:::

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๙ มกราคม คม ๒๕๖๖

  • 09 January, 2023
กระแสประชาธิปไตย
โฉมหน้า 2 ผู้ต้องหาคดีสปายในกองทัพไต้หวัน
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
ยินดีต้อนรับ นาย Anders Fogh Rasmussen ประธานมูลนิธิสหพันธ์ประชาธิปไตย (Alliance of Democracies Foundation, AoD)
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย

๑. ไต้หวันทลายแก๊งสปายจีนในกองทัพไต้หวัน เร่งสืบสวนขยายผลเพื่อความมั่นคง

             เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวันได้บุกทลายแก๊งสปายสายลับในกองทัพไต้หวัน รวบนายทหารระดับนายพันเอกได้ 7 คน โดยนายซุนลี่ฟัง โฆษกกระทรวงกลาโหมไต้หวันเปิดเผยว่า คดีนี้เป็นคดีที่นายทหารในกองทัพเป็นผู้แจ้งเบาะแส และรายงานให้หน่วยงานความมั่นคงร่วมกันดำเนินคดี ชี้ชัดว่า นายทหารของไต้หวันมีความไวต่อการรักษาความลับและการป้องกันความลับรั่วไหลเป็นอย่างดี และย้ำว่า กระทรวงกลาโหมจะเสริมการให้การศึกษาด้านความมั่นคงแก่นายทหารในกองทัพ และร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงในการสืบสวนเพื่อขยายผลต่อไป เพื่อสกัดการสืบความลับของจีน 

            คดีดังกล่าวได้ควบคุมตัวนายพันอากาศเอกหลิวฯ ที่ปลดประจำการเป็นครั้งแรกในรอบ 8 ปี ที่ดึงนายทหารอากาศและทหารเรือไต้หวันอย่างน้อยรวม 6 คน ทำงานสืบราชการลับให้แก่จีน โดยเมื่อวันที่ 4 ม.ค. ที่ผ่านมา อัยการศาลสูงเกาสงได้สนธิกำลังเข้าจับกุม 7 นายทหาร โดยนายหลิวฯ กับพวกอีก 4 นาย ถูกอายัดตัว ส่วนอีก 3 นายมียศเป็นนายพันตรีได้รับการประกันตัว 

             กระทรวงกลาโหมไต้หวันได้เปิดแถลงข่าวเมื่อ 5 ม.ค. ที่ผ่านมาชี้แจงแผนการเสริมความเข้มแข็งให้แก่โครงสร้างกองทัพ ทหารบ้านทั่วประเทศ” โดยนายซุนลี่ฟัง โฆษกกระทรวงกลาโหม ไต้หวันได้ตอบข้อซักถามของผู้สื่อข่าวว่า คดีนี้ได้เข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวนตามกฎหมายแล้ว กระทรวงกลาโหมจะให้ความร่วมมือกับหน่วยงานสืบสวนอย่างเต็มที่ ส่วนรายละเอียด กระทรวงกลาโหมไม่อาจเปิดเผยได้ 

            นายซุนฯ ย้ำว่า คดีนี้เป็นคดีที่นายทหารในกองทัพเป็นผู้แจ้งเบาะแส หลังจากที่ติดตามจับตาและรวบรวมหลักฐานมาเป็นเวลานาน จึงได้แจ้งให้หน่วยงานความมั่นคงร่วมกันสืบสวนสอบสวนเพื่อขยายผล 

โฉมหน้า 2 สปายในกองทัพไต้หวัน

            นายซุนฯ ระบุว่า “โดยพื้นฐานแล้วคดีนี้เป็นคดีที่นายทหารในกองทัพเป็นผู้พบพิรุธ จึงได้แจ้งเบาะแส ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจับตาอย่างใกล้ชิด และควบคุมมิให้ความเสียหายขยายวงกว้างออกไป ขณะเดียวกันก็มีการร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานความมั่นคง สืบสวนสอบสวนขยายผลของคดี ซึ่งตอนนี้ก็เข้าสู่กระบวนการทางกฎหมายแล้ว”

            ซุนลี่ฟังระบุว่า เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่า การให้การศึกษาเกี่ยวกับการเก็บรักษาความลับทางทหารในกองทัพประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ซึ่งกระทรวงกลาโหมจะเสริมการให้การศึกษาในกองทัพต่อไป ขณะเดียวกันก็จะร่วมมือกับหน่วยงานความมั่นคงให้มากขึ้น บนพื้นฐานของรูปแบบความร่วมมือที่มีอยู่ในปัจจุบัน ป้องกันการสืบราชการลับเพื่อบ่อนทำลายความั่นคงจากจีน 

            หน่วยสืบสวนสอบสวนกลางของไต้หวันได้สอบสวนพบว่า นายพันอากาศเอกหลิวฯ หัวหน้าแก๊ง เป็นนายทหารอากาศนอกประจำการได้ดึงนายทหารอากาศและทหารเรือประจำการในช่วง 8 ปีที่ผ่านมาแล้วอย่างน้อย 6 นาย โดยอัยการศาลสูงเกาสงได้นำกำลังเข้าตรวจค้นและควบคุมผู้ต้องสงสัยจำนวน 7 คน โดยนายพันอากาศเอกหลิวฯ และผู้ต้องหาสำคัญรวม 4 คนได้รับอนุญาตจากศาลให้อายัดตัว ส่วนที่เหลืออีก 3 คนระดับนายพันตรี ให้ประกันไปในวงเงิน 1-2 แสนเหรียญไต้หวัน 

4 ผู้ต้องหาที่ถูกอายัดตัว 

            อัยการสอบสวนพบว่า นายพันอากาศเอกหลิวฯ ปลดประจำการเมื่อปี 2013 แล้วไปประกอบธุรกิจที่จีน แต่ถูกจีนซื้อตัวเป็นสปายสายลับ อาศัยเส้นสายที่เคยเป็นทหารมาก่อนแทรกซึมเข้าไปในกองทัพไต้หวัน ดึงนายทหารอากาศและนายทหารเรือประจำการเข้าร่วมแก๊ง ซึ่งในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา สามารถดึง 6 นายทหารประจำการไต้หวันเข้าร่วมขบวนการและอาศัยรายได้ผิดกฎหมายจากบริษัทที่ตั้งขึ้นมาอำพราง จ่ายค่าจ้างให้รายละ 2-7 แสนดอลลาร์ไต้หวัน หากได้ข้อมูลราชการลับ ก็มีเงินรางวัล 3 หมื่น - 1 แสน 

            เมื่อกรมสืบสวนสอบสวนกลางส่วนความมั่นคงติดตามรวบรวมหลักฐานต่าง ๆ มานาน จนสามารถบุกเข้ารวบตัวบุคคลเหล่านี้ และกระจายกำลังเข้าตรวจค้นที่พักของนายพันอากาศเอกหลิวฯ และค่ายทหารอากาศ/ทหารเรือ ควบคุมตัวนายหลิวฯ กับพวกรวม 7 คน พร้อมของกลางหลายรายการ

            หลังสอบปาก อัยการขออำนาจศาลอายัดตัวนายหลิวฯ กับพวกรวม 4 คน เนื่องจากเกรงว่าจะมีการทำลายหลักฐาน หรือมีการเตรียมการให้ปากคำในทิศทางเดียวกัน ซึ่งศาลได้อนุมัติให้อายัดตัว ส่วนนายทหารที่เหลือ 3 คน อนุญาตให้ประกันตัวในวงเงิน 1-2 แสน และขณะนี้กำลังเร่งสอบสวนเพื่อขยายผลของคดีต่อไป 



 

๒. ไต้หวันบริจาคเงินอีก 2 ล้าน US$ ช่วยเหลือแนวหน้ายูเครนสู้ภัยหนาว

            หลังจากที่กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้บริจาคเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานดีเซลให้แก่กรุงเคียฟ นครหลวงของยูเครนเมื่อเดือน ธ.ค. ปีที่แล้ว เพื่อสู้ภัยหนาว และเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้บริจาคเงินช่วยเหลืออีก 2 ล้านดอลลาร์ ให้แก่เมืองที่อยู่ในแนวหน้าของยูเครน ได้แก่ แคว้นคาร์กิว เมืองมือกอลายิว และเมืองแคร์ซอน โดยมอบให้แก่หน่วยงานที่รับผิดชอบและองค์กรเอ็นจีโอ เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและเครื่องทำความอุ่นหรือฮีทเตอร์ 

           กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน เปิดเผยว่า นายอู๋จาวเซี่ย รมว. กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ในฐานะตัวแทนรัฐบาลไต้หวันได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจการบริจาคเงินดังกล่าวกับองค์กรเอ็นจีโอที่ผู้บัญชาการกองกำลังประจำเมืองทั้งสามแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนในการรับมอบเงินบริจาค 2 ล้านดอลลาร์ เพื่อนำไปจัดซื้อเครื่องกำเนิดไฟฟ้าและฮีทเตอร์ให้แก่ชาวเมืองทั้งสาม สู้กับภัยหนาว 

           กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ระบุว่า เมืองคาร์กิวเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของยูเครน ตั้งอยู่ห่างจากพรมแดนยูเครนกับรัสเซียไปทางใต้ประมาณ 30 กม. เป็นเมืองอุตสาหกรรมหนัก วัฒนธรรม และศูนย์การศึกษาของยูเครน หลังสงครามยูเครน-รัสเซีย ก็กลายเป็นเป้าหมายการโจมตีของกองทัพรัสเซีย ส่วนอีกสองเมืองตั้งอยู่ในแนวหน้าทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของยูเครน โดยเมืองมือกอลายิว เป็นเมืองอุตสาหกรรมต่อเรือที่ตั้งอยู่ริมทะเลดำ ชาวบ้านร่วมกันต่อต้านทหารรัสเซียอย่างองอาจกล้าหาญ เพื่อมิให้ทางออกทางทะเลของยูเครนไม่ตกอยู่ในกำมือของรัสเซีย จนได้รับคำชื่นชมจากประธานาธิบดีเซเลนสกี้ว่า “เมืองแห่งวีรชนยูเครน” 

           ส่วนแคร์ซอนเป็นเมืองหน้าด่านจากยูเครนสู่ไครเมีย มีความสำคัญด้านยุทธศาสตร์ พ.ย. ปีที่แล้ว กองทัพยูเครนได้ยึดแคร์ซอนคืนจากกองทัพรัสเซีย ยุติการยึดครองนาน 8 เดือนของรัสเซีย ชาวบ้านที่นี่ชุมนุมกันตามท้องถนนฉลองชัยชนะผ่านสื่อไปทั่วโลก

           กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวันระบุว่า สงครามยูเครน-รัสเซียยืดเยื้อมานานกว่า 300 วันแล้ว การโจมตีของกองทัพรัสเซียมิได้ผ่อนคลายลงแม้จะเป็นช่วงฉลองปีใหม่ ทั่วโลกฉลองปีใหม่กันอย่างสนุกสนานและครึกครื้น รัสเซียก็ยังระดมยิงขีปนาวุธถล่มใส่ยูเครนอย่างไม่ยั้งมือ ซึ่งประธานาธิบดีเซเลนสกี้ แห่งยูเครน ได้กล่าวอย่างเปิดเผยว่า หลายเขตทั่วยูเครนตกอยู่ในภาวะหนาวเหน็บไม่มีไฟฟ้าใช้ ชาวบ้านต้องทนทุกข์ท่ามกลางอากาศหนาวเหน็บฉลองปีใหม่ 

          เพื่อช่วยเหลือชาวยูเครนสู้กับภัยหนาวในช่วงฤดูหนาว เมื่อ ธ.ค. ปีที่แล้ว ไต้หวันได้บริจาคเครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานดีเซลให้แก่เทศบาลกรุงเคียฟ ซึ่งล็อตแรกได้ส่งถึงกรุงเคียฟแล้วในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา โดยนาย Vitali Klitschkoผู้ว่าการกรุงเคียฟเป็นผู้รับมอบ ซึ่งจะนำไปใช้กับโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ฮีทเตอร์ของเทศบาลกรุงเคียฟ สร้างความอบอุ่นโดยเร่งด่วนให้แก่ชาวเมืองกรุงเคียฟ 

         กระทรวงการต่างประเทศ ไต้หวัน ระบุว่า ครั้งนี้ได้บริจาคเงินให้แก่ 3 เมืองที่อยู่แนวหน้าสุดในการต่อกรกับกองทัพรัสเซีย โดยเทศบาลของทั้งสามเมืองได้มอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและเอ็นจีโอเป็นตัวแทนรับมอบ ซึ่งจะนำไปจัดซื้ออุปกรณ์กำเนิดไฟฟ้าและฮีทเตอร์ ช่วยเหลือชาวยูเครนให้ต่อสู้กับภัยหนาวเหน็บในปีนี้ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี 

         กระทรวงการต่างประเทศไต้หวันย้ำว่า ไต้หวันกับยูเครนล้วนเป็นประเทศที่มีอุดมการณ์เสรีประชาธิปไตยเช่นเดียวกัน และยืนหยัดในการปกป้องอธิปไตยของชาติอย่างเด็ดเดี่ยว ทั้งสองประเทศยืนอยู่แนวหน้าสุดในการต่อต้านลัทธิอำนาจนิยม ซึ่งไต้หวันยินดีที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุขกับยูเครน ส่งมอบความห่วงใยเอื้ออาทรของรัฐบาลและประชาชนไต้หวันไปยังชาวยูเครน ในยามที่ต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ไต้หวันยืนอยู่เคียงข้างชาวยูเครน 

นายอู๋จาวเซี่ย รมว. กต. ไต้หวัน โชว์บันทึกความเข้าใจบริจาคเงิน 2 ล้านดอลลาร์ ให้ 3 เมืองแนวหน้าสุดยูเครน สู้ภัยหนาว 

๓. อดีตเลขาธิการนาโต้เยือนไต้หวัน ย้ำไต้หวันอียูควรร่วมมือทางทหารสกัดลัทธิอำนาจนิยม

          นาย Anders Fogh Rasmussen ประธานมูลนิธิสหพันธ์ประชาธิปไตย (Alliance of Democracies Foundation, AoD)และอดีตเลขาธิการองค์การนาโต้ ได้เดินทางเยือนไต้หวันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา และเข้าพบประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน เมื่อวันที่ 4 ม.ค. ซึ่งผู้นำไต้หวันได้ย้ำว่า ไต้หวันอยู่แนวหน้าสุดของประเทศประชาธิปไตย ซึ่งในอนาคตจะมีความร่วมมือกับสหพันธ์ประชาธิปไตยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ร่วมกันปกป้องสันติภาพ ความปลอดภัยและเสถียรภาพในภาคพื้นอินโดแปซิฟิก ผู้นำไต้หวันระบุอีกว่า ไต้หวันจะมุมานะพยายามต่อไป อุทิศตนเพื่อเสรีภาพ ประชาธิปไตยของโลก 

         ผู้นำไต้หวันได้แสดงความขอบคุณที่มูลนิธิฯ จัดการประชุม Copenhagen Democracy Summit (CDS) ในไต้หวันติดต่อกันถึง 3 ปี ซึ่งตนก็ได้รับเชิญให้แบ่งปันประสบการณ์ประชาธิปไตยของไต้หวันต่อผู้เข้าร่วมการประชุมด้วย และยังได้ร่วมกับผู้นำประเทศที่มีอุดมการณ์เดียวกัน เรียกร้องให้ประเทศประชาธิปไตยต้องจับมือกันรับมือกับการท้าทายจากประเทศลัทธิอำนาจนิยม 

          นอกจากนี้ ผู้นำไต้หวันยังระบุว่า ท่านอดีตเลขาธิการนาโต้ได้เคยเยือนไต้หวันเมื่อปี 1994 ซึ่งเวลาก็ได้ผ่านมานานกว่า 30 ปีแล้ว ไต้หวันได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ มีการพัฒนาประชาธิปไตยไปอย่างมาก และสร้างปาฏิหารย์ความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจด้วย โดยอาศัยความร่วมไม้ร่วมมือ สามัคคีของประชาชนทั่วประเทศ ไต้หวันได้พัฒนาเสริมสร้างความทรหด พลังแห่งชีวิตของประชาสังคมในไต้หวัน ซึ่งเชื่อมั่นว่าการเยือนไต้หวันในครั้งนี้ของท่านไม่เพียงแต่จะเป็นสักขีพยานให้แก่การพัฒนาทางเศรษฐกิจของไต้หวันเท่านั้น แต่ยังจะทำให้ท่านเข้าใจได้อย่างถ่องแท้ถึงความเด็ดเดี่ยวของชาวไต้หวันที่มีต่อคุณค่าแห่งประชาธิปไตยที่ป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของชาวไต้หวันด้วย 

 

อดีตเลขาธิการนาโต้เข้าพบผู้นำไต้หวัน 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง