:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalกระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๖๕

  • 18 September, 2022
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย

ไต้หวันอัดงบกลาโหมสุด ๆ ในรอบ 7 ปี เพิ่มขึ้นถึง 13% รับมือสถานการณ์ช่องแคบไต้หวัน 

           ในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของเดือนสิงหาคม ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีไต้หวันได้อนุมัติงบประมาณประจำปี 2566 แบ่งเป็นงบประมาณรายจ่าย 2.7191 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นถึง 20.8% โดยเป็นงบประมาณสวัสดิการเพื่อแก้ไขปัญหาการมีบุตรน้อยสูงถึง 108,800 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณก่อนถึง 28,200 ล้านเหรียญไต้หวันหรือเพิ่มขึ้น 35% ส่วนงบประมาณการศึกษาสูงถึง 348,864.9 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 6.9% 

           สำหรับในส่วนของงบประมาณกลาโหมของปีหน้า สูงถึง 415,100 ล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น 12.9% ซึ่งเป็นอัตราการเพิ่มที่สูงที่สุด และมียอดเงินสูงสุดในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี ยังมีงบประมาณพิเศษและกองทุนด้านกลาโหม รวมทั้งสิ้นถึง 586,300 ล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อเสริมศักยภาพในการป้องกันประเทศ อย่างไรก็ดี ยอดงบประมาณดังกล่าวเมื่อเทียบกับ GDP ยังคงมีสัดส่วนเพียง 1.7% ดังนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านกลาโหมไต้หวันจึงมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกันว่า ควรที่จะต้องเพิ่มงบประมาณให้สูงขึ้นในสัดส่วนร้อยละ 3 ของ GDP จึงจะเพียงพอต่อการเสริมสมรรถนะของกองทัพให้เพียงพอต่อการรับมือในสถานการณ์ฉุกเฉิน 

           งบประมาณกลาโหมของไต้หวันในปี 2017 อยู่ที่ 319,200 ล้าน ขยับสูงขึ้นทุกปีแต่ไม่มากนัก เนื่องจากสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวันยังอยูในสภาพที่สามารถรับมือได้ และมาสูงสุดในรอบ 7 ปี ที่ 12.9% 

           นอกจากนี้ เพื่อให้แผนการพัฒนาเครื่องบินรบ ขีปนาวุธ และการจัดซื้อเรือรบเป็นไปโดยราบรื่น รัฐบาลยังได้จัดสรรงบประมาณพิเศษอีกถึง 247,200 ล้าน จัดซื้อเครื่องบินรบ F-16V block70 จำนวน 66 ลำ ระหว่างปี 2020-2026 และยังเสริมด้วยงบประมาณพิเศษ 236,900 ล้าน สำหรับการเสริมสมรรถนะการสู้รบของกองทัพเรือและกองทัพอากาศ เพื่อพัฒนาอาวุธ 8 รายการ  10 ประเภท เริ่มตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี 2026 งบประมาณทั้งสองรายการรวมทั้งสิ้น 108,300 ล้าน 

          กลาโหมไต้หวันเปิดเผยว่า งบประมาณกลาโหมปีนี้คิดเป็นร้อยละ 1.7 ของ GDP เทียบกับปีนี้ที่ 1.6% หากรวมกับงบพิเศษอีก 62,900 ล้าน ก็จะทำให้งบประมาณกลาโหมปีหน้าสูงถึง 586,300 ล้าน คิดเป็นสัดส่วนต่อ GDP ถึง 2.4% 

          นายหลัวจื้อเจิ้ง ส.ส. พรรค DPP แสดงความคิดเห็นว่า การเพิ่มขึ้นของงบประมาณกลาโหมเป็นการสะท้อนถึงสถานการณ์ความมั่นคงที่กำลังเปลี่ยนแปลงไป และไต้หวันกำลังก้าวสู่การปรับปรุงเปลี่ยนแปลงอาวุธใหม่ ๆ และเสริมสมรรถนะการสู้รบของกองทัพให้สูงขึ้น การเพิ่มงบประมาณกลาโหมเป็นเพียงการลงทุนที่จำเป็นเท่านั้น แต่การเพิ่มงบกลาโหมในอนาคต ก็ต้องคำนึงถึงความสมดุลด้านการเงินการคลังของรัฐบาลด้วย แต่เนื่องจากสถานการณ์โลกและช่องแคบไต้หวันมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ดังนั้น หากรัฐบาลมีความสามารถเพียงพอ งบกลาโหมก็ควรเพิ่มขึ้นเป็น 3% ของ GDP ตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ยิ่งเร็วยิ่งดี 

          ทางด้านนายคาร์ล รัฐมนตรีช่วยด้านนโยบายกลาโหม ของสหรัฐฯ ย้ำว่า จีนอาศัยข้ออ้างการเยือนไต้หวันของนางแนนซี่ เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎร สหรัฐฯ มาสร้างวิกฤตให้เกิดขึ้นบนช่องแคบไต้หวัน ก็เพื่อสร้าง “สถานะใหม่” ให้ประชาคมโลกยอมถอยให้ แต่ยุทธศาสตร์ของปักกิ่งจะไม่มีวันประสบความสำเร็จ สหรัฐฯ จะยังคงช่วยเหลือปกป้องพันธมิตรของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ต่อไปอย่างเต็มที่ สหรัฐฯ จะปฏิบัติการทุกอย่างทุกที่ทั้งทางอากาศ และทางนัำ เท่าที่กฎหมายระหว่างประเทศเอื้ออำนวยให้ ซึ่งรวมถึงการเดินเรืออย่างเสรีผ่านช่องแคบไต้หวันด้วย 

 

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง