4 ได้ 5.57 คะแนน นายเคอเหวินเจ๋อ ผู้ว่าการกรุงไทเปและหัวหน้าพรรคประชาชนไต้หวัน ได้ 5.24 คะแนน นายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งตามติดมาเป็นอันดับ 6 ได้ 4.64 คะแนน

       เมื่อนำการสำรวจในครั้งนี้ไปเปรียบเทียบกับการสำรวจของปี 2021 จะพบว่า นักการเมืองในทุกซีกไม่ว่าจะเป็นพรรครัฐบาล พรรคก๊กมินตั๋ง หรือพรรคประชาชนไต้หวัน ต่างได้รับคะแนนความนิยมลดลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็พบว่า นักการเมืองที่มีคะแนนนิยมลดลงน้อยที่สุดได้แก่ รองประธานาธิบดีไล่ฯ กับนายเคอฯ โดยลดลงเพียง 0.45 คะแนนเท่านั้น ในขณะที่นายโหวฯ ลดลง 0.47 คะแนน ประธานาธิบดีไช่ฯ ลดลงถึง 0.76 นายเจิ้งฯ ลดลง 1.04 คะแนน นายจูฯ ลดลง 1.13 คะแนน ลดลงมากสุด

       ผู้สำรวจเห็นว่า ผลการสำรวจในคราวนี้ เพียงพอที่จะพิสูจน์ให้เห็นได้ว่า ในช่วงระหว่างการรณรงค์เพื่อลงประชามติ 4 ประเด็น สองพรรคใหญ่ได้ทุ่มเทให้กับการรณรงค์อย่างเต็มที่ จนกลายเป็นการประลองกำลังกันระหว่างสีน้ำเงินกับสีเขียว ทำให้ประชาชนที่ไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใดรู้สึกเบื่อหน่ายนักการเมืองเหล่านี้ไม่น้อย

       นายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป ในฐานะดาวรุ่งมาแรงที่สุดของงานนี้ บอกว่า ตัวเองก็ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดก็เท่านั้น และน้อมรับคำวิจารณ์ของประชาชนด้วยดุษฎี การพัฒนาของนครนิวไทเปมีมากมายหลายอย่างที่สลับซับซ้อนมาก ส่วนการลงประชามติที่ผ่านมาพบว่า ทั้งสองฝ่ายมีคะแนนนิยมใกล้เคียงกันประมาณ 41% ไม่มีใครเหนือกว่าใคร แสดงให้เห็นว่า ชาวไต้หวันหย่อนบัตรลงคะแนนของตนด้วยความรอบคอบ ยากที่พรรคการเมืองจะมาชักจูงให้เปลี่ยนแปลงความตั้งใจในการลงคะแนนเสียงของตนได้ เพราะฉะนั้น การเลือกตั้งท้องถิ่นปลายปี 2022 ใครจะเป็นผู้คว้าชัยจึงขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพทางการเมือง และนโยบายของใครจะโดนใจกันมากกว่ากัน คงจะอาศัยการปลุกกระแสการเมืองของแต่ละฝ่ายคงยากที่จะเปลี่ยนแปลงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปลุกกระแสให้เกิดการเผชิญหน้ากันระหว่างกลุ่มชนต่าง ๆ

นายโหวโหย่วอี๋ ผู้ว่าการนครนิวไทเป 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง