:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๕

  • 20 June, 2022
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย

๑. รมว. กต. ไต้หวัน ให้สัมภาษณ์สื่อสหรัฐฯ ย้ำเส้นกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันรักษาสันติภาพมาโดยตลอด 

           นายอู๋จาวเซี่ย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ  สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ให้สัมภาษณ์พิเศษสถานีโทรทัศน์สหรัฐฯ ตอบคำถามเกี่ยวกับกรณีที่จีนระบุว่าช่องแคบไต้หวันมิใช่น่านน้ำสากล และไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเส้นกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน ซึ่งนายอู๋ฯ ย้ำว่า ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา เส้นแบ่งกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันเป็นหลักประกันในเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน จีนมีพฤติกรรมยั่วยุในช่วงที่ผ่านมาเป็นภัยคุกคามต่อเสถียรภาพ สันติภาแ และความปลอดภัยบนช่องแคบไต้หวัน 

           รัฐมนตรีอู๋ฯ ได้ให้สัมภาษณ์ในช่วงรายการ Newsmax ในช่วงข่าวภาคค่ำ เมื่อวันที่ 15 ที่ผ่านมา และได้ออกอากาศเมื่อค่ำวานนี้ ในคอลัมน์ The Record

          รมว. อู๋ฯ ระบุว่า ต้นเดือน พ.ค. ปีนี้ จีนได้ซ้อมรบในน่านน้ำใกล้กับไต้หวัน เครื่องบินทหารจีนก็รุกล้ำเขตแสดงตนเพื่อกาป้องกันภัยทางอากาศ(ADIZ) ของไต้หวันอย่างต่อเนื่องและมีจำนวนมากขึ้นทุกขณะ นอกจากนี้ ยังได้รุกล้ำเขตแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันหลายครั้ง สร้างความตึงเครียดให้เกิดขึ้นในภูมิภาคนี้ 

         ส่วนกรณีที่จีนได้แอบอ้างว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ด้วยเหตุนี้จึงไม่มีสิ่งที่เรียกว่าเส้นกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน บ่อยครั้งในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการยั่วยุ นายอู๋ฯ ย้ำว่า ตลอดระยะเวลาอันยาวนานที่ผ่านมา เส้นกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน เป็นหลักประกันให้แก่เสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน แต่ในช่วงที่ผ่านมา จีนได้ใชวิธีการยั่วยุ จนกลายเป็นภัยคุกคามอย่างร้ายแรงต่อเสถียรภาพและสันติภาพ ความปลอดภัยบนช่องแคบไต้หวัน

         นอกจากนี้ รมว. อู๋ฯ ยังได้ระบุว่า เมื่อเห็นกองทัพยูเครนที่มีกำลังน้อยกว่ารัสเซียต่อต้านอย่างได้ผล เป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับไต้หวัน ไต้หวันนอกจากจะต้องพัฒนากองทัพในลักษณะ "ไร้สมดุล" แล้ว ยัยังต้องเสริมความแข็งแกร่งให้แก่การป้องกันประเทศของมวลชนและเสริมศักยภาพการระดมกำลังทหารกองหนุนให้มีประสิทธิภาพ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความเด็ดเดี่ยวที่จะปกป้องประเทศชาติของรัฐบาลและประชาชนชาวไต้หวัน ไม่ว่าจีนจะก่อสงครามขึ้นเมื่อใดหรืออย่างไร ไต้หวันก็จะมีการเตรียมพร้อมรับมือเพื่อป้องกันตนเองอยู่ตลอดเวลา   

         ส่วนทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ นายอู๋ฯ ระบุว่า สหรัฐฯ ดำเนินความสัมพันธ์กับไต้หวันบนพื้นฐานของ "กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวัน" กับ "คำมั่น 6 ประการ" สนองอาวุธยุทโธปกรณ์ให้พอเพียงที่ไต้หวันจะป้องกันตนเอง ช่วยเหลือยกระดับสมรรถนะด้านกลาโหมของไต้หวัน นอกจากนี้ ไต้หวันมีอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ สามารถผลิตแผ่นชิปได้ถึง 90% ของการผลิตทั่วโลก หากไต้หวันถูกโจมตี ห่วงโซ่อุปทานทั่วโลกก็จะเกิดปัญหาขึ้น สหรัฐฯ ซึ่งเป็นหน่วยเศรษฐกิจสำคัญของโลกก็จะได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงด้วย

         พร้อมกันนี้ เขาได้ย้ำอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า ไต้หวันนอกจากจะต้องเสริมสมรรถนะความสามารถในการป้องกันประเทศแล้วให้เข้มแข็งแล้ว ประชาคมโลก และประเทศประชาธิปไตย จะเป็นอีกพลังหนึ่งในการปกป้องเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน 

         นายอู๋ฯ วิเคราะห์ว่า จีนต้องการฮุบกลืนไต้หวัน ซึ่งเป็นลักษณะพิเศษของลัทธิอำนาจนิยมที่ต้องการแผ่นอิทธิพลสู่ภายนอก เป้าหมายไม่ใช่แค่ไต้หวันเท่านั้น แต่รวมถึงทะเลตะวันออก ทะเลจีนใต้ และและเกาะต่าง ๆ ในมหาสมุทรแปซิฟิกใต้ด้วย ดังนั้น การอาศัยเพียงแนวเกาะแนวที่ 1 มาสกัดการขยายอิทธิพลของจีนนั้น ดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอเสียแล้ว ตอนนี้ จีนได้แผ่อิทธิพลทางทหารไปยังหมู่เกาะโซโลมอน ซึ่งมีการจัดทำความตกลงความปลอดภัยร่วมระหว่างกันแล้ว สิ่งเหล่านี้ล้วนสะท้อนให้เป็นถึงความสามานย์ที่ต้องการขยายอิทธิพลของจีนทั้งสิ้น 

นายอู๋จาวเซี่ย รมว. กต. ไต้หวัน (บนจอด้านขวา) ขณะให้สัมภาษณ์ออนไลน์ต่อสื่อสหรัฐฯ 

๒. ไต้หวันประท้วงรัสเซียรุนแรง สกัดลัทธิอำนาจนิยมขยายอิทธิพล 

           กรณีการพูดคุยทางโทรศัพท์ระหว่างสองผู้นำมหาอำนาจ สี จิ้นผิง ผู้นำจีน กับ ปูติน ผู้นำหมีขาว รัสเซียเมื่อเร็ว ๆ นี้ ซึ่งมีการกล่าวถึงประเด็นไต้หวัน นางโอวเจียงอัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ระบุว่า การกล่าวของฝ่ายรัสเซีย ไต้หวันต้องขอประท้วงอย่างรุนแรง การกล่าวถึงไต้หวันที่ปราศจากความเป็นจริงกดฐานะอธิปไตยของไต้หวัน ไต้หวันต้องขอประนามอย่างรุนแรง รัฐบาลได้อาศัยช่องทางที่มีอยู่ทั้งที่ไทเป และผ่านสำนักงานผู้แทนไต้หวันประจำรัสเซีย แสดงจุดยืนไต้หวันให้ฝ่ายรัสเซียได้เข้าใจอย่างถ่องแท้ และเชื่อว่าตอนนี้ทางการมอสโกก็ทราบเรื่องนี้แล้ว ส่วนความพยายามของจีนที่ต้องการกระจายข่าวปลอมว่าไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีนในประชาคมโลก ประเด็นไต้หวันเป็นการเมืองภายในของจีน ซึ่งเป็นนโยบายการสร้างข้อมูลข่าวเท็จของจีน วิธีการเช่นนี้มีแต่จะทำให้ชาวไต้หวันทอดทิ้งและเอือมระอา และยิ่งจะทำให้สังคมโลกรู้สึกเอือระอาทางการจีน

         โฆษก กต. ไต้หวันระบุอีกว่า ข้อมูลต่าง ๆ ระบุว่า ปูติน กล่าวว่า ไม่ว่าจะเป็นการแทรกแซงประเด็นซินเกียง ฮ่องกง หรือไต้หวัน ล้วนเป็นพฤติกรรมที่แทรกแซงการเมืองภายในของจีนทั้งสิ้น ซึ่งไต้หวันนอกจากจะประท้วงอย่างรุนแรงแล้ว การแสดงความคิดเห็นที่ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงจนทำให้อธิปไตยของไต้หวันได้รับความเสียหาย  ไต้หวันก็จะต้องประนามอย่างรุนแรง ไต้หวันได้อาศัยช่องทางทั้งที่ไทเปและผ่านสำนักงานผู้แทนไต้หวันประจำรัสเซีย แสดงจุดยืนของไต้หวันอย่างชัดแจ้ง และเชื่อว่าตอนนี้รัฐบาลรัเซียก็ทราบเรื่องแล้ว ส่วนกรณีที่ทางการจีนพยายามสร้างความสับสนในสังคมโลกให้ผู้คนเข้าใจว่า ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน ประเด็นไต้หวันเป็นการเมืองภายในของจีน วิธีการเช่นนี้มีแต่จะทำให้ชาวไต้หวันทอดทิ้งและรังเกียจ นำมาซึ่งความไม่พอใจต่อทางการจีนของสังคมโลก พร้อมกันนี้ กต. ไต้หวันยังได้ย้ำจุดยืนว่า สาธารณรัฐจีนกับสาธารณรัฐประชาชนจีนไม่ได้ขึ้นต่อกัน สาธาณรัฐประชาชนจีนไม่เคยปกครองไต้หวันแม้แต่เพียววันเดียว มีเพียงรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งอย่างเสรีของประชาชนชาวไต้หวันเท่านั้น จึงจะมีสิทธิเป็นตัวแทนของชาวไต้หวัน 

นายวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเวีย (ซ้าย) นายสีจิ้นผิง ผู้นำจีน (ชวา)

 

๓. สว. สหรัฐฯ ร่วมเสนอกฎหมายสนับสนุนไต้หวัน "Taiwan Policy Act of 2022"

           นาย Robert Menendez ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภา สหรัฐฯ ร่วมกับ Lindsey Graham ประธานคณะกรรมาธิการการคลังวุฒิสภา สหรัฐฯ เสนอร่างกฎหมายสนับสนุนไต้หวัน ซึ่งมีชื่อว่า "Taiwan Policy Act of 2022" ซึ่งมีสาระสำคัญเกี่ยวกับการพัฒนาความสัมพันธ์กับไต้หวันในทุกมิติ เสริมความมั่นคงปลอดภัย และสัมพันธ์ด้านเศรษฐกิจและการค้า สนับสนุนให้ไต้หวันเข้าร่วมกิจกรรมระหว่างประเทศ ต่อต้านการคุกคามจากจีน ส่งเสริมความปลอดภัยบนช่องแคบไต้หวัน ตลอดจนส่งเสริมสันติภาพในภูมิภาคอินโดแปซิฟิก 

นาย obert Menendez ประธานคณะกรรมาธิการต่างประเทศ วุฒิสภา สหรัฐฯ

นาย Lindsey Graham สว สหรัฐฯ 

          ทั้งนี้ นางโอวเจียงอัน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ระบุว่า ร่างกฎหมายดังกล่าว เสนอโดยวุฒิสมาชิกอาวุโสของสองพรรคการเมือง ชี้ชัดว่าพรรคการเมืองต่าง ๆ ในรัฐสภาสหรัฐฯ มีจุดยืนที่สนับสนุนไต้หวันอย่างเห็นได้ชัด กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันขอแสดงความยินดีและขอบคุณวุฒิสภาสหรัฐฯ 

          นางโอวฯ ระบุว่า สว เมเนนเดส และ สว. แกรแฮม เพิ่งเดินทางเยือนไต้หวันเมื่อเดือน เม.ย. ที่ผ่านมา เมื่อเดินทางกลับสหรัฐฯ ก็เสนอกฎหมายดังกล่าวทันที และใช้ปฏิบัติการอย่างเป็นรูปธรรมสนับสนุนไต้หวันอย่างเด็ดเดี่ยว  ซึ่งกระทรวงการต่างประเทศ จะติดตามความคืบหน้าของการพิจารณากฎหมายฉบับนี้อย่างใกล้ชิดและจะประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสมาชิกรัฐสภาสหรัฐฯ ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดด้วยเช่นเดียวกัน และไต้หวันจะพัฒนาความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรกับสหรัฐฯ ต่อไปให้ปักรากฝังลึกและมั่นคงยิ่งขึ้น ส่งเสริมสันติภาพและความั่นคง ความปลอดภัยบนช่องแคบไต้หวันและภูมิภาคอินโดแปซิฟิก 

          นอกจากนี้ นางโอวฯ ยังระบุว่า กฏหมายฉบับนี้ครอบคลุมสาระที่เกี่ยวข้องกับการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวันในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านการเมือง เศรษฐกิจ การค้า ความมั่นคง ความปลอดภัย เสถียรภาพ ตลอดจนการให้ความช่วยเหลือไต้หวันต่อต้านภัยคุกคามจากจีน ซึ่งกล่าวได้ว่าเป็นกฎหมายที่มิตรต่อไต้หวันฉบับที่สมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เคยมีมาก็ว่าได้

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง