:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๖ มิถุนายน ๒๕๖๕

  • 06 June, 2022
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
อดีต ปธน. หม่าอิงจิ่ว อดีตผู้นำไต้หวัน
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
นายหลินเฟยฟาน รองเลขาธิการพรรค DPP
กระแสประชาธิปไตย

๑. ผู้นำไต้หวันรำลึกเหตุการณ์เทียนอันเหมิน ครบรอบ 33 ปี ย้ำยืนหยัดประชาธิปไตยท่ามกลางการขยายอิทธิพลของอำนาจนิยม

      วันที่ 4 มิถุนายน ของทุกปีเป็นวันรำลึกเหตุการณ์สังหารหมู่ที่จตุรัสเทียนอันเหมิน ซึ่งนักศึกษาในจีนได้ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตยนานนับเดือน ในที่สุดทางการจีนก็ส่งกองทัพและรถถังเข้าปราบปรามและเข่นฆ่าผู้คนกลางจตุรัสเทียนอันเหมินเมื่อปี 1989 ซึ่งปีนี้เป็นปีครบรอบ 33 ปี ของเหตุการณ์ดังกล่าว ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันได้รำลึกเหตุการณ์นี้ผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวระบุว่า ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์เทียนอันเหมิน 4 มิถุนายน ได้ถูกทำลายลงอย่างเป็นระบบแล้วที่ฮ่องกง ด้วยวิธีการสามานย์ ทำลายความทรงจำของผู้คน เมื่อประชาธิปไตยกำลังถูกคุกคาม เรายิ่งต้องยืนหยัดปกป้องประชาธิปไตย จับมือประสานเป็นหนึ่งเดียวกับประเทศที่มีอุดมการณ์ประชาธิปไตยเช่นเดียวกับไต้หวัน ประคับประคองไปด้วยกันอย่างเหนียวแน่น

      ผู้นำไต้หวันระบุไว้ในเฟสบุ๊กว่า เมื่อเราต้องเผชิญหน้ากับการป้องกันโรคระบาด กลไกรัฐบาลที่แตกต่างกัน ย่อมีวิธีการในการรับมือที่ต่างกัน และอาจจะทำให้การระบาดของโรคส่งผลกระทบในระดับที่แตกต่างกัน ในประชาคมโลกได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นสำคัญดังกล่าว ไต้หวันเป็นสังคมประชาธิปไตย เนื่องจากมีความคิดเห็นหลากหลาย บางครั้งอาจทำให้ต้องใช้ต้นทุนทางสังคมค่อนข้างสูง  แต่ก็เพราะสังคมประชาธิปไตยที่ข้อมูลข่าวสารทุกอย่างเป็นไปอย่างโปร่งใส จึงทำให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องและทั่วถึง ระดมความคิดเห็นจากทุกกลุ่มชน นอกจากจะสามารถขุดค้นปัญหาที่มีอยู่แล้ว ยังสามารถที่จะช่วยกันหาวิธีการแก้ไขปัญหาได้อีกด้วย

      ผู้นำไต้หวันระบุว่า ภายใต้ความพยายามร่วมกันของประชาชนชาวไต้หวันทั้งมวล การป้องกันโรคระบาดในช่วง 2 ปีเศษที่ผ่านมา ได้รับคำชื่นชมจากสังคมโลก ซึ่งกลไกการตรวจสอบอย่างโปร่งใสในระบอบประชาธิปไตยเป็นปมเงื่อนสำคัญยิ่ง ในทางกลับกัน ประเทศอำนาจนิยม กลับใช้วิธีการปกปิดข้อมูลข่าวสารความเป็นจริง ควบคุมสื่อสารมวลชน นอกจากจะบ่อนทำลายคุณค่าแห่งประชาธิปไตยแล้ว ยิ่งอาจทำให้โรคระบาดรุนแรงยิ่งขึ้นเนื่องจากความไม่โปร่งใสของข้อมูลข่าวสารนั่นเอง

      ผู้นำไต้หวันระบุอีกว่า วันนี้เมื่อ 33 ปึก่อน ได้เกิดเหตุการณ์เทียนอันเหมิน โดยที่ฮ่องกงจะมีการจัดงานรำลึกเหตุการณ์ดังกล่าวเป็นประจำทุกปีโดยการจุดเทียน ส่วนปีนี้เป็นปีแรกที่จะไม่เห็นภาพเหล่นี้ในฮ่องกง ส่วนรูปปั้นสัญญลักษณ์การรำลึกเหตุการณ์ 4 มิ.ย. ที่ตั้งอยู่ในมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในฮ่องกง ถูกย้ายออกไปจนหมดอย่างไร้เหตุผล กลายเป็นการทำลายความทรงจำที่มีต่อเหตุการณ์เทียนอันเหมินอย่างเป็นระบบในฮ่องกง ซึ่งผู้นำไต้หวันเชื่อว่าการใช้วิธีการอย่างสามานย์เช่นนี้ ไม่มีวันที่จะลบล้างความทรงจำของผู้คนให้หายไปจากสมองของผู้คน เมื่อประชาธิปไตยต้องเผชิญหน้ากับลัทธิอำนาจนิยม ที่กำลังขยายอิทธิพลไปทั่วโลก เรายิ่งต้องยืนหยัดในการปกป้องประชาธิปไตย ยืนหยัดประคับประคองหุ้นส่วนประชาธิปไตยในสังคมโลก

      ประธานาธิบดีไช่ฯ ระบุอีกว่า  4 มิ.ย. ปีที่แล้ว ญี่ปุ่นได้บริจาควัคซีนแอสตร้าฯ และส่งถึงไต้หวันจำนวน 1.24 ล้านโดส มิตรภาพอันล้ำลึกระหว่างไต้หวันกับญี่ปุ่นนี้สร้างความประทับใจให้แก่ผู้คน และเป็นการแสดงออกอย่างเป็นรูปธรรมต่อการจับมือกันป้องกันโรคของประเทศประชาธิปไตย ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ไต้หวันกับสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และหลายประเทศในยุโรป ร่วมกันบริจาคอุปกรณ์การป้องกันโรคระหว่างกัน ก็เพราะผู้คนรักในระบอบประชาธิปไตย ก็ยิ่งต้องประคับประคองกัน สนับสนุนซึ่งกันและกัน

ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันรำลึกเหตุการณ์เทียนอันเหมิน ครบรอบ 33 ปี 

๒. หลายฝ่ายในไต้หวันร่วมรำลึกเหตุการณ์เทียนอันเหมิน

      พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือพรรค DPP ได้เรียกร้องทางการจีนในโอกาสครบรอบ 33 ปี เหตุการณ์เทียนอันเหมิน 4 มิ.ย. ยุติการกดดันและปราบปรามประชาชนผู้รักประชาธิปไตยในจีน พร้อมทั้งย้ำว่า จีนต้องเริ่มให้ความสำคัญกับสิทธิมนุษยชน ก้าวออกจากระบบลัทธิอำนาจนิยมเท่านั้น จึงจะสามารถพัฒนาต่อไปได้อย่างเป็นปกติเหมือนนานาอารยประเทศ และจะกลายเป็นฐานสำคัญที่จะสร้างเสถียรภาพและสันติภาพในภูมิภาค นอกจากนี้ พรรค DPP ยังได้เรียกร้องให้ทางการจีนต้องยอมรับความผิดพลาดในประวัติศาสตร์อย่าได้ก้าวไปในทิศทางตรงข้ามกับคุณค่าที่ทั่วโลกยอมรับ ซึ่งก็คือระบอบเสรีภาพประชาธิปไตย

      พรรค DPP เห็นว่า ทางการจีนไม่เพียงแต่จะใช้วิธีการกดขี่ข่มเหงประชาชนภายในประเทศของตน ท้าทายกฎระเบียบในสังคมนาชาติ บ่อนทำลายความเชื่อมั่นที่มีต่อระบอบประชาธิปไตยของผู้คน ภายใต้สถานการณ์ในปัจจุบัน ไต้หวันตั้งอยู่ในจุดแนวหน้าสุดของการประลองกำลังกับลัทธิอำนาจนิยม ที่ผ่านมา ไต้หวันได้ผ่านยุคแห่งการปกครองด้วยอำนาจนิยมมาอย่างยาวนาน พรรค DPP มีความเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าเสรีภาพประชาธิปไตยไม่อาจได้มาได้ง่าย ๆ ต้องปกป้องรูปแบบการใช้ชีวิตที่เต็มไปด้วยเสรีภาพประชาธิปไตยอย่างสุดความสามารถ และหวังว่าในที่สุดประชาธิปไตยจะปรากฎกายขึ้นในจีน

      อดีตประธานาธิบดีหม่าอิงจิ่ว อดีตผู้นำไต้หวัน ซึ่งร่วมรำลึกเหตุการณ์เทียนอันเหมิน เป็นประจำทุกปี ปีนี้ก็ได้ระบุผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวในโอกาสครบรอบ 33 ปีเมื่อวันที่ 4 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า ต้องขอเรียกร้องให้ทางการจีนกล้าที่จะเผชิญหน้ากับประวัติศาสตร์ มีความรับผิดชอบ จึงจะสามารถก้าวต่อไปได้ ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นโอกาสดีที่เราต้องหันกลับมาทบทวนตนเอง แม้ไต้หวันจะประกาศตนว่าเป็นประชาธิปไตย แต่กลับก้าวถอยหลังไปสู่ “ความไม่มีเสรีภาพประชาธิปไตย” กับ “เผด็จการจากการเลือกตั้ง” เป็นสิ่งที่เราต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

      อดีตผู้นำไต้หวันระบุผ่านเฟสบุ๊กส่วนตัวอีกว่า  นับตั้งแต่ที่จีนกับสหรัฐฯ ก่อสงครามการค้าระหว่างกันในปี 2018 ต่อมาเกิดโควิด-19 ระบาดในปี 2020 ต่อมาก็เกิดสงครามยูเครนเมื่อ ก.พ. 2022 ทุกก้าวล้วนสะเทือนเสถียรภาพและสันติภาพในอนาคตของโลก และต้องขอเตือนทางการจีนแผนดินใหญ่ว่า เมื่อสหรัฐฯ ระดมพันธมิตรก่อกระแส “ต้านจีน” ทำให้สถานการณ์ทุกอย่างสลับซับซ้อนมากยิ่งขึ้น แต่จีนแผ่นดินใหญ่ก็สามารถเปลี่ยนจากฝ่ายที่ถูกกระทำเป็นฝ่ายกระทำ ส่งเสียงที่ถูกต้องยิ่งขึ้นสู่ประชาคมโลก

      อดีตประธานาธิบดีหม่าฯ ระบุอีกว่า เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว สีจิ้นผิง ผู้นำจีนแผ่นดินใหญ่ได้กล่าวถึงประชาธิปไตยในการประชุมคณะทำงานของคณะกรรมการกลางถาวรของพรรคคอมมิวนิสต์จีนว่า อำนาจทุกอย่างของชาติล้วนเป็นของประชาชน ยืนหยัดปกป้องความเป็นเจ้าของประเทศของประชาชนอย่างถึงที่สุด ปกครองประเทศด้วยระบอบนิติรัฐ ซึ่งจะเป็นผลดีต่อการนำพาสังคมนิติรัฐก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง และหากสามารถเผชิญหน้ากับความเป็นจริง พลิกฟื้นคดี 4 มิ.ย. ลบรอยแผลแห่งประวัติศาสตร์ ก็ไม่เพียงแต่จะสามารถลบล้างภาพลักษณ์ในแง่ลบในประชาคมโลกเท่านั้น ในทางตรงข้ามก็มีแต่จะทำให้ช่องแคบไต้หวันห่างเหินกันมากยิ่งขึ้นทุกขณะ

อดีต ปธน. หม่าอิงจิ่ว อดีตผู้นำไต้หวัน 

๓. หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งเยือนสหรัฐฯ ย้ำจุดยืนกระชับความร่วมมือสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้น ท่าทีของจีนไม่เกี่ยว

      นายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง พรรคฝ่ายค้านอันดับ 1 ของไต้หวันได้เดินทางเยือนสหรัฐฯ ในช่วงระหว่างวันที่ 2-13 มิ.ย. ที่ผ่านมา เพื่อกระชับความร่วมมือกับสหรัฐฯ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ซึ่งเขาได้กล่าวขณะอยู่ในระหว่างการเยือนสหรัฐฯ ว่า จุดยืนสนิทสนมกับสหรัฐฯ ของพรรคก๊กมินตั๋งไม่เปลี่ยนแปลง และยินดีที่สหรัฐฯ จะยกระดับความร่วมมือกับไต้หวันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ระดับการไปมาหาสู่ระหว่างกันของเจ้าหน้าที่ก็สูงขึ้นด้วย โดยไม่เกี่ยวกับจุดยืนของทางการปักกิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่เป็นผลดีต่อไต้หวัน พรรคก๊กมินตั๋งจะยืนหยัดจนถึงที่สุด

      นายจูฯ มีกำหนดการเยือนสหรัฐฯ เป็นเวลา 11 วัน เยือนหลายเมืองและกล่าวปาฐกถาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ป้ายแรกจอดที่ซานฟรานซิสโก มีสมาชิกพรรคก๊กมนิตั๋งในต่างประเทศกว่า 20 คน ให้การต้อนรับที่สนามบินอย่างอบอุ่น

      นายจูฯ ระบุว่า เป้าหมายสำคัญของการเยือนสหรัฐฯ ในคราวนี้ก็คือการเปิดสำนักงานผู้แทนพรรคก๊กมินตั๋งในวอชิงตัน ดีซี และต้องให้มิตรชาวสหรฐฯ และทั่วโลกได้ยินได้ฟังเสียงของพรรคก๊กมินตั๋ง เข้าใจพรรคก๊กมินตั้งตั้งแต่หัวจรดหาง จุดยืนอยู่ข้างสหรัฐฯ ของพรรคก๊กมินตั๋งไม่เคยเปลี่ยนแปลง

      นายจูฯ ระบุอีกว่า แม้จุดยืนของพรรคก๊กมินตั๋งจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง แต่สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันอย่างแยกไม่ออก พรรคก๊กมินตั๋งยืนอหยัดปกป้องสาธารณรัฐจีน ปกป้องไต้หวัน และมีจุดยืนเช่นเดียวกับสหรัฐฯ ที่ต้องเสริมศักยภาพด้านกลาโหม รวมทั้งเสริมสมรรถนะของกองทัพในการปกป้องไต้หวันด้วย

นายจูลี่หลุน หัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋ง 

      ทางด้านนายหลินเฟยฝาน รองเลขาธิการพรรค DPP พรรครัฐบาลไต้หวัน ได้ระบุกรณีที่นายจูฯ กล่าวหาว่า พรรค DPP ใส่ร้ายพรรคก๊กมินตั๋งขายไต้หวันให้กับจีน ว่า ขอให้นายจูฯ ลองมองย้อนกลับไปในอดีต ที่นายจูฯ เคยกล่าวกระแนะกระแหนเรื่องการอนุญาตนำเข้าเนื้อหมูจากสหรัฐฯ คำกล่าวของ ผอ. ฝ่ายต่างประเทศพรรคก๊กมินตั๋งบอกว่า การเยือนไต้หวันของระดับสูงจากสหรัฐฯ ไม่เป็นผลดีต่อไต้หวัน นายหม่าอิงจิ่ว อดีตผู้นำพรรคก๊กมินตั๋ง บอกว่า “สหรัฐฯ จะขายแต่อาวุธให้ไต้หวันแต่จะไม่ส่งทหารมาช่วยไต้หวัน” นายอู๋ซือไฮว๋ ส.ส. พรรคก๊กมินตั๋งก็ไปฟังสุนทรพจน์ของนายสีจิ้นผิง ผู้นำจีนที่ปักกิ่ง ส่วนนางสาวหงซิ่วจู้ อดีตหัวหน้าพรรคก๊กมินตั๋งก็เยือนซินเกียงเพื่อช่วยเหลือจีนตกแต่งโฉมหน้าให้จีน สิ่งเหล่านี้จะกล่าวหาว่าพรรค DPPเป็นผู้ใส่ร้ายป้ายสีพรรคก๊กมินตั๋งได้อย่างไรเล่า

นายหลินเฟยฟาน รองเลขาธิการพรรค DPP พรรครัฐบาลไต้หวัน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง