close
Rti Thaiดาวน์โหลด Rti App
Open
:::

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑๕ มกราคม ๒๕๖๗

  • 15 January, 2024
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย
กระแสประชาธิปไตย

ไล่ชิงเต๋อเปิดหน้าศักราชใหม่ ทลาย “คำสาป 8ปี” เปลี่ยนพรรครัฐบาล ขอบคุณประชาชนให้ความไว้วางใจ

           นายไล่ชิงเต๋อ ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน คู่กับนางสาวเซียวเหม่ยฉิน ในตำแหน่งรองประธานาธิบดี สังกัดพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือ DPP ได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อวันเสาร์ที่ 13 ม.ค. ที่ผ่านมา เฉือนคู่แข่งอย่างเฉียดฉิวไม่ถึง 10% จนสื่อไต้หวันได้พาดหัวข่าวว่า “ไล่ฯ เปิดศักราชใหม่ ทลาย “คำสาป 8 ปี” ทำให้พรรค DPP เป็นรัฐบาลต่ออีกหนึ่งสมัยเป็นสมัยที่ 3 ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไต้หวัน นับตั้งแต่การเลือกตั้งประธานาธิบดีโดยตรงในปี 2539 พร้อมเตรียมเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 พ.ค. 2567 ซึ่งยังคงต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่จำนวน ส.ส. ของพรรคฯ มีไม่ถึงครึ่งหนึ่ง ต้องพิสูจน์ฝีมือในการประสานความร่วมมือกับฝ่ายต่าง ๆ ในสภาฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับพรรค KMT ที่ได้ที่นั่งมากกว่าพรรค DPP 

ภาพเวทีหาเสียงของนายไล่ชิงเต๋อ พรรคประชาธิปไตยก้าวหน้าหรือ DPP คืนก่อนวันเลือกตั้ง เมื่อ 12 ม.ค. 67

          ทัั้งนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้งไต้หวัน ได้ประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการในตอนดึกของวันที่ 13 ม.ค. 2567 ระบุว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีสาธารณรัฐจีน (ไต้หวัน) สมัยที่ 16 มีผู้มาใช้สิทธิ์เลือกตั้ง 14,048,310 คนหรือ 71.86% จากผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งทั้งหมด 19,548,531 คน โดยนายไล่ชิงเต๋อ (賴清德) และเซียวเหม่ยฉิน (蕭美琴) จากพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) คว้าชัยชนะด้วยคะแนนเสียง 5,586,019 คะแนน หรือ 40.05% รองลงมาได้แก่ โหวโหย่วอี๋ (侯友宜) และ จ้าวเส้าคัง (趙少康) จากพรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ได้รับคะแนนเสียง 4,671,021 หรือ 33.49% อันดับสามได้แก่ เคอเหวินเจ๋อ  (柯文哲) และอู๋ซินอิ๋ง (吳欣盈) จากพรรคประชาชนไต้หวัน (TPP) ได้รับคะแนนเสียง 3,690,466 หรือ 26.46%

        ส่วนการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติไต้หวัน ซึ่งมีทั้งหมด 113 ที่นั่ง พรรคก๊กมินตั๋ง (KMT) ประสบความสำเร็จได้ที่นั่งมากขึ้นจากเดิม 38 ที่นั่ง เป็น  52 ที่นั่ง เพิ่มขึ้น 14 ที่นั่ง กลายเป็นพรรคอันดับ 1 ในสภานิติบัญญัติ ตามด้วยพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า (DPP) พรรครัฐบาลได้มา 51 ที่นั่ง ลดลง 16 ที่นั่งจากเดิมที่มี 67 ที่นั่ง กลายเป็นพรรคอันดับ 2 ตามมาด้วยพรรคประชาชนไต้หวัน (TPP) ได้รับ 8 ที่นั่ง จากเดิมที่มี 5 ที่นั่ง เพิ่มขึ้น 3 ที่นั่ง โดยเป็น ส.ส. ในระบบปาร์ตี้ลิสต์ทั้งหมด ส่วนผู้สมัครแบบแบ่งเขตของพรรคฯ 11 เขตไม่ประสบความสำเร็จแม้แต่เพียงคนเดียว ในขณะที่ ส.ส. อิสระได้มา 2 ที่นั่ง

ไล่ชิงเต๋อ (ซ้าย) พร้อมด้วย บีคิม เซียว (ขวา) ผู้สมัครรับเลือกตั้ง ปธน. และรอง ปธน. ไต้หวัน หลังชนะเลือกตั้ง 

ว่าที่ผู้นำไต้หวันจากครอบครัวกรรมกรเหมืองสู่ถนนการเมือง

         ว่าที่ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ เกิดวันที่ 6 ต.ค. 1959 เขตว่านลี่ นิวไทเป มีประวัติการเมืองมาอย่างโชกโชน เริ่มต้นตั้งแต่ สมาชิกสมัชชาผู้แทนแห่งชาติ สมาชิกสภานิติบัญญัติไต้หวัน ผู้ว่านครไถหนาน นายกรัฐมนตรี หัวหน้าพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า และรองประธานาธิบดี ซึ่งกล่าวได้ว่า คลุกคลีในวงการเมืองมาตั้งแต่ระดับรากหญ้าทีเดียว

การศึกษา

       จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนมัธยมเจี้ยนกั๋ว ไทเป ซึ่งเป็นโรงเรียนมัธยมอันดับ 1 ในไต้หวัน จากนั้น สอบเข้าศึกษาต่อในคณะกายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน หลังจบปริญญาตรีไปศึกษาต่อเนื่องในคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง จากนั้น ในปี 2003 จบปริญญาโท คณะสาธารณะสุข มหาวิทยาลัยฮาร์เวิร์ด สหรัฐฯ

      ชะตาชีวิตผกผันจากการเป็นหมอในโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยเฉิงกง และโรงพยาบาลซินโหลว นครไถหนาน ก้าวสู่วงการการเมืองเป็นครั้งแรก โดยรับบทบาทเป็นประธานชมรมแพทย์แห่งชาติสนับสนุนนายเฉินติ้งหนาน สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าการมณฑลไต้หวัน จากนั้น ก็ก้าวสู่การเป็นสมาชิกสมัชชาผู้แทนแห่งชาติและสมาชิกสภานิติบัญญัติ จนก้าวสู่การเป็นผู้บริหารสูงสุดของนครไถหนานในตำแหน่งผู้ว่าการ ในปี 2010 ผลงานเข้าตาชาวบ้านจึงได้รับเลือกเข้ามาอีกเป็นสมัยที่ 2 ในปี 2014

       ต่อมาในปี 2017 ในช่วงที่ดำรงตำแหน่งผู้ว่าการนครไถหนานสมัยที่ 2 ก็ได้รับความไว้วางใจจากประธานาธิบดีไช่อิงเหวินให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แต่ก็มาสะดุดผลการเลือกตั้งท้องถิ่นในเดือน พ.ย. 2018 ที่พรรค DPP แพ้อย่างย่อยยับ จนต้องนำ ครม. ลาออกทั้งคณะในวันที่ 13 ม.ค.ปีถัดมา ต่อมาไล่ชิงเต๋อ ตัดสินใจเข้าร่วมกระบวนการสรรหาภายในพรรค เพื่อเป็ผู้สมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีในนามพรรค DPP แต่ก็พ่ายแพ้ให้แก่ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ที่ขอลงสมัครเป็นสมัยที่ 2 ในเวลาต่อมาก็ได้รับเชิญจากประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ให้ลงสมัครคู่กันในตำแหน่งรองประธานาธิบดี จนชนะการเลือกตั้งในวันที่ 11 ม.ค. 2020 แล้วเข้ารับตำแหน่งในวันที่ 20 พ.ค. ปีเดียวกัน จากนั้น ในการเลือกตั้งท้องถิ่นเดือน พ.ย. 2022 พรรค DPP แพ้เลือกตั้งอย่างย่อยยับอีกครั้ง จนหัวหน้าพรรคคือ ปธน. ไช่ฯ ในขณะนั้น ต้องลาออก เขาจึงเข้ามารับตำแหน่งหัวพน้าพรรคฯ แทน  

        ชีวิตในวัยเด็ก

       ไล่ชิงเต๋อเกิดที่ตำบลว่านลี่ นิวไทเป (เดิมคือจังหวัดไทเป) เติบโตจากชายฝั่งภาคเหนือ บิดา ไล่จินฉาว เป็นกรรมกรเหมืองที่ตำบลว่านลี่ เสียชีวิตขณะทำงานในเหมือง ด้วยวัยเพียง 33 ปี ซึ่งตอนนั้น ไล่ฯ เกิดได้เพียง 95 วันเท่านั้น ทำให้คุณแม่ต้องเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยวดูแลบุตรถึง 6 คน

       ไล่ชิงเต๋อ จบการศึกษาระดับประถมและมัธยมที่ว่านลี่ แล้วไปจบระดับมัธยมปลายที่โรงเรียนมัธยมปลายเจี้ยนกั๋ว เข้าศึกษาต่อปริญญาตรีคณะแพทย์ศาสตร์กายภาพบำบัด มหาวิทยาลัยแห่งชาติไต้หวัน แล้วไปเป็นทหารเกณฑ์ที่จินเหมิน ดำรงตำแหน่งผู้หมวดกำลังพลทหารราบกองพลหนานสงที่ 5 หลังปลดประจำการได้รับเลือกเป็น 10 นายทหารดีเด่น

      เมื่อปลดประจำการ ไล่ชิงเต๋อ เข้าทำงานในโรงพยาบาลหยินจี้ ว่านหัว ในตำแหน่งนักบำบัดกายภาพเป็นเวลา 1 ปี จากนั้น จึงสอบเข้าศึกษาต่อเนื่องในคณะแพทย์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง หลังจบการศึกษาก็เข้าทำงานเป็นนักกายภาพบำบัดที่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยแห่งชาติเฉิงกง และโรงพยาบาลซินโหลว นครไถหนาน ตามลำดับ

   ชีวิตการเมือง

      ปี 1994 ไล่ชิงเต๋อ เข้าสู่ถนนการเมืองโดยเป็นประธานชมรมรณรงค์หาเสียงให้แก่นายเฉินติ้งหนาน ซึ่งลงเลือกตั้งในตำแหน่งผู้ว่าการมณฑลไต้หวัน อยู่ในวงการการเมืองที่ไถหนานมาโดยตลอด

     ต่อมาจึงลงสนามเลือกตั้งในตำแหน่งสมาชิกสมัชชาผู้แทนแห่งชาติ สมาชิกสภานิติบัญญัติ ผู้ว่าการนครไถหนาน นายกรัฐมนตรี และรองประธานาธิบดี ตามลำดับ จนได้รับความไว้วางใจจากพรรคฯ และประชาชนในการเลือกตั้งประธานาธิบดี 2024 ด้วยคะแนนเสียงเกือบ 6 ล้านเสียง ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีไต้หวัน สมัยที่ 16 ซึ่งจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการในวันที่ 20 พ.ค. 2567 พิสูจน์ฝีมือการบริหารประเทศเป็นเวลา 4 ปี และยังมีสิทธิลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้อีก 1 สมัย แต่ก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินของประชาชนในอีก 4 ปีข้างหน้า 

หลายประเทศแสดงความยินดีไล่ชิงเต๋อชนะเลือกตั้งกลายเป็นผู้นำคนใหม่ของไต้หวัน 

        นาย Antony Blinken รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ สหรัฐฯ ได้แสดงความยินดีต่อนายไล่ชิงเต๋อที่ชนะเลือกตั้ง กลายเป็นว่าที่ผู้นำไต้หวันคนใหม่ในอีก 4 ปีข้างหน้า รวมทั้งแสดงความยินดีต่อชาวไต้หวันที่แสดงออกถึงพลังแห่งชีวิตผ่านระบอบประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง 

       บลิงเคน ระบุว่า สหรัฐฯ มีความพยายามอย่างเต็มที่ในการรักษาเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน และแก้ปัญหาข้อขัดแย้งด้วยสันติวิธี โดยไม่มีแรงบีบคั้นใด ๆ ความสัมพันธ์หุ้นส่วนระหว่างชาวอเมริกันกับชาวไต้หวันตั้งอยู่บนพื้นฐานของคุณค่าแห่งประชาธิปไตยร่วมกัน เสริมปฏิสัมพันธ์ในทุกมิติทั้งทางด้านเศรษฐกิจ และวัฒนธรรมภาคประชาชนให้มีความเข้มข้นและปักรากฝังลึกมากยิ่งขึ้น 

      บลิงเคนระบุอีกว่า ภายใต้นโยบายจีนดียวที่เป็นไปภายใต้การชี้นำของ กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ไต้หวัน แถลงการณ์ร่วม 3 ฉบับระหว่างสหรัฐฯ กับจีน และคำมั่น 6 ประการที่สหรัฐฯ ให้ไว้กับไต้หวัน สหรัฐฯ จะร่วมมือกับนายไล่ชิงเต๋อกับผู้นำการเมืองฝ่ายต่าง ๆ ของไต้หวัน ผลักดันผลประโยชน์และคุณค่าร่วมกัน รวมทั้งขยายความสัมพันธ์ในระดับไม่เป็นทางการกับไต้หวันให้คืบหน้าต่อไป สหรัฐฯ เชื่อว่า ไต้หวันจะยังคงเป็นแบบอย่างต่อไปอย่างต่อเนื่องให้แก่ผู้ต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความเจริญรุ่งเรือง

     ส่วนทางด้าน Josep Borrell  โฆษกผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายและการต่างประเทศของสหภาพยุโรปได้แสดงความยินดีต่อการจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสภานิติบัญญัติไต้หวันที่จัดให้มีขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า สหภาพยุโรปรู้สึกวิตกกังวลต่อสถานการณ์บนช่องแคบไต้หวันที่ตึงเครียดมากยิ่งขึ้นเป็นลำดับ และคัดค้านความพยายามในการเปลี่ยนแปลงสถานะปัจจุบันของช่องแคบไต้หวันในทุกวิถีทาง พร้อมทั้งย้ำว่า เสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวันมีความสำคัญอย่างยิ่งยวดต่อความมั่นคง ปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรืองของโลก 

Josep Borrell โฆษกผู้แทนระดับสูงด้านนโยบายและการต่างประเทศของสหภาพยุโรป

      นาย KAMIKAWA Yoko รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ญี่ปุ่น ได้แสดงความยินดีต่อการเลือกตั้งประธานาธิบดีไต้หวัน ผ่าน MOFA of Japan@MofaJapan_en ย้ำความเป็นพันธมิตรสำคัญระหว่างญี่ปุ่นกับไต้หวัน ซึ่งไต้หวันเป็นพันธมิตรที่สำคัญอย่างยิ่งและมิตรสำคัญที่มีพื้นฐานค่านิยมและสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจที่แนบแน่นยิ่งระหว่างประชาชนของทั้งสองฝ่าย โดยญี่ปุ่นจะมีปฏิสัมพันธ์และร่วมมือกับไต้หวันในทุกมิติต่อไป นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศญี่ปุ่นยังได้ย้ำถึงความสำคัญของเสถียรภาพและสันติภาพบนช่องแคบไต้หวัน

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง