:::

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑๖ มกราคม ๒๕๖๖

  • 16 January, 2023
กระแสประชาธิปไตย
รองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ในฐานะผู้สมัครรับเลือกตั้งหัวหน้าพรรค DPP หย่อนบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรค DPP
กระแสประชาธิปไตย
ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน หย่อนบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรค DPP
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
Rosa Romero Sánchez ประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร สเปน
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย

๑. เลือกตั้งซ่อมหัวหน้าพรรค  DPP รองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ลงสมัครเพียงคนเดียวและได้รับการเลือกตั้งด้วยคะแนนถล่มทลาย

         เมื่อวันที่ ๑๕ ม.ค. ๒๕๖๖ พรรค DPP พรรครัฐบาลไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้จัดให้มีการเลือกตั้งซ่อมหัวหน้าพรรคแทนตำแหน่งที่ว่างลงเนื่องจาการลาออกของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ที่ลาออกเมื่่อเดือน พ.ย. ๒๕๖๕ เพื่อรับผิดชอบผลการเลือกตั้งท้องถิ่นที่พรรค DPP พ่ายแพ้อย่างย่อยยับ โดยมีผู้สมัครรับเลือกตั้งเพียงผู้เดียวคือ รองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกพรรคถึง 99.65% ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคฯ คนใหม่ของพรรค DPP และโดยทั่วไปคาดว่า จะเป็นตัวแทนพรรคฯ ลงชิงตำแหน่งผู้นำไต้หวันในปีหน้าด้วย 

ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน หย่อนบัตรลงคะแนนเสียงเลือกตั้งหัวหน้าพรรค DPP 

๑. ไต้หวันหัวกระไดไม่แห้ง ส.ส. หลายประเทศตบเท้าเยือนไต้หวัน ยืนยันจุดยืนสนับสนุนไต้หวันในฐานะประเทศประชาธิปไตย 

           ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงก่อนเทศกาลสำคัญของไต้หวันคือเทศกาลตรุษจีน มีบรรดาสมาชิกรัฐสภาของประเทศต่าง ๆ ทั้งเอเชียและยุโรป ตบเท้าเยือนไต้หวันอย่างต่อเนื่อง แสดงจุดยืนสนับสนุนไต้หวัน จนจีนนั่งไม่ติด ประกาศซ้อมรบบริเวณช่องแคบไต้หวันอย่างฉุกละหุก และส่งเครื่องบินทหาร เรือรบ ป้วนเปี้ยนแถวแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา และบางส่วนก็ล้ำแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวัน ซึ่งกองทัพไต้หวันต้องสั่งเครื่องบินรบขึ้นสกัดและเตรียมพร้อมรับมือเหตุฉุกเฉินซึ่งโชคดีที่ยังไม่เกิดเหตุรุนแรงใด ๆ 

          เริ่มต้นสัปดาห์ นาย Laurynas Kasčiūnas ประธานคณะกรรมาธิการความปลอดภัยและกลาโหม รัฐสภาลิทัวเนีย และ Dovilė Šakalienė รองประธานกลุ่มมิตรไต้หวัน พร้อมคณะสมาชิกรัฐสภาลิทัวเนียรวม 9 ท่าน เยือนไต้หวัน แสดงจุดยืนอย่างเป็นรูปธรรมในความร่วมมือของประเทศประชาธิปไตยที่อยู่แนวหน้าสุดของการเผชิญหน้ากับลัทธิอำนาจนิยม คณะของ ส.ส. จากลิทัวเนียยังประกอบไปด้วยนักการเมืองสำคัญของลิทัวเนียอีกหลายท่าน อย่างนาย Audronius Ažubalis รองประธานคณะกรรมาธิการกิจการยุโรป และ ส.ส. อีก 3 ท่าน ได้แก่ Eugenijus Sabutis Edita Rudelienė และ Ieva Pakarklytė สมาชิกรัฐสภาจากพรรคการเมืองต่าง ๆ ของลิทัวเนีย

คณะ ส.ส. ลิทัวเนียเยือนไต้หวันและเข้าพบ ปธน. ไช่อิงเหวิน ณ ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน 

          ในวันต่อมา Dr. Marie-Agnes Strack-Zimmermann ประธานคณะกรรมาธิการกลาโหม และ Johannes Vogel รองประธานพรรคเสรีประชาธิปไตย ร่วมกันนำคณะสมาชิกคณะกรรมาธิการกลาโหม ต่างประเทศ และสิทธิมนุษยชนระดับสูง เยอรมนี เยือนไต้หวันระหว่างวันที่ 9-12 ม.ค. ซึ่งเป็นคณะ ส.ส. เยอรมนีคณะแรกที่เยือนไต้หวันในปีนี้ และเป็นคณะที่ 2 ต่อเนื่องจากคณะของกลุ่มมิตรไต้หวันและคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน รัฐสภาเยอรมนีที่เยือนไต้หวันเมื่อ ต.ค. ปีที่แล้ว ช่วงเวลาสั้น ๆ 4 เดือน มีคณะจาก ส.ส. เยอรมนีเยือนไต้หวันถึง 3 คณะ 

          วันต่อมา 10 ม.ค. คณะสมาชิกรัฐสภาสเปนเยือนไต้หวัน นำโดย Rosa Romero Sánchez ประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร สเปน นำคณะที่ประกอบไปด้วย ส.ส. สเปนอีก 5 ท่านเยือนไต้หวัน ได้แก่ Iván Espinosa  Jaime De Olano Ricardo Tarno Blanco  José Ángel Alonso และ Juan Diego Requena ซึ่งเป็นคณะแรกของรัฐสภาสเปนที่เยือนไต้หวันนับตั้งแต่ปี 2019 เป็นต้นมา 

Rosa Romero Sánchez ประธานคณะกรรมาธิการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร สเปน

         นอกจากนี้ ยังมีคณะประธานสภาผู้แทนราษฎร ของปารากวัย นาย Carlos María López López ซึ่งมีความสัมพันธ์ทางการทูตกับไต้หวันเยือนไต้หวัน แสดงจุดยืนสนับสนุนประชาธิปไตยไต้หวันและย้ำสัมพันธ์แน่นแฟ้นกับไต้หวัน 

        ส่วนมหาอำนาจอย่างสหรัฐฯ ก็ไม่ยอมน้อยหน้า มีนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญประเด็นช่องแคบไต้หวันจากคลังสมองของรัฐบาลสหรัฐฯ เยือนไต้หวัน ซึ่งนำโดยนาย Randall G. Schriver ประธาน Project 2049 Institute ก็นำคณะนักวิชาการของสถาบัน CSIS ซึ่งประกอบไปด้วย นาย Kari Bingenผอ. โครงการความปลอดภัยการบินและอวกาศ  นาย Colin Francis Jackson ประธานฝ่ายวิจัยยุทธศาสตร์และการทำสงครามสถาบันสงครามทางทะเล นาย Dan Blumenthal นักวิจัยอาวุโสสถาบันวิจัยวิสาหกิจ (AEI) นาย Ian Easton และนาง Jennifer Hong ผอ. อาวุโส Project 2049 Institute ตลอดจนนาย Eric Lee รองผู้อำนวยการฯ เยือนไต้หวัน

 

 

๒. ผู้เชี่ยวชาญช่องแคบไต้หวันระบุชัดจีนกล่าวหาไต้หวันเสริมความพร้อมสู้รบเป็นการยั่วยุให้เกิดสงคราม เป็นการทำสงครามจิตวิทยาที่เหม็นยิ่งกว่าเต้าหู้เหม็น

          สุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นาย Matthew Pottinger อดีตรองที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติของสหรํฐฯ ได้กล่าวปาฐกถาในงานสัมนา “เสรีภาพท่ามกลางคลื่นลมแรง ไต้หวันเตรียมพร้อมแล้วหรือยัง?” ย้ำว่า ปมเงื่อนสำคัญของชัยชนะแห่งสงครามก็คือความเด็ดเดี่ยวของผู้คน ดังนั้น เขาจึงขอชื่นชมการตัดสินใจขยายเวลาการรับราชการทหารจากเดิม 4 เดือน เป็น 1 ปี และเสริมการฝึกซ้อมให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น ส่วนข้อกล่าวหาที่ว่าไต้หวันเสริมความพร้อมในการสู้รบเป็นการยั่วยุก่อให้เกิดสงครามเป็นกลิ่นอายของการทำสงครามจิตวิทยาของจีนที่เหม็นยิ่งกว่าเต้าหู้เหม็นเสียอีก

         นาย Matthew Pottingerได้กล่าวในการสัมนาดังกล่าวว่า ความพยายามทำสงครามจิตวิทยาของจีนในไต้หวันเริ่มประสบความสำเร็จบ้างแล้ว และระบุว่า สิ่งที่เขาได้พบได้เห็นผ่านทีวี สิ่งตีพิมพ์ รวมทั้งการพูดคุยเป็นการส่วนตัว มีความละม้ายคล้ายคลึงกับสิ่งที่ทางการปักกิ่งโฆษณาชวนเชื่อ อย่างเช่น “สหรัฐฯ ใช้ไต้หวันเป็นหมากตัวหนึ่ง” “เตรียมการให้ไต้หวันเป็นแบบยูเครน” ไต้หวันเสริมความสามารถในการป้องกันการรุกล้ำทางทหารจากจีน เป็นการยั่วยุ” ซึ่งเขาเห็นว่า คำพูดเหล่านี้ไม่เพียงเป็นคำพูดที่ไร้สาระเท่านั้น หากยังเป็นคำกล่าวที่ไร้ซึ่งเหตุผลโดยไม่จำเป็นต้องไปคุ้ยหาเหตุผลใด ๆ 

         นอกจากนี้ เขายังย้ำว่า ประวัติศาสตร์ได้ยืนยันแล้วว่า ผู้รุกรานจะเป็นผู้ก่อสงครามขึ้นก่อนด้วยความหวาดกลัว แต่จีนไม่ได้มองว่าไต้หวันเป็นภัยคุกคามที่มีความสามารถในการบุกกลับไปสู่จีนแผ่นดินใหญ่ แต่ปักกิ่งต้องการฮุบกลืนไต้หวัน เพราะไต้หวันเป็นประชาธิปไตยที่เป็นภัยคุกคามต่อลัทธิอำนาจนิยมของปักกิ่ง แต่เขาก็พูดแบบติดตลกว่า ทฤษฎีนี้อาจไร้สาระ และเหม็นเน่าเหมือนเต้าหู้เหม็น เมื่อคุณเริ่มสนใจสงครามจิตวิทยาของจีนเช่นนี้ ความคิดนี้ก็จะเหม็นเหมือนเต้าหู้เหม็นที่ขายในตลาด แต่เขาก็ชอบทานเต้าหู้เหม็นนะ 

 

๓. ผู้นำไต้หว้นย้ำร่วมกันอุทิศตนเพื่อเสรีภาพ เปิดกว้างและเจริญรุ่งเรืองของอินโดแปซิฟิก

          สัปดาห์ที่ผ่านมา กล่าวได้ว่า ไต้หวันหัวกะไดไม่แห้ง มีแขกบ้านแขกเมืองมาเยือนไม่เว้นแม้แต่ละวัน โดยเมื่อวันที่ 11 ม.ค. ประธานาธิบดีไช่อิงเหวินได้ให้การต้อนรับนาย Randall G. Schriver ประธานสถาบันวิจัย 2049 ของสหรัฐฯ และคณะ ซึ่งผู้นำไต้หวันได้กล่าวขอบคุณการมาเยือนไต้หวันของพวกเขาและให้ความสนใจต่อสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวันมาโดยตลอด และเชื่อมั่นว่า การเยือนไต้หวันในครั้งนี้จะเป็นผลดีต่อการติดต่อแลกเปลี่ยนระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ พร้อมกันนี้ ผู้นำไต้หวันก็ได้ระบุว่า ในปีใหม่นี้ ไต้หวันจะกระชับความร่วมมือในทุกมิติกับสหรัฐฯ ต่อไป ร่วมกันอุทิศตนเพื่อเสรีภาพ เปิดกว้าง และความเจริญรุ่งเรืองของอินโดแปซิฟิก

         ผู้นำไต้หวันกล่าวว่า ตนได้พบกับนาย Randall G. Schriverเมื่อปี 2020  ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา ด้วยความท้าทายจากการระบาดของโควิดและลัทธิอำนาจนิยม ไต้หวันกับสหรัฐฯ ประคับประคองซึ่งกันและกัน ต่อต้านการระบาดของโควิด และยังกระชับความร่วมมือด้านการค้า เศรษฐกิจ และความปลอดภัยให้ปักรากฝังลึกมากยิ่งขึ้น 

         ประธานาธิบดีไช่ฯ ระบุว่า สถาบันวิจัย 2049 จับตาสถานการณ์ความปลอดภัยบนช่องแคบไต้หวันและในภูมิภาคอินโดแปซิฟิกมาเป็นเวลาช้านานา และมักจะแสดงข้อคิดเห็นต่อประเด็นความร่วมมือด้านความปลอดภัยและความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ  

        ผู้นำไต้หวันกล่าวอีกว่า ไต้หวันอยู่แนวหน้าสุดของประเทศประชาธิปไตยที่ต้องเผชิญหน้ากับลัทธิอำนาจนิยม ซึ่งไต้หวันเข้าใจดีว่า ต้องพยายามเสริมสมรรถนะการป้องกันประเทศและพัฒนาเศรษฐกิจของตนให้เข้มแข็ง สร้างความทรหดให้แก่สังคม จึงจะสามารถปกป้องเสรีภาพและประชาธิปไตยได้ สามารถเสริมสร้างเสถียรภาพและสันติภาพให้แก่ประเทศชาติและภูมิภาคได้ 

        ประธานาธิบดีไช่ฯ ระบุอีกว่า ในช่วงที่ผ่านมา ไต้หวันได้ตัดสินใจประกาศให้ประชาชนทราบว่า เรามีแผนการเสริมและปรับโครงสร้างกำลังทหารของไต้หวัน โดยการขยายระยะเวลาในการรับราชการทหารเป็น 1 ปี รวมทั้งเสริมการฝึกซ้อมให้เข้มข้นมากยิ่งขึ้น และหวังว่าจะกระชับความร่วมมือกับประเทศประชาธิปไตยให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น ร่วมกันปกป้องอุดมการณ์และคุณค่าที่เรามีความเชื่อมั่นศรัทธาร่วมกัน 

        นอกจากนี้ ผู้นำไต้หวันยังได้ย้ำเกี่ยวกับยุทธศาสตร์และเศรษฐกิจการค้าว่า ไต้หวันกับสหรรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนสำคัญของกันและกัน ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สหรัฐฯ ได้ประกาศจำหน่ายอาวุธให้ไต้หวันอย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการปฏิบัติตามคำมั่นที่ให้ไว้กับไต้หวันอย่างเป็นรูปธรรม 

       ส่วนทางด้านกลไกการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันนั้น ทั้งสองฝ่ายก็ได้เสริมกระชับความสัมพันธ์ในลักษณะหุ้นส่วนระหว่างกันอย่างต่อเนื่อง อย่างการเจรจาการค้าในศตวรรษที่ 21 ก็เช่นเดียวกัน เป็นการกระชับความเป็นหุ้นส่วนด้านการค้าและเศรษฐกิจระหว่างกัน เปิดฉากครั้งล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ซึ่งนับว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี 

       ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ระบุอีกว่า ปีใหม่นี้ไต้หวันจะเสริมความร่วมมือในทุกมิติกับสหรัฐฯ ร่วมกันอุทิศตนให้แก่เสรีภาพ เปิดกว้าง และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคอินโดแปซิฟิก ซึ่งหวังว่าคณะที่มาเยือนนี้จะแนะนำความคิดเห็นที่มีคุณค่าให้แก่ไต้หวันด้วย 

       ส่วนทางด้านนาย Randall G. Schriver ก็ได้กล่าวตอบว่า พวกตนไม่ได้มาเยือนไต้หวันนานพอสมควรแล้ว รู้สึกยินดีที่ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไต้หวัน-สหรัฐฯ และประเด็นสำคัญของโลก ตลอดจนแสดงวิสัยทัศน์ในฐานะหุ้นส่วนที่ดียิ่งขึ้น 

       เขาระบุว่า แม้จะไม่ได้มาเยือนไต้หวันเป็นเวลานานมากแล้วก็ตาม แต่พวกเขาก็ยังคงติดตามความเคลื่อนไหวของไต้หวันและการนำอย่างชาญฉลาดของประธานาธิบดีไช่ฯ อยู่ตลอดเวลา อาทิ ความสำเร็จในการรับมือกับฺโควิด และการให้การสนับสนุนยูเครนหลังจากที่ยูเครนถูกรัสเซียรุกราน ตลอดจนได้ให้ความช่วยเหลือผู้อพยพชาวยูเครนในโปแลนด์ ซึ่งไต้หวันได้ทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกของพลเมืองโลกได้อย่างยอดเยี่ยมมาโดยตลอด 

       นอกจากนี้ เขายังระบุอีกว่า พวกเขาได้เห็นความสามารถในการนำอันเข้มแข็งของประธานาธิบดีไช่ฯ ภายใต้แรงกดดันจากกองทัพจีน อย่างการซ้อมรบของกองทัพจีนเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งได้รุกล้ำแนวกึ่งกลางช่องแคบไต้หวันด้วย การยั่วยุแบบนี้เป็นเรื่องที่จัดการยากมาก แต่ท่านประธานาธิบดีไช่ฯ ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า มีความสามารถเพียงพอที่จะปกป้องอธิปไตย ผลประโยชน์ ตลอดจนทุกสิ่งทุกอย่างที่ชาวไต้หวันร่วมกันปกป้องมาโดยตลอด เขาเห็นว่า ผู้นำที่ดีมักจะต้องตัดสินใจอะไรบางอย่างที่ค่อนข้างยาก อย่างการขยายเวลาการรับราชการทหารเป็น 1 ปี ซึ่งไม่ง่ายที่จะตัดสินใจ แต่เนื่องจากตอนนี้ ไต้หวันกำลังเผชิญหน้ากับภัยคุกคาม ดังนั้น ตนจึงเห็นว่า เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว และรู้สึกชื่นชมเป็นอย่างยิ่ง รวมทั้งหวังว่าจะเห็นการปฏิรูปด้านการทหารของไต้หวันมากยิ่งขึ้น

        นอกจากนี้ เขายังบอกว่า คณะของพวกเขายังได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับฝ่ายความมั่นคงและกระทรวงการต่างประเทศของไต้หวันในประเด็นที่เกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งอีกด้วย รวมทั้งทำให้พวกเขาเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อพวกเขากลับไปวอชิงตันแล้ว ก็จะนำเอาสิ่งที่ได้รับถ่ายทอดให้แก่ทั้งรัฐสภา ฝ่ายบริหาร รัฐบาล คลังสมอง และสื่อมวลชนได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น ซึ่งไม่เพียงแต่สะท้อนความคิดเห็นของพวกตนเท่านั้น หากยังจะสะท้อนถึงความคาดหวังของไต้หวันที่มีต่อความสัมพันธ์ระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ด้วย  เป็นกระบอกเสียงให้แก่ไต้หวัน

 

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง