:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย เลือกตั้งซ่อม+ถอดถอน ส.ส. ทำการเมืองไต้หวันระอุ ก่อนเลือกตั้งท้องถิ่นปลายปี

  • 10 January, 2022
กระแสประชาธิปไตย
นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ

๑. ไถจง+ไทเป การเมืองคึกคักทั้งเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ไถจง + ถอดถอน ส.ส. ไทเป ประลองกำลังระหว่างพรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้าน ก่อนเลือกตั้งท้องถิ่นปลายปีนี้ 

      เมื่อวานนี้ (9 ม.ค.) การเมืองไต้หวันระอุไปด้วยการขับเคี่ยวกันระหว่างพรรครัฐบาลคือพรรค DPP กับพรรคฝ่ายค้าน พรรคก๊กมินตั๋ง โดยจัดให้มีการลงคะแนนเสียงถอดถอน ส.ส. อิสระ ที่อยู่ในซีกของพรรครัฐบาล ในเขตจงเจิ้ง ว่านหัว กรุงไทเป และการเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 2 นครไถจง เพื่อแทนคนเก่าที่ถูกถอดถอนออกไป เกจิการเมืองในไต้หวันต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เสมือนเป็นการประลองกำลังกันระหว่างพรรครัฐบาลกับพรรคฝ่ายค้านก่อนที่จะมีการเลือกตั้่งท้องถิ่นในปลายปี 2022 แต่ดูเหมือนผู้คนจะไม่ได้ใส่ใจมากนัก อาจเป็นเพราะไม่ใช่การเลือกตั้งใหญ่ โดยตั้งแต่เริ่มนับคะแนนจนถึงใบสุดท้ายแข่งกันแบบสูสี "หายใจรดต้นคอ" และทราบผลอย่างไม่เป็นทางการในค่ำวันเดียวกัน มาลุ้นกันครับ

ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ในฐานะหัวหน้าพรรค DPP ช่วยหาเสียงให้นายหลินฉางจั่ว ส.ส. อิสระ ซึกรัฐบาล ในการลงคะแนนเสียงถอดถอนจากตำแหน่ง ส.ส. เขตจงเจิ้ง ว่านหัว กรุงไทเป 

     การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. เขต 2 นครไถจง มีผู้มาใช้สิทธิทั้งสิ้นร้อยละ  58.26 ผลปรากฏว่า นายเหยียนควบเหิง ผู้สมัครจากพรรคก๊กมินตั๋ง พรรครัฐบาล ได้คะแนน  80912   เสียง คิดเป็นร้อยละ   ส่วนนางหลินจิ้งอี๋ ผู้สมัครจากพรรค DPP ได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้านถึง 88752 เสียง คิดเป็นร้อยละ  51.83%  กลายเป็น ส.ส. เขต 2 นครไถจง คนใหม่ ซึ่งจะมีวาระไปจนถึงปี 2024    

     ส่วนการลงคะแนนเสียงเพื่อถอดถอนนายหลินฉางจั่ว ส.ส. อิสระ ในซีกพรค DPP มีผู้ออกมาใช้สิทธิทั้งสิ้นร้อยละ 41.93 เห็นด้วยให้ถอดถอน 54813  เสียง คิดเป็นร้อยละ 55.84 ไม่เห็นด้วย  44340 เสียง คิดเป็นร้อยละ 44.16 ถอดถอนไม่สำเร็จ เนื่องจากคะแนนเสียงที่ให้ถอดถอนไม่ถึงร้อยละ 25 ของจำนวนผู้มีสิทธิออกเสี่ยง คือ 58756 เสียง 

       

นายหลินฉางจั่ว ส.ส. อิสระที่ถูกเสนอให้ถอดถอนเพราะถูกกล่าวหาว่าไม่ใส่ใจประชาชนในเขตจงเจิ้ง ว่านหัว 

๒. หลายประเทศจับมือหนุนลิทัวเนียต้านแรงกดดันจีน

         ตลอดห้วงสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายประเทศภายใต้การผลักดันของสหรัฐฯ ได้แสดงท่าทีสนับสนุนลิทัวเนียที่ถูกทางการจีนกดดันอย่างหนัก ทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจ ตัวอย่างแรกก็คือ หลังปีใหม่เพียง 4 วัน นาย Antony Blinken รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ร่วมกับ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ 9 ประเทศ ในกลุ่ม B9 (Bucharest Nine) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งขององค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ฝั่งตะวันออก แสดงความวิตกกังวลต่อกรณีที่จีนกดดันทั้งทางการเมืองและเศรษฐกิจต่อลิทัวเนีย โดยโฆษก กระทรวงการต่างประเทศสรอ. ระบุว่า ลิทัวเนียเป็นหนึ่งในสมาชิกของ B9 กำลังเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากจีนที่เพิ่มความเข้มข้นขึ้นทุกขณะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศสรอ. และ รมว. B9 จึงขอแสดงจุดยืนที่จะสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวกับลิทัวเนีย และคำมั่นของสหรัฐฯ ที่มีต่อความปลอดภัยของแปซิฟิกตะวันตกและมาตรา 5 แห่ง สนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) มั่นคงแน่วแน่ไม่แปรเปลี่ยน

นายแอนโทนี่ บลิงเคน รมว. กต. สหรัฐฯ 

          พอวันรุ่งขึ้น นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ ได้พบหารือกับ นางแอนนาลีนา แบร์บ็อค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยอรมนี แสดงจุดยืนคัดค้านการใช้กำลังอาวุธทุกรูปแบบในการเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันของชายแดนประเทศใดประเทศหนึ่ง หรือชี้มือชี้ไม้แสดงความคิดเห็นที่ไม่เหมาะสมต่อนโยบายการต่างประเทศของประเทศอื่น รัสเซียจะทำแบบนี้กับอูเครนไม่ได้ และจีนก็ไม่อาจทำเช่นนี้กับลิทัวเนียที่กำลังขยายความสัมพันธ์กับไต้หวัน ซึ่งสหรัฐฯ กับเยอรมนี และพันธมิตรนาโต้เห็นพ้องที่จะร่วมมือกันสนับสนุนอูเครนและลิทัวเนีย

นางแอนนาลีนา แบร์บ็อค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เยอรมนี

           วันถัดมา นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะของญี่ปุ่น กับ นายกรัฐมนตรีของออสเตรเลีย สกอตต์ มอร์ริซัน ได้ลงนามในแถลงการณ์ร่วมหลังการประชุมออนไลน์ ซึ่งได้มีการลงนามในความตกลง Reciprocal Access Agreement (RAA) โดยทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะจับมือร่วมมือกันผลักดัน “อินโดแปซิฟิกที่เปิดกว้างและเสรี” ต่อไป นอกจากนี้ยังเห็นพ้องร่วมมือกันผลักดันความตกลงการหารือร่วม 4 ฝ่ายด้านความปลอดภัยหรือ QUAD ที่รวมถึงสหรัฐฯ และอินเดียด้วย นอกจากนี้ ยังได้ย้ำถึงความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน ตลอดจนแสดงความวิตกต่อการขยายอิทธิพลและความเคลื่อนไหวในทะเลจีนใต้และทะเลจีนตะวันออก พร้อมย้ำจุดยืน “คัดค้านอย่างแข็งขัน” ต่อการอาศัยกำลังทหารในทุกรูปแบบที่ต้องการเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันตลอดจนสร้างแรงกดดันในทุกรูปแบบด้วย

นายกรัฐมนตรีฟูมิโอะ คิชิดะของญี่ปุ่น

๓. ผู้นำลิทัวเนียไม่คัดค้านการเปิดสำนักงานผู้แทนไต้หวันประจำลิทัวเนียแต่ชื่อที่ใช้กระทบความสัมพันธ์กับจีน

           Gitanas Nauseda ประธานาธิบดีลิทัวเนีย ได้เคยให้สัมภาษณ์สื่อท้องถิ่นระบุว่า ตนไม่คัดค้านการเปิดสำนักงานผู้แทนไต้หวันประจำลิทัวเนีย แต่การใช้คำว่า “ไต้หวัน” เป็นชื่อสำนักงาน ไม่ได้ปรึกษากับตนก่อน และเป็นความผิดพลาด จนทำให้กระทบความสัมพันธ์กับจีนอย่างรุนแรง อย่างไรก็ดี ในวันต่อมาประธานรัฐสภาลิทัวเนียได้ออกมาระบุว่า ประธานาธิบดีลิทัวเนียได้รับแรงกดดันอย่างหนักจากจีนจึงแสดงจุดยืนดังกล่าว ในส่วนของไต้หวันได้ปฏิเสธที่จะวิจารณ์คำกล่าวของผู้นำลิทัวเนีย แต่เรียกร้องให้ประเทศที่มีอุดมการณ์เดียวกัน รักในประชาธิปไตยสามัคคีเป็นกองหลังที่แข็งแกร่งให้แก่ลิทัวเนียฝ่าฟันอุปสรรคต่าง ๆ นานาออกไปให้ได้ ยืนหยัดในอุดมการณ์ประชาธิปไตย

Gitanas Nauseda ประธานาธิบดีลิทัวเนีย

            ในวันต่อมา นายหวงจวินเย้า ผู้แทนไต้หวันประจำลิทัวเนียได้ประกาศจัดตั้งกองทุนยุโรปตะวันออกกลางมูลค่า 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อใช้ในการลงทุนที่ทั้งสองฝ่ายเห็นว่าเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาเทคโนโลยีและเศรษฐกิจของทั้งสองฝ่าย ส่วนนางโอวเจียงอัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า กองทุนนี้จะพิจารณาภาคเอกชนที่สนใจลงทุนในลิทัวเนียก่อนเป็นอันดับแรก แต่การลงทุนที่ยื่นขอไม่จำกัดเฉพาะลิทัวเนียเพียงประเทศเดียว

         ทางด้านนายวังเหวินปิน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ จีน ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า ประเด็นไต้หวันที่ลิทัวเนียกำลังดำเนินการอยู่ในตอนนี้ เป็นที่แน่ชัดว่ามีเป้าหมายเพื่ออะไร ส่วนสหรัฐฯ ก็พยายามก็คอยตีฆ้องร้องเป่า “หนึ่งจีนหนึ่งไต้หวัน” อยู่ข้าง ๆ ตลอดเวลา เพื่อยุยงกลุ่มแยกไต้หวันเป็นเอกราชเพียงหยิบมือเดียว รวมทั้งโจมตีสหรัฐฯ ว่า อาศัยไต้หวันมาเป็นเครื่องมือในการต่อต้านจีน แต่ไม่มีวันสำเร็จ มีแต่จะเป็นการทำลายภาพลักษณ์ของสหรัฐฯ ในประชาคมโลกและเป็นการทุ่มก้อนหินลงบนขาของตัวเองเท่านั้น  

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง