close
Rti Thaiดาวน์โหลด Rti App
Open
:::

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๒๒ มกราคม ๒๕๖๗

  • 22 January, 2024
กระแสประชาธิปไตย
Pew Research Center สำรวจสถานะบุคคลกับจุดยืนการเมืองของชาวไต้หวัน
กระแสประชาธิปไตย
Pew Research Center สำรวจความคิดเห็นต่อสถานะบุคคลของคนไต้หวัน
กระแสประชาธิปไตย
นายกรัฐมนตรีเฉินเจี้ยนเหริน ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

นรม. เฉินฯ นำ ครม. ลาออก เข้าสู่ยุค ครม. รักษาการ ย้ำปฏิบัติหน้าที่ให้ดีที่สุด 

          เมื่อวันที่ 18 ม.ค. ที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรีเฉินเจี้ยนเหริน ได้นำคณะรัฐมนตรีลาออกทั้งคณะ เพื่อแสดงความเคารพต่อ ส.ส. ชุดใหม่ที่กำลังจะเข้ารับหน้าที่ในวันที่ 1 ก.พ. ศกนี้ โดยนายกฯ เฉินฯ ได้กล่าวว่า ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปจะเข้าสู่ช่วงของรัฐบาลรักษาการ จนถึงวันที่ 20 พ.ค. ที่ผู้นำคนใหม่จะเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ โดยคณะรัฐมนตรีรักษาการจะยังคงทำหน้าที่อย่างเต็มที่ไม่ให้มีข้อตกบกพร่องใด ๆ 

         นายกรัฐมนตรีเฉินเจี้ยนเหริน ได้ระบุว่า ตั้งแต่ที่ตนเข้ารับหน้าที่นายกรัฐมนตรีเมื่อมาวันที่ 31 ม.ค. 2566 เป็นต้นมา เป็นเวลาเกือบปีแล้ว ซึ่งทีมงานคณะรัฐมนตรีได้ร่วมกันทำงานอย่างเต็มที่ ผลักดันนโยบายต่าง ๆ อาทิการให้เงินอุดหนุนกองทุนประกันภัยแรงงานและการไฟฟ้าไต้หวัน การแจกเงินให้กับประชาชน การผลักดันแผนปฏิบัติการ AI การจัดเก็บภาษีเพิ่มเติมการกักตุนเก็งกำไรอสังหาริมทรัพย์ ผลักดันแผนการศึกษาระดับมัธยมปลายและสายอาชีพโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆ ผ่่านร่างแผนการปราบปรามการหลอกลวงต้มตุ๋นทางอินเตอร์เน็ท 1.5 ซึ่งนายกฯ เฉินฯ ได้กล่าวขอบคุณความพยายามของทีมงานคณะรัฐมนตรี ที่ทำให้เศรษฐกิจไต้หวันก้าวไปข้างหน้า เติบโตมากยิ่งขึ้น 

         นายกฯ เฉินฯ ระบุอีกว่า นับจากนี้ไปก็จะเข้าสู่ช่วงรัฐบาลรักษาการ ซึ่งขอให้ท่านรัฐมนตรีทำงานในหน้าที่ให้ดีที่สุด ผลักดันงานต่าง ๆ ให้เป็นไปโดยราบรื่น จุดอนาคตไต้หวันให้รุ่งโรจน์โชติช่วงชัชวาลย์ 

         นายกฯ เฉินฯ ระบุว่า การเลือกตั้งประธานาธิบดีและ ส.ส. ได้ผ่านพ้นไปโดยราบรื่น ชาวไต้หวันได้ร่วมกันเลือกประธานาธิบดีและรัฐสภาชุดใหม่นำพาไต้หวันก้าวไปในทิศทางที่ชาวไต้หวันร่วมกันเลือกที่จะพาประเทศชาติก้าวไปข้างหน้า ซึ่งหวังว่าทีมงานรัฐมนตรีจะร่วมมือกันกับรัฐสภาชุดใหม่อย่างใกล้ชิด ผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อชาวไต้หวัน   

นายกรัฐมนตรีเฉินเจี้ยนเหริน ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

ศูนย์วิจัยสหรัฐฯ สำรวจพบ 67% เห็นว่าตนเป็นคนไต้หวัน 

        ศูนย์วิจัยPew Research Center ซึ่งเป็นหนึ่งในคลังสมองของรัฐบาลสหรัฐฯ ได้สำรวจความคิดเห็นของชาวไต้หวันก่อนการเลือกตั้งประธานาธิบดีและ ส.ส. ที่ผ่านมา ซึ่งพบว่า คนส่วนใหญ่เห็นว่า ตนเป็นชาวไต้หวันมากถึง 67% มีคนจำนวนน้อยมากที่ระบุว่า ตนเป็นคนจีน 

         การสำรวจดังกล่าว สำรวจระหว่างวันที่ 2 มิ.ย. - 17 ก.ย. ปีที่แล้ว โดยสำรวจสถานะบุคคลของชาวไต้หวัน ตลอดจนทัศนะต่อชาวจีนของพวกเขาด้วย 

        แม้ทางการจีนจะมองว่า ไต้หวันเป็นมณฑลที่แยกตัวออกไป แต่ก็ยังมีถึง 3% ที่รู้สึกว่าตัวเองเป็นคนจีน เกือบ 30% (28%) เห็นว่า ตนเป็นทั้งคนไต้หวันและเป็นคนจีนด้วย แต่จนถึงขณะนี้ มีผู้ที่เห็นว่าตนเป็นคนไต้หวันในสัดส่วนที่มากที่สุดถึง 67% ทั้งนี้ ผลการสำรวจของศูนย์วิจัยพิว ตั้งแต่คราวที่แล้วในปี 2019 สัดส่วนผู้ที่เห็นว่าตนเป็นคนไต้หวันมีสัดส่วนที่มีการเปลี่ยนแปลงไม่มากนัก 

        ชาวไต้หวันอายุต่ำกว่า 35 ปี มีความรู้สึกว่าตนเป็นคนไต้หวันในสัดส่วนที่สูงถึง 83% ในขณะที่สัดส่วนระหว่างเพศหญิงกับเพศชาย มีสัดส่วนอยู่ที่ 72% ต่อ 63% 

        ในไต้หวัน การยอมรับในอัตลักษณ์กับการเมืองแยกไม่ออกจากกัน ผู้ที่เห็นว่าตนเป็นคนไต้หวัน มีความเป็นไปได้มากที่สุดที่จะยืนอยู่ข้างเดียวกับพรรคประชาธิปไตยก้าวหน้า หรือ DPP 

         ขณะเดียวกัน ผู้ที่เห็นว่าตนเองเป็นทั้งคนจีนและก็เป็นคนไต้หวันด้วย หรือเห็นว่าฐานะสำคัญของตนเป็นคนจีน ก็จะมีแนวโน้มสนับสนุนพรรค KMT เมื่อเปรียบเทียบกับพรรค DPP พรรค KMT มีความใกล้ชิดกับจีนมากกว่า 

       แม้จะมีผู้คนจำนวนน้อยมากที่เห็นว่าตนเป็นคนจีน แต่ก็ยังพบว่า 40% ของผู้ถูกสำรวจยังมีความผูกพันกับจีนไม่น้อย ในจำนวนนี้ 11% บอกว่า ตนมีความผูกพันกับจีนมาก 

       ในไต้หวัน ผู้ที่มีความผูกพันกับประเทศจีนจะเป็นผู้สูงวัยเป็นส่วนใหญ่ ผู้ถูกสอบถามอายุ 35 ปีขึ้นไป มีอยู่ประมาณ 46% ที่เห็นว่า ตนมีความผูกพันกับจีน แต่ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 35 ปี มีเพียง 26% มีความรู้สึกเช่นนี้ โดยที่ความแตกต่างทางเพศมิได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ 

        การยอมรับในตัวตนของชาวต้หวันเองเกี่ยวข้องกับความผูกพันกับประเทศจีนด้วย โดยผู้คนในไต้หวันที่เห็นว่าตนเป็นคนจีนหรือเป็นทั้งคนจีนและคนไต้หวัน มีอยู่ถึง 3 ใน 4 บอกว่า ตนมีความผูกพันกับประเทศจีน ขณะเดียวกัน ในทำนองเดียวกัน ผู้ที่บอกว่าตนเป็นคนไต้หวันจะบอกว่า ตนไม่มีความผูกพันกับประเทศจีน

        นอกจากนี้ ยังพบว่า ผู้ทีสนับสนุนพรรคก๊กมินตั๋ง มีอยู่ถึง 7 ใน 10 บอกว่ามีความผูกพันกับจีน ส่วนผู้สนับสนุนพรรค DPP มีเพียง 2 ใน 10 เท่านั้นที่บอกว่า มีความผูกพันกับจีน 

        คนไต้หวันส่วนใหญ่เห็นว่าพลังและอิทธิพลของจีนเป็นภัยคุกคามต่อไต้หวันถึง 66% ในขณะที่ 45% กับ 25% เห็นว่าพลังและอิทธิพลของสหรัฐฯ และรัสเซียเป็นภัยคุกคามต่อไต้หวัน 

        วัยเยาวชนมีความวิตกกังวลต่อพลังและอิทธิพลของจีนมากกว่าผู้อาวุโส ส่วนระดับการศึกษาที่ค่อนข้างสูงก็เช่นเดียวกัน ส่วนในกลุ่มอายุต่าง ๆ ส่วนใหญ่ก็มีความคิดเห็นว่า พลังและอิทธิพลของจีนเป็นภัยคุกคามต่อไต้หวัน

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง