:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑๓ มิถุนายน ๒๕๖๕

  • 13 June, 2022
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย

๑. ผู้นำไต้หวันกล่าวย้ำต่อหน้าผู้นำประชาธิปไตยโลกที่โคเปนเฮเกน : หวังร่วมมือปกป้องประชาธิปไตยและความปลอดภัย

           ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้รับเชิญจากมูลนิธิสหพันธ์ประชาธิปไตย หรือ Alliance of Democracies (AoD) ให้กล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุมสุดยอดประชาธิปไตยโคเปนเฮเกน หรือCopenhagen Democracy Summit ในหัวข้อ "ไต้หวัน :หุ้นส่วนที่ขาดไม่ได้ของสหพันธ์ประชาธิปไตยโลก" 

            ผู้นำไต้หวันได้เปิดฉากการกล่าวสุนทรพจน์ในการเปิดประชุมดังกล่าวย้ำว่า ไต้หวันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันประสบการณ์การต่อต้านกับพลังลัทธิอำนาุจนิยม และก็เตรียมพร้อมแล้วที่จะจับมืออย่างใกล้ชิดกับบรรดาประเทศทีมีอุดมการณ์ใกล้เคียงกันปกป้องกฎระเบียบโลกประชาธิปไตยและธำรงค์รักษาเสถียรภาพ สันติภาพโลก เรามีความเด็ดเดี่ยวแน่วแน่ที่จะปกป้องรูปแบบการดำรงชีวิตประชาธิปไตยของประเทศของพวกเรา

ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันกล่าวสุนทรพจน์ต่อการประชุมประชาธิปไตยโคเปนเฮเกน

           นอกจากนี้ ผู้นำไต้หวันยังได้ระบุว่า ปัจจุบันเรากำลังก้าวเข้าสู่การฟื้นฟูเศรษฐกิจและยุคหลังการระบาดของโควิด ซึ่งยังมีความท้าทายและประเด็นต่า ง ๆ ที่กำลังรอการแก้ไขอยู่เป็นจำนวนมาก กำลังรอการร่วมแรงร่วมจากทุกฝ่ายไปขจัดปัญหาร่วมกัน 

          เราจะต้องจับมือร่วมแรงร่วมใจกัน เพื่อรับมือกับปัญหาสำคัญ ๆ ต่าง ๆ เหล่านี้ 

         ประเทศประชาธิปไตยจะสามัคคีกันอย่างไรเพื่อยับยั้งกระแสอำนาจนิยม?  จะจัดตั้งสหพันธ์แนวร่วมที่ประกอบขึ้นจากภาคประชาสังคม ทั้งประชาชนและการเมือง ภาคธุรกิจ สื่อสารมวลชนและทุกภาคส่วนในสังคม ฟื้นฟูพลังแห่งกลไกระบอบประชาธิปไตย เพื่อปกป้องเสรีภาพของพวกเราที่ได้มาไม่ง่าย? จะอาศัยเทคโนโลยี ช่วยเหลือและปกป้องประเทศประชาธิปไตยและผู้มีความคิดประชาธิปไตยได้อย่างไร?

         ผู้นำไต้หวันกล่าวว่า ไต้หวันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่การประชุมผู้นำประชาธิปไตยโคเปนเฮเกนจะมุมานะพยายามส่งเสริมตัวแทนประเทศประชาธิปไตยและผู้มีอุดมการณ์ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย ร่วมกันพิจารณาประเด็นต่าง ๆ สำคัญและทันต่อเหตุการณ์ต่าง ๆ เหล่านี้ 

          หนึ่งปีที่ผ่านมา เราเห็นไต้หวันกับประเทศสมาชิกสหภาพยุโรป มีการพัฒนาความสัมพันธ์และความร่วมมือในลักษณะหุ้นส่วนระหว่างกันอย่างคึกคัก ซึ่งเป็นการวางรากฐานให้แก่คุณประชาธิปไตยและเสรีภาพร่วมกันของพวกเรา 

          ผู้นำไต้หวันได้ยกตัวอย่างว่า อย่างเมื่อเดือนที่แล้ว ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปหลายประเทศ ได้ส่งเสียงสนับสนุนไต้หวันเข้าร่วมการประชุมสมัชชาอนามัยโลกหรือ WHA ข้าพเจ้าจึงขอถือโอกาสนี้ แสดงความขอบคุณต่อการสนับสนุนไต้หวันของทุก ๆ ท่าน สำหรับในส่วนของรัฐบาลไต้หวันกับประเทศในยุโรป กำลังร่วมกันพยายามเพื่อกระชับความสัมพันธ์ในลักษณะหุ้นส่วนระหว่างกัน ทำให้ข้าพเจ้าได้รับกำลังใจอย่างมหาศาลทีเดียว 

          สำหรับในส่วนของมิตรของพวกเรา ที่มีปฏิบัติสัมพันธ์กับไต้หวัน ไม่มีแม้แต่แรงกดดันใด ๆ กระทั่งบางส่วนยังได้รับแรงดันกดดันด้านเศรษฐกิจ แต่พวกเขาก็มิได้เกรงกลัว กล้าที่จะชนกับแรงกดดันจากกลุ่มลัทธิอำนาจนิยม สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้สร้างความประทับใจอย่างลึกซึ้งให้แก่ชาวไต้หวัน

         ผู้นำไต้หวันกล่าวย้ำด้วยความมั่นใจว่า การคุกคามและการบังคับขู่เข็ญใด ๆ ไม่อาจที่จะบั่นทอนความมุ่งมั่นของไต้หวันได้ ชาวไต้หวันกับชาวโลกต่างเตรียมพร้อมแล้วที่จะกระชับความร่วมมือกับยุโรปและประเทศประชาธิปไตยทั่วโลกอย่างเต็มที่ 

         ไต้หวันต่อกรกับลัทธิอำนาจนิยมอย่างเต็มกำลังความสามารถ อย่างไม่ขาดสาย เนื่องจากประชาธิปไตยเป็นหัวใจแห่งคุณค่าของพวกเรา บางทีประชาธิปไตยอาจไม่สมบูรณ์ แตได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ชาวไต้หวันประนีประนอมและยอมรับแล้ว 

         ความเด็ดเดี่ยวดังกล่าว ทำให้ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับความท้าทาย และกลายเป็นกำแพงเหล็ก ไฟร์วอล ป้องกันการรุกล้ำจากกำลังภายนอกเพื่อบ่อนทำลายระบอบประชาธิปไตยของเรา 

          ไต้หวันยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะแบ่งปันประสบการณ์การต่อต่อต้านลัทธิอำนาจนิยม ซึ่งได้เตรียมการทุกอย่างไว้พร้อมแล้วที่จะร่วมมือกับประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน ปกป้องกฎระเบียบโลกเสรีประชาธิปไตยของพวกเรา

         ในตอนท้ายของสุนทรพจน์ ผู้นำไต้หวันย้ำเกี่ยวกับความร่วมมือและการลงทุนว่า จะเป็นเสาหลักสำคัญในการรับมือกับลัทธิอำนาจนิยม และหลังจากที่สหภาพยุโรปได้ประกาศ "ยุทธศาสตร์ยูโรเชีย" แล้ว ในปี 2018 และเมื่อปีที่แล้วก็ได้ประกาศ "ประตูสู่โลก" หรือ Global Gateway ซึ่งไต้หวันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า จะเข้าร่วมเชื่อมต่อกับฮับอันสำคัญนี้ด้วยความกระตือรือร้น นอกจากนี้ ในส่วนของ ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกของสหภาพยุโรป (EU Strategy for Cooperation in the Indo-Pacific)ก็ได้ประกาศร่วมกันว่าจะเสริมความร่วมมือกับไต้หวัน ซึ่งไต้หวันพร้อมแล้วที่จะเป็นส่วนหนึ่งที่ขาดไม่ได้ในหุ้นส่วยของยุโรป ทั้งทางด้านความสามัคคีและการปฏิรูปประชาธิปไตย ตลอดจนในด้านต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตที่เป็นหัวใจสำคัญทุกประเภท อาทิ การจัดตั้งห่วงโซ่การผลิตทั่วโลกที่ปลอดภัย เพื่อเป็นหลักประกันมิให้เทคโนโลยีสำคัญถูกลัทธอำนาจนิยมขูดรีด ซึ่งเทคโนโลยีระดับสูงของไต้หวันจะสามารถแสดงบทบาทที่สำคัญยิ่งนี้ได้ 

          การประชุมผู้นำโลกประชาธิปไตยโคเปนเฮเกน จัดขึ้นโดยมูลนิธิสหพันธ์ประชาธิปไตย ก่อตั้งขึ้นโดยอดีตเลขาธิการนาโต้ และอดีตนายกรัฐมนตรีเดนมาร์กเมื่อปี 2017 ในฐานะ NGO ต่อมาในปี 2018 ก็ได้จัดการประชุมระดับผู้นำโลกประชาธิปไตยโคเปนเฮเกนเป็นครั้งแรกขึ้น ส่วนในครั้งนี้มีผู้นำจากประะเทศประชาธิปไตยหลายประเทศเข้าร่วมอาทิ นายบารัก โอบามา อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายโวโดลีเมียร์ เซเลนซิกี้ ประธานาธิบดียูเครนที่กำลังนำพาประชาชนชาวยูเครนต่อกรกับผู้รุกรานรัสเซียด้วยความอาจหาญ โนเบอร์ทา เมตโซลา ประธานรัฐสภาสหภาพยุโรป เมอร์เคียว จีโออานา รองเลขาธิการนาโต้ อินกริดา ซิโมนิเต้ นายกรัฐมนตรีลิทัวเนีย แบรด สมิท ประธานไมโครซอฟท์ นอกจากนี้ ยังมีนักการเมืองจากประเทศประชาธิปไตยต่าสงๆ ทั่วโลก อาทิ สหรัฐฯ เยอรมนี สหราชอาณาจักร ยูเครน อินเดีย และเดนมาร์ก และยังมีผู้นำภาคเอกชนด้านเทคโนโลยี คลังสมอง ภาคประชาสังคม และนักเคลื่อนไหวเพื่อประชาธิปไตยฮ่องกง ส่วนตัวแทนจากไต้หวันประกอบไปด้วย สส. จากพรรครัฐบาลและตัวแทนภาคประชาสังคมของไต้หวันเข้าร่วมด้วย 

(สุนทรพจน์ของประธานาธิปดีไช่อิงเหวินรับชมได้ดังลิ้งค์ด้านล่าง)   

ปธน. กล่าวสุทรพจน์ในที่ประชุมสุดยอดประชาธิปไตยโลก โคเปนเฮเกน 

๒. ไต้หวันหัวกระไดไม่แห้งนักการเมืองจากยุโรปแห่เยือนไต้หวัน กระชับมิตรระหว่างกัน

           ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไต้หวันหัวกระไดไม่แห้ง  ต้อนรับนักการเมืองจากยุโรปถึงสองประเทศ ได้แก่คณะของสมาชิกวุฒิสภาจากฝรั่งเศส และสมาชิกรัฐสภาของสโลวัก ทั้งสองคณะได้เข้าพบผู้นำไต้หวันและระดับสูงของไต้หวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งคณะสมาชิกรัฐสภาสโลวักยังได้เยือนสภานิติบัญญัติไต้หวัน และตั้งข้อสงสัยว่า รูปของ ดร. ซุนยัตเซ็น ในฐานะบิดาผู้ก่อตั้งสาธารณรัฐจีน ซึ่งแขวนอยู่บนกำแพงหลังที่นั่งประธานสภาฯ จึงมีรอยได้รับความเสียหาย พอได้รับคำตอบว่าถูก ส.ส. ฝ่ายค้านใช้ถ้วยน้ำโยนขึ้นมาทำให้ภาพได้รับความเสียหาย สมาชิกรัฐสภาสโลวักจึงรู้สึกว่าเป็นเรื่องแปลกและทำท่าล้อเลียนภาพการทะเลาะกันของ ส.ส. ในสภาฯ ไต้หวัน อย่างเป็นกันเอง

(ภาพบน) บรรยากาศการกระทบกระทั่งระหว่าง ส.ส. ไต้หวัน (ภาพล่าง) ส.ส. สโลวัก แสดงท่าเลียนแบบขณะเยือนรัฐสภาไต้หวัน

           Milan Laurencik รองประธานรัฐสภา สาธารณรัฐสโลวักหรือสโลวาเกีย พร้อมด้วยกลุ่มพันธมิตรไต้หวันในรัฐสภาสโลวาเกีย ซึ่งประกอบด้วย Peter Osusky, Bratislava และ Juraj Droba ได้นำคณะผู้แทนที่จัดตั้งขึ้น เดินทางมาเยือนไต้หวันเมื่อวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดยกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันกล่าวในวันนี้ (๖) ว่า การเดินทางมาเยือนไต้หวันครั้งนี้หวังเป็นอย่างยิ่งที่จะทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนเชิงลึก กระชับความสัมพันธ์กับไต้หวันให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ร่วมมือกันเสริมสร้างความสามัคคี และยกระดับความเข้มแข็งของระบอบประชาธิปไตยโลก 

         โอวเจียงอัน (歐江安) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไต้หวันกล่าวว่า ตั้งแต่เกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในช่วงสองปีที่ผ่านมา นี่ถือเป็นครั้งแรกที่รัฐสภาและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของหน่วยงานต่างๆ ในสโลวาเกียจัดคณะผู้แทนเดินทางมาเยือนไต้หวัน สิ่งนี้แสดงให้เห็นว่าทั้งรัฐบาลสโลวาเกียไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานกลางหรือหน่วยงานระดับท้องถิ่นล้วนต้องขยายการแลกเปลี่ยนกับไต้หวัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่ายในรูปแบบทวีภาคีให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อันแสดงให้เห็นว่าสโลวาเกียให้ความสำคัญกับไต้หวันเป็นอย่างยิ่ง

คณะสมาชิกรัฐสภาสโลวาเกียเยือนไต้หวัน เข้าพบ ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู่นำไต้หวัน

          หลังจากนั้นเพียง 2 วัน เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. คณะของรองประธานรัฐสภาฝรั่งเศสพร้อมคณะรวม 5 ท่านเยือนไต้หวัน และเมื่อ วันที่ 9 มิ.ย.  ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน (蔡英文) เปิดทำเนียบประธานาธิบดีต้อนรับการมาเยือนของคณะผู้แทนจากรัฐสภาฝรั่งเศสซึ่งนำโดย Mr. Joël Guerriau รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศและกลาโหมของวุฒิสภาฝรั่งเศส และรองประธานกลุ่มมิตรไต้หวัน พร้อมกันนี้ยังได้ทำการมอบเหรียญอิสริยาภรณ์ Order of Propitious Clouds with Grand Cordon เพื่อเป็นการแสดงเห็นว่า Mr. Joël Guerriau มีความพยายามในการสนับสนุนส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับฝรั่งเศส

          ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินกล่าวว่า ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันและฝรั่งเศสเติบโตขึ้นแบบก้าวกระโดด โดยปีที่แล้ววุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรฝรั่งเศสได้สร้างประวัติศาสตร์เกี่ยวกับการเสนอญัตติที่เป็นมิตรต่อไต้หวันหลายรายการ ซึ่งนอกจากจะผ่านญัตติที่เป็นประโยชน์ต่อไต้หวันและฝรั่งเศสแล้ว กลุ่มพันธมิตรไต้หวันจากทั้งสองสภาของฝรั่งเศสยังจัดคณะผู้แทนกลุ่มย่อยๆ เดินทางมาเยือนไต้หวันอย่างต่อเนื่องด้วย ซึ่งแสดงให้เห็นว่าฝรั่งเศสให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์ที่มีกับไต้หวัน อีกทั้งต้องขอขอบคุณฝรั่งเศสสำหรับสุนทรพจน์ในการประชุม WHA และการยื่นหนังสือร่วมกับสมาชิกวุฒิสภาฝรั่งเศสอีก 304 คน ถึงนายทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส (Dr. Tedros Adhanom Ghebreyesus) ผู้อำนวยการใหญ่องค์การอนามัยโลก (WHO) ในการสนับสนุนให้ไต้หวันได้เข้าไปมีส่วนร่วมในการประชุม WHA ด้วย

     ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินกล่าวอีกว่า ไต้หวันมีความมุ่งหวังที่จะกระชับความร่วมมือกับฝรั่งเศสในด้านต่างๆ อย่างต่อเนื่อง โดยช่วงครึ่งแรกของปีนี้ฝรั่งเศสได้สลับขึ้นไปเป็นผู้นำของสหภาพยุโรป และมีมติเห็นชอบผ่านร่างกฎหมาย EU Chips Act เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยเน้นย้ำถึงเทคโนโลยีขั้นสูงในการผลิตชิปของไต้หวันและการส่งเสริมความร่วมมือกัน ดังนั้นเราจึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าสิ่งนี้จะช่วยเร่งให้เกิดการผลักดดันข้อตกลงเกี่ยวกับการลงทุนแบบทวิภาคีระหว่างไต้หวันกับสหภาพยุโรป เพื่อให้การจัดการห่วงโซ่อุปทานมีความยืดหยุ่นยิ่งขึ้น 

Mr. Joël Guerriau รอง ปธ. คมธ. ต่างประเทศ/กลาโหม วุฒิสภาฝรั่งเศส และรอง ปธ.กลุ่มมิตรไต้หวัน รัฐสภาฝรั่งเศส

เข้าพบและรับมอบเครื่องอิสริยาภรณ์จาก ปธน. ไช่าอิงเหวิน 

๓. รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ย้ำไม่ยอมให้ใครมาเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันบนช่องแคบไต้หวัน หลังจีนหึ่มหากไต้หวันแยกเป็นเอกราช 

          ในการประชุมสุดยอดด้านความมั่นคง “แชงกรี-ลา ไดอะล็อก” (Shangri-La Dialogue) ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อวันที่ 10 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งจัดขึ้นโดย The International Institute for Strategic Studies,IISS ซึ่งมี รมว. กลาโหม สหรัฐฯ ญี่ปุ่น จีน และสิงคโปร์ นักการทูตและผู้ผลิตอาวุธเข้าร่วมหารือด้านความปลอดภัย  ซึ่งนายเว่ย เฟิ่งเหอ รัฐมนตรีกลาโหมจีน ระบุระหว่างหารือกับนายลอยด์ ออสติน รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ว่า จีนจะทำสงครามอย่าง “ไม่ลังเล” หากไต้หวัน ซึ่งจีนมองว่าส่วนหนึ่งของประเทศ “ประกาศอิสรภาพ”

รมว. กลาโหม สรอ. (ซ้าย) รมว. กลาโหม จีน (ขวา) 

         ส่วนทางด้านนายกรัฐมนตรี ฟูมิโอะ คิชิดะ แห่งญี่ปุ่น ก็ได้กล่าวในการประชุมคราวเดียวกันว่า การรักษาเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวันซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทะเลจีนใต้กับทะเลจีนตะวันออกมีความสำคัญอย่างยิ่งยวด และย้ำว่า ในช่วงที่ผ่านมา พฤติกรรมที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศเพื่อเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันในทะเลตะวันออกเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ซึ่งญี่ปุ่นได้จัดการในเรื่องอย่างเด็ดขาด    

        ก่อนหน้านี้ คือเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน ตามเวลาในสหรัฐฯ รัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศว่าจะขายอาวุธให้แก่ไต้หวัน ซึ่งประกอบด้วย “อะไหล่ชิ้นส่วนเรือรบของกองทัพเรือและอาวุธยุทโธปกรณ์เสริมที่เกี่ยวข้อง” รวมมูลค่า 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งขณะนี้อยู่ในขั้นตอนกระบวนการของสภาคองเกรส คาดว่าจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการหลังจากนี้ 1 เดือน นางโอวเจียงอัน (歐江安) โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไต้หวัน ได้ระบุหลังจากทราบข่าวว่า เรารู้สึกยินดีและขอบคุณเป็นอย่างยิ่ง ที่สหรัฐฯ ยังคงปฎิบัติตามกฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวันกับคำมั่น 6 ประการ เพื่อรักษาความปลอดภัยและความมั่นคงให้กับไต้หวัน 

      นางโอวเจียงอันกล่าวว่า นี่เป็นครั้งที่ 4 หลังจากประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ขึ้นดำรงตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯ เพียงครึ่งปี และเป็นครั้งที่ 3 ของปีนี้ ที่รัฐบาลสหรัฐฯ ประกาศขายอาวุธให้ไต้หวัน แสดงให้เห็นว่าสหรัฐฯ ให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อการป้องกันประเทศของไต้หวัน จึงดำเนินนโยบายการขายอาวุธให้ไต้หวันอย่างต่อเนื่องในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ช่วยให้ประเทศของเรามีอาวุธยุทโธปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับใช้ในการป้องกันได้อย่างทันท่วงที และช่วยพัฒนาศักยภาพในการปกป้องประเทศของกองทัพให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

 


 

 

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง