:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๒๙ สิงหาคม ๒๕๖๕

  • 29 August, 2022
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย

ขู่ได้ขู่ไป !!! สว. สหรัฐฯ คณะที่ 3 ของเดือน ส.ค. เยือนไต้หวัน 

        เมื่อปลายสัปดาห์ที่่ผ่านมา ปธน. ไช่อิงเหวิน สาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) ได้ให้การต้อนรับ Marsha Blackburn วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ ที่เดินทางเยือนไต้หวันเป็นเวลา 3 วัน ปธน. ไช่ฯ ได้กล่าวต้อนรับว่า สถานการณ์โลกมีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสงครามรัสเซียรุกรานยูเครน จีนซ้อมรบทางทหารต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่าลัทธิอำนาจนิยมกำลังคุกคามโลก ดังนั้น ประเทศประชาธิปไตยจะต้องร่วมมือกัน ร่วมกันปกป้องค่านิยมเสรีภาพประชาธิปไตย ไต้หวันหวังว่า จะร่วมมือกับสหรัฐฯ และประเทศที่มีอุดมการณ์ใกล้เคียงกัน ปกป้องสันติภาพและความมั่นคงในอินโดแปซิฟิก

 

 

ประมาทไม่ได้!! นักวิเคราะห์ระบุแม้กองทัพไต้หวันจะเล็กกว่ากองทัพจีน แต่ไม่ง่ายที่จะรวมไต้หวันโดยใช้กำลังทหาร 

                  สถานการณ์ความตึงเครียดบนช่องแคบไต้หวัน ยังคงคุกรุ่นท่ามกลางการซ้อมรบรอบไต้หวันของจีน และการเตรียมพร้อมรับมือสกัดการรุกล้ำจากกองทัพจีนของไต้หวัน ตลอดจนการเยือนไต้หวันของนักการเมืองสำคัญทั้งสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรปที่รักในประชาธิปไตย เพื่อแสดงจุดยืนสนับสนุนประชาธิไตยไต้หวัน แต่สิ่งที่ผู้คนทั่วโลกวิตกก็คือการซ้อมรบของทั้งสองฝ่ายอาจกลายเป็นชนวนลักลั่นทำให้เกิดสงครามขึ้นระหว่างไต้หวันกับจีน กลายเป็นความพยายามที่จะใช้กำลังทหารรวมไต้หวันเป็นประเทศเดียวกับตนของทางการจีนคอมมิวนิสต์ ในขณะที่มีการวิเคราะห์ว่า กำลังทหารของจีนกับของไต้หวันแตกต่างกันมาก หากจีนทำสงครามยึดไต้หวันจริง ไต้หวันไม่มีทางที่จะต้านทานได้ อย่างไรก็ดี นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของหลายประเทศต่างมองว่า ไต้หวันมีกำลังทหารที่พร้อมต่อกรกับจีน และการจะเอาชนะไต้หวันได้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ทุกฝ่ายก็ภาวนาอย่าให้เกิดมหันตภัยสงครามขึ้นบนโลกใบนี้อีกเลย เพราะมันจะทำให้ผู้คนเดือดร้อนไปทั่ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้คนที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่เกิดสงคราม หรืออาจจะลุกลามขยายตัวไปสู่ประเทศเพื่อนบ้านกระทั่งลุกลามไปสู่ทั่วโลก

               นักวิเคราะห์ระบุว่า ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับจีนที่มีกำลังทางทหารแข็งแกร่งกว่าหลายเท่าตัว แต่การใช้กำลังอาวุธรวมไต้หวันของจีนไม่ใช่เรื่องง่าย แม้จะสามารถส่งกองทหารขึ้นบกที่ไต้หวันได้ แต่ก็จะมีปัญหาในเรื่องของการส่งกำลังบำรุงทั้งน้ำมัน อาหาร และอาวุธยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ หากเกิดอุปสรรคขึ้น หรือไม่อาจส่งมาได้อย่างทันกาลก็อาจทำให้กองทหารจีนที่บุกขึ้นเกาะไต้หวันกลายเป็น “แมงเม่าบินเข้ากองไฟ” ถูก “ปล่อยเกาะ” จนไม่อาจกลับออกไปได้ 

เครื่องบินทหารจีนมักจะล้ำแนวกึงกลางช่องแคบไต้หวันหรือล้ำเขต ADIZ ของไต้หวันอยู่เป็นประจำ

              สถานีวิทยุ ABC ของออสเตรเลียได้รายงานเมื่อกลางเดือน ส.ค. ที่ผ่านมา ระบุเกี่ยวกับรายงานด้านการทหารทั่วโลกประจำปี 2565 ว่า กองทัพปลดปล่อยประชาชนจีน หรือ PLA ของจีน มีทหารประจำการในกองทัพรวมกว่า 2 ล้านนาย มีขนาดของกองทัพที่มากที่สุดเป็นอันดับ 1 ของโลก แต่เมื่อวิเคราะห์กำลังทหารโดยรวมแล้ว กองทัพ PLA ของจีน มีความเข้มแข็งเป็นอันดับ 3 ของโลก จากจำนวนประเทศทั่วโลกที่เปรียบเทียบด้วย 143 ประเทศ รองจากกองทัพสหรัฐฯ และรัสเซีย ส่วนกองทัพไต้หวันมีกำลังพลเพียง 1.7 แสนนาย จัดอยู่ในอันดับที่ 21 ของโลก 

               ผศ. หม่าจุ่นเวย สถาบัณฑิตศึกษาและกิจการระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยตัมกัง ไต้หวัน ได้แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า กองทัพไต้หวันไม่ได้อ่อนแออย่างที่หลายคนคิด มีกองทัพที่เข้มแข็งว่าประเทศอื่น ๆ ในโลกถึง 85% แต่อีกฝ่ายที่มีความไม่เป็นมิตรกับไต้หวัน แข็งแกร่งมากกว่า 

แม้กองทัพของช่องแคบไต้หวันจะมีความแตกต่างกันอย่างลิบลับ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารก็วิเคราะห์ว่า หากจีนใช้กำลังอาวุธเพื่อรวมไต้หวันก็ไม่ง่ายที่จะรวมไต้หวันได้ เขาได้ยกตัวอย่างสงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครน ทั้งสองฝ่ายมีกำลังทหารที่แตกต่างกันอย่างลิบลับเช่นเดียวกัน เมื่อพิจารณาจากตัวเลขกำลังทหารล้วน ๆ ก็จะทำให้มีความรู้สึกว่า รัสเซียมีกองทัพที่สามารถบดขยี้กองทัพยูเครนได้อย่างง่าย ๆ ชนิดที่เรียกว่า  “ปอกกล้วยเข้าปาก” แต่สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนในช่วงครึ่งปีที่ผ่านมา กลับมิได้เป็นอย่างที่หลาย ๆ ฝ่ายคิดหรือคาดการณ์ไว้ 

               ในขณะที่ช่องแคบไต้หวันมีทะเลขวางกั้นยาวกว่า 370 กม. เป็นแนวป้องกันที่มีประสิทธิภาพที่สุดของทั้งสองฝ่าย ปัญหาแรกที่กองทัพจีนต้องเผชิญหน้าก็คือจะขนกำลังทหาร กำลังอาวุธข้ามแนวกั้นทางทะเลนี้อย่างไร 

              ส่วนคุณหม่าติ่งเซิ่ง นักวิเคราะห์ด้านการทหารชาวฮ่องกงก็วิเคราะห์ว่า เราจำเป็นต้องพิจารณาถึงความสามารถในการขนส่งลำเลียงของกองทัพจีนด้วย ซึ่งรวมถึง การโจมตียกพลขึ้นบก การขนส่ง และการบัญชาการเรือรบ จะสามารถส่งกำลังทหารและกำลังอาวุธบุกยึดชายหาดได้หรือไม่ และจะสามารถยึดเกาะไต้หวันได้หรือไม่ 

             สำหรับนายหลิวเสวเชียน บรรณาธิการบริหารนิตยสาร “มิลิทารี่ ลิงก์” ในไต้หวัน ได้วิเคราะห์ว่า เมื่อเปรียบเทียบกันระหว่างการส่งกำลังบำรุงไปยังแนวหน้าของทั้งสองฝ่าย จะเห็นว่า มีความแตกต่างกันเป็นอย่างมาก เพราะในส่วนของฝ่ายตั้งรับ กองทัพไต้หวันต้องใช้เวลาในการส่งกำลังบำรุงค่อนข้างสั้น ไม่จำเป็นต้องข้ามช่องแคบไต้หวันเพื่อเข้าสู่สนามรบ 

            อย่างไรก็ดี คุณหลิวฯ ได้มองในอีกแง่มุมหนึ่งว่า ขวัญกำลังใจของประชาชนชาวไต้หวันเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญมากที่จะชี้ชะตาว่าสงครามจะชนะหรือไม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อกองทัพจีนรุกล้ำไต้หวัน ก็จะทำให้ชาวไต้หวันสามัคคีเป็นหนึ่งเดียวเช่นเดียวกับชาวอเมริกันที่รวมเป็นหนึ่งเดียวหลังจากที่เพิร์ลฮาร์เบอร์ถูกกองทัพญี่ปุ่นแอบโจมตี หรือทำให้แนวปราการของขวัญกำลังใจของชาวไต้หวันถล่มทลายลง ยังคงเป็นประเด็นที่ผู้คนยังคงมีเครื่องหมายถามอยู่ในหัวใจ 

            อย่างไรก็ดี คุณหลิวฯ มีความมั่นใจว่า เมื่อเกิดสงครามขึ้นจริง ไต้หวันจะได้รับความช่วยเหลือจากสังคมโลก เพราะสถานการณ์โลกในขณะนี้ จะไม่ยอมให้ไต้หวันถูกจีนโจมตีหรือปิดล้อมโดยเด็ดขาด ในขณะที่นายซ่ง อวี้หนิง ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารของไต้หวันได้สงวนความเห็นและเห็นว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ “บางทีเราอาจจะต้องเข้าใจให้ชัดว่า สงครามนี้ เราจะต้องรบด้วยตัวของพวกเราเอง” 

           คุณซูจื่อหยุน ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยยุทธศาสตร์และทรัพยากรกลาโหมเพื่อความมั่นคงไต้หวัน ระบุว่า ปัจจุบันสหรัฐฯ เป็นแหล่งซื้ออาวุธที่สำคัญที่สุดของไต้หวัน ส่วนที่เหลือก็จะเป็นอาวุธที่ไต้หวันผลิตเอง

           เขาบอกว่า ในช่วงระหว่างปี 2018-2022 ไต้หวันซื้ออาวุธจากสหรัฐฯ ด้วยงบประมาณถึง 195 ล้านดอลลาร์หรือตกประมาณ 587,200 ่ล้านเหรียญไต้หวัน เฉลี่ยปีละ 3,200 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่งบประมาณด้านกลาโหมของสหรัฐฯ ตกปีละ 7 แสนล้านดอลลาร์ เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วจะเห็นได้ว่า แตกต่างกันอย่างลิบลับทีเดียว เพราะฉะนั้น สหรัฐฯ จะช่วยเหลือป้องกันไต้หวันหรือไม่ การจัดซื้ออาวุธของไต้หวันไม่ใช่ปัจจัยหลัก แต่ปัจจัยหลักอยู่ที่ “จุดที่ตั้งทางภูมิรัฐศาสตร์”หรือ “จุดภูมิรัฐศาสตร์ยุทธศาสตร์” ของไต้หวัน 

          คุณซูฯ กล่าวในตอนท้ายว่า ไต้หวันมิได้ถือว่าจีนเป็นศัตรู แต่จีนคอมมิวนิสต์ถือว่า ประชาธิปไตยเป็นศัตรูกับตน ซึ่งเป็นแก่นแท้ของปัญหาระหว่างช่องแคบไต้หวัน 

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง