:::

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๒๑ พฤศจิกายน ๒๕๖๕

  • 21 November, 2022
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย

๑. ผู้นำไต้หวันขึ้นปกนิตยสารชื่อดังระดับโลก เทียบเคียงโจ ไบเดนและสีจิ้นผิง 

            นิตยสาร The Economist ซึ่งเป็นนิตยสารชื่อดังระดับโลกได้ตีพิมพ์ฉบับพิเศษ The World Ahead 2023 โดยมีภาพของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน ขึ้นภาพหน้าปกร่วมกับผู้นำโลกอย่างประธานาธิบดีโจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ นายสีจิ้นผิง ผู้นำจีน นายปูติน ผู้นำรัสเซีย นายเซเลนสกี ผู้นำยูเครน ซึ่งประธานาธิบดีไช่ฯ ได้ระบุผ่านเว็บไซต์ส่วนตัวว่า แสดงให้เห็นว่าไต้หวันมีการแสดงออกในทุก ๆ ด้าน และความพยายามร่วมกันของชาวไต้หวันได้รับความสนใจในระดับสูงจากทั่วโลก ซึ่งในรายงานข่าวของนิตยสารฉบับนี้ได้ระบุว่า ไต้หวันเป็นประเทศประชาธิปไตยที่มีความเจริญรุ่งเรือง และเป็นฐานการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ที่สำคัญของโลก ผู้นำไต้หวันย้ำว่า รายงานดังกล่าวได้ระบุว่า ไต้หวันเป็นแนวหน้าสุดในการปกป้องประชาธิปไตย ขณะเดียวกันไต้หวันก็มีฐานะสำคัญในห่วงโซ่อุปทานภาคการผลิตระดับโลก ทำให้สังคมนานาชาติให้ความสนใจต่อสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวัน ประชาธิปไตยไต้หวันที่เต็มไปด้วยความทรหด ตลอดจนเสริมความเข้มแข็งให้แก่เทคโนโลยีของไต้หวัน ซึ่งเป็นทิศทางที่ทีมงานรัฐบาลของผู้นำไต้หวันกำลังมุมานะพยายามอย่างเต็มที่ และได้พยายามเสริมสร้างความร่วมมือและการติดต่อแลกเปลี่ยนกับพันธมิตรประชาธิปไตยทั่วโลกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นด้วย 

           ผู้นำไต้หวันบอกอีกว่า ในขณะเดียวกัน ไต้หวันยิ่งต้องพยายามต่อไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาฐานะความเป็นผู้นำในโลกอุตสาหกรรมการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ในขณะที่บริษัท ASMLของเนเธอร์แลนด์ ก็มีแผนการลงทุนในไต้หวันเริ่มก่อสร้างโรงงานผลิตแผ่นชิปในไต้หวันในปีหน้า ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ทุกฝ่ายให้ความสำคัญกับไต้หวัน ลงทุนในไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในโอกาสต่อไป การเลือกตั้งของไต้หวันมีความสำคัญมาก เป็นปมเงื่อนสำคัญของทิศทางการพัฒนาของไต้หวัน ซึ่งชาวไต้หวันทุกคนจะมีบทบาทสำคัญในการตัดสินใจแนวทางการพัฒนาอนาคตของไต้หวัน นี่ก็คือสิ่งที่ผู้นำไต้หวันได้เตือนมาโดยตลอดว่า เราต้องเลือกในสิ่งที่ถูกต้อง เพื่อให้ประชาคมโลกเชื่อถือไต้หวัน ความจริงได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ไต้หวันได้ก้าวไปสู่แนวทางที่ถูกต้องแล้ว เราต้องมุมานะพยายามร่วมกัน ไต้หวันต้องดีวันดีคืนอย่างแน่นอน ซึ่งเราก็จะมอบไต้หวันที่ดีกว่านี้ให้แก่ชาวโลก 

๒. ไต้หวันผลิตโดรนโจมตีระยะไกลถึง 1000 กม. 

             สถาบันวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติจงซาน (National Chung-Shan Institute of Science and Technology-NCSIST) ได้เปิดผลงานการพัฒนาโดรนที่ไต้หวันผลิตเองที่ตั้งชื่อว่า “เจี้ยนเสียง” เป็นครั้งแรก โดยมีสมรรถนะป้องกันรังสี โจมตีได้ไกลถึง 1000 กม. บินเหนืออากาศได้ติดต่อกันนาน 5 ชม. ความเร็วสูงถึง 500-600 กม./ชม. สามารถทำลายเรดาห์ที่ตั้งอยู่ชายฝั่งของจีนได้ คาดว่าจะสามารถผลิตได้เป็นจำนวนมากในปี 2025 ผลิตได้ปีละ 48 ลำขึ้นไป 

           กระทรวงกลาโหม ไต้หวัน เริ่มโครงการ “งบประมาณพิเศษยกระดับสมรรถนะการสู้รบทางอากาศและทางทะเล” ตั้งแต่ปีนี้จนถึงปี 2026 ด้วยงบประมาณ 236,900 ล้านเหรียญไต้หวัน ในจำนวนนี้เป็นงบประมาณ 11,900 ล้านเหรียญไต้หวันที่ใช้ไปในโครงการพัฒนาโดรนที่มีชื่อว่า “เจี้ยนเสียง” โดยวางแผนผลิตให้ได้ปีละอย่างน้อย 48 ลำขึ้นไป รวมทั้งมีการจัดแบ่งประเภทของโดรนเป็น 2 ส่วน ได้แก่ โดรนแสวงหาเป้าหมาย กับโดรนที่ใช้ในการโจมตี เมื่อจับคลื่นเรดาห์ของฝ่ายตรงข้ามได้แล้ว ก็จะบินพุ่งชนด้วยความเร็วสูง ทำลายเป้าหมาย รวมทั้งกดดันเป้าหมายซึ่งรวมถึงเรดาห์ริมชายฝั่งและพื้นที่ด้านในของจีนด้วย สามารถพุ่งเข้าชนด้วยความเร็วสูงถึง 5-600 กม./ชม. ทั้งนี้ NCSIST มีแผนการที่จะส่งมอบโดรนเข้าประจำการในกองทัพไต้หวันในปีหน้านับร้อยลำ 

          การพัฒนาโดรนของ NCSIST มีทั้งสิ้น 4 รุ่น ประจำการในกองทัพเรือ กองทัพบกและกองทัพอากาศ โดยโดรนเจี้ยนเสียงซึ่งมีความทันสมัยที่สุดและเป็นรุ่นใหม่ล่าสุด สามารถบินได้นานถึง 5 ชม. นอกจากนี้ ยังมีโดรนเถิงหยวิน บินบนอากาศได้นานถึง 20 ชม. โดยประจำการในกองทัพอากาศ ส่วนโดรนเสวียนอี้ บินบนอากาศได้นานเพียง 1 ชม. ประจำการในกองทัพบก และโดรนหยุ่ยเก๋อขนาดกลาง ประจำการในกองทัพเรือ บินบนอากาศได้ต่อเนื่องนาน 12 ชม. 

          นอกจากนี้ NCSIST ยังมีแผนการในการวิจัยพัฒนาเครื่องบินรบไร้คนขับด้วย เพื่อให้เป็นไปตามความต้องการของยุทธศาสตร์การพัฒนากองทัพให้เป็นไปในลักษณะ “ไร้สมดุล” ของกองทัพไต้หวัน โดยจะเป็นไปในรูปแบบของโดรนที่มีสมรรถนะทั้งการตรวจจับและการโจมตีในลำเดียวกัน ซึ่งความจริงเครื่องบินรบไร้คนขับแบบนี้ เคยถูกนำไปใช้ในสงครามอัฟกานิสถาน และสงครามในตะวันออกกลาง รวมไปถึงสงครามยูเครน-รัสเซีย 

 

๓. ลุ้นเลือกตั้งท้องถิ่นเสาร์นี้ แต่ห้ามรายงานผลสำรวจคะแนนนิยมก่อนเลือกตั้ง 10 วัน และในวันลงคะแนนเสียงห้ามใช้โซเชียลมีเดียช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้ง 

          คณะกรรมการการเลือกตั้ง ไต้หวันได้ออกประกาศเตือนระเบียบเกี่ยวกับการเผยแพร่ผลการสำรวจคะแนนนิยมของผู้สมัครรับเลือกตั้ง โดยตั้งแต่เวลา 0.00 น. ของวันที่ 16 พ.ย. จนถึงเวลา 16.00 น. ของวันที่ 26 พ.ย. ซึ่งเป็นวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้งท้องถิ่น ห้ามเผยแพร่ผลสำรวจคะแนนนิยมของผู้สมัครรับเลือกตั้ง และห้ามรายงานข่าวหรือวิเคราะห์ข่าวที่เกี่ยวข้องกับการสำรวจคะแนนนิยมใด ๆ ทั้งสิ้น 

          คณะกรรมการการเลือกตั้ง ไต้หวัน ระบุว่า ระเบียบดังกล่าวเป็นไปตามวรรค 2 มาตรา 53 แห่งกฎหมายเลือกตั้งไต้หวัน ที่ระบุห้ามเผยแพร่ผลการสำรวจคะแนนนิยมผู้สมัครรับเลือกตั้งก่อนวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง 10 วัน จนกว่าจะมีการลงคะแนนเสียงแล้วเสร็จ ไม่ว่าจะเป็นรูปใดก็ตาม 

          กกต. ไต้หวันเตือนว่า ตั้งแต่เวลา 0.00 น. ของวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ห้ามใช้วิธีการใด ๆ ซึ่งรวมถึงการใช้โซเชียลมีเดียช่วยผู้สมัครรับเลือกตั้งหรือพรรคการเมืองโฆษณาประชาสัมพันธ์หาเสียงเลือกตั้ง หากฝ่าฝืนมีโทษปรับ 5 แสน - 5 ล้านเหรียญไต้หวัน จึงขอให้ทุกฝ่ายถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัด

 

 

ประชาสัมพันธ์วิธีการเลือกตั้งในไต้หวัน บรรยายไทย

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง