close
Rti Thaiดาวน์โหลด Rti App
Open
:::

กระแสประชาธิปไตย วันจันทร์ที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗

  • 12 February, 2024
กระแสประชาธิปไตย
ศ. Fukuda Madoka นักวิชาการ  แห่งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย Hosei University  ของญี่ปุ่น
กระแสประชาธิปไตย

นักวิชาการญีปุ่นฟันธงหลังเลิอกตั้ง การเมืองไต้หวันอาจทำรัฐบาลเสียงข้างน้อยบริหารประเทศสะดุด

           หลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีและสมาชิกสภานิติบัญญัติไต้หวัน ศ. Fukuda Madoka นักวิชาการ  แห่งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย Hosei University  ของญี่ปุ่น วิเคราะห์ว่า พรรค DPP สูญเสียฐานะพรรคอันดับ 1 ในสภาฯ ทำให้อยู่ในสภาพที่เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งอาจทำให้นโยบายต่างประเทศและนโยบายด้านการค้าหลายอย่างหยุดชะงักได้

ศ. Fukuda Madoka นักวิชาการ  แห่งคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัย Hosei University  ของญี่ปุ่น

           ศ. Fukuda Madoka ระบุในงานสัมนารายการหนึ่งว่า การวิเคราะห์ผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีและ ส.ส. ของไต้หวัน สรุปได้ 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ แม้พรรค DPP จะชนะได้เป็นรัฐบาลต่ออีกหนึ่งสมัย แต่กลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในสภาฯ อยู่ในสภาพ “รัฐบาลอ่อนแอ” (weak government)ประการต่อมาก็คือ ในแง่ของนโยบายต่างประเทศ การประกาศดำเนินนโยบายต่างประเทศในแนวทางเดิมของประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ได้รับการยอมรับจากประชาชนไต้หวันโดยทั่วไป 

            นางฯ กล่าวว่า ประการที่ 3 ก็คือคะแนนเสียงที่นายเคอเหวินเจ๋อ หัวหน้าพรรค TPP ได้รับการสนับสนุนจากประชาชนสูงกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก ในขณะที่คะแนนเสียงของพรรค DPP น้อยกว่าการเลือกตั้งครั้งที่แล้ว ชี้ชัดว่าพรรคการเมืองรากหญ้าในไต้หวันเกิดการแตกแยกเป็นสองพรรคคือพรรค DPP กับพรรค TPP ในขณะที่ผู้สมัครพรรค KMT ได้รับคะแนนเสียง 33.49% ซึ่งจะเห็นได้ว่า คะแนนเสียงที่ได้รับอยู่ในลักษณะของการหดตัวน้อยลง 

           นางฯ ระบุอีกว่า ไคลแม็กซ์ของการเลือกตั้งคราวนี้อยู่ในช่วงก่อนการปิดรับสมัครรับเลือกตั้งเดือน พย. ปีที่แล้วที่พรรคฝ่ายค้านเจรจาเพื่อจับมือกันส่งผู้สมัครประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดีร่วมกัน แต่ล้มเหลว โดยพรรค KMT พยายามที่จะดึงฐานคะแนนเสียงในหมู่คนรุ่นใหม่และกลุ่มที่ไม่สังกัดพรรคการเมืองมาเป็นพวกให้มากที่สุด ในขณะที่พรรค TPP มีเงินทุนสนับสนุนไม่มากนัก และฐานคะแนนเสียงในท้องถิ่นต่าง ๆ ก็เปราะบางมาก ทั้งสองพรรคจึงลงนามเอ็มโออี 6 ประการบนความคาดหวังของผู้คนกว่า 60% ที่ต้องการเปลี่ยนพรรครัฐบาล แต่ในที่สุดก็ปิดฉากลงแบบ “โนแฮปปี้เอนดิ้ง” ที่โรงแรมแกรนด์ไฮแอท ไทเป ท่ามกลางสักขีพยานสื่อมวลชนทั่วประเทศ และสื่อมวลชนจากทั่วโลก เมื่อปลายเดือน พ.ย. ปีที่แล้ว   

          ศ. Fukuda Madoka ระบุว่า ผลกระทบจากการจับมือกันระหว่างสองพรรคฝ่ายค้าน “น้ำเงิน+ขาว” ที่มีต่อรองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อกับพรรค DPP ก็คือ ทำให้กระแสการเปลี่ยนพรรครัฐบาลพุ่งสูงขึ้นเป็นลำดับ และถูกแย่งซีนไปในช่วงไฮไลท์ของการเลือกตั้งที่สำคัญที่สุด

          ศ. Fukuda Madoka กล่าวอีกว่า การเลือกตั้งที่ผ่านมาในไต้หวันมักจะนำเอาความสัมพันธ์กับจีนและความมั่นคงเป็นประเด็นสำคัญ แต่ในคราวนี้ นโยบายต่างประเทศและความมั่นคงของประธานาธิบดีไช่อิงเหวินได้รับการยอมรับจากชาวไต้หวันโดยทั่วไป ทำให้นโยบายการต่างประเทศและความมั่นคงของผู้สมัครแต่ละรายแตกต่างกันไม่มากนัก ประเด็นสำคัญอยู่ที่ในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา พรรค DPP ไม่สามารถแก้ปัญหาภายในได้ ซึ่งประกอบไปด้วยการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ปัญหาสวัสดิการและการดูแลผู้ชรา ตลอดจนปัญหาพลังงาน 

          ส่วนประเด็นการแทรกแซงการเลือกตั้งจากจีน ศ. ฟูกูดะ ระบุว่า กองทัพจีนมีการซ้อมรบขนาดใหญ่รอบไต้หวันมาตั้งแต่ปี 2020 หลายครั้งหลายหน ประธานาธิบดีสีจิ้นผิงของจีนก็ประกาศใช้นโยบราย “รวมชาติ” บุคคลสำคัญของพรรค KMT เยือนจีน ปัญหาข่าวคาวฉาวโฉ่ของนักการเมืองพรรค DPP ตลอดจนข่าวการชักชวนกำนันผู้ใหญ่บ้านไต้หวันเยือนจีน บอลลูนสอดแนมจีนล้ำน่านฟ้าไต้หวัน วงดนตรีชื่อดังไต้หวันถูกจีนกดดันแสดงจุดยืนจีนเดียว และการส่งสัญญานเตือนภัยขีปนาวุธที่จีนยิงข้ามไต้หวันของกระทรวงกลาโหมไต้หวัน เหตุการณ์เหล่านี้มีอิทธิพลต่อผลการเลือกตั้งไม่มากนัก ไม่เพียงเพราะไต้หวันเริ่มชินชาต่อการแทรกแซงของจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จึงมีการเตรียมการแต่เนิ่น ๆ นอกจากนี้การประกาศใช้กฎหมายว่าด้วยการต่อต้านการแทรกซึมในการเลือกตั้งคราวที่แล้ว ก็ทำให้การแทรกแซงจากจีนมีผลลดลงด้วย  ส่วนผลการเลือกตั้งในคราวนี้จะส่งผลต่อนโยบายต่างประเทศของไต้หวันอย่างไร? ศ. ฟูกูดะ มีความเห็นว่า นโยบายต่างประเทศของประธานาธิบดีไช่อิงเหวินเป็นการดำเนินนโยบาย “การต่างประเทศแบบติดดิน สอดคล้องกับความเป็นจริง” อาศัยการติดต่อแลกเปลี่ยนกับประเทศประชาธิปไตย เสริมฐานะที่แท้จริงของไต้หวันในประชาคมโลก แม้จะมีจำนวนประเทศที่มีความสัมพันธ์ทางการทูตลดลง แต่ก็ยังพยายามเข้าร่วมกิจกรรมในองค์กรระหว่างประเทศของไต้หวัน 

           นางฯ ระบุว่า ว่าที่ประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ นอกจากจะสืบทอดสิ่งต่างๆ เหล่านี้แล้ว เขาได้เขียนบทความตีพิมพ์ในหนังสือพิมพ์วอล์ลสตรีทเจอร์นัล ของสหรัฐฯ ในโอกาสวันชาติสหรัฐฯ โดยได้กล่าวถึง “4 เสาหลักสันติภาพ” ซึ่งประกอบไปด้วย ต้องเสริมกำลังความสามารถในการป้องกันตนเองเพื่อข่มขู่ศัตรู เสริมความปลอดภัยทางด้านเศรษฐกิจ สร้างความสัมพันธ์ในลักษณะหุ้นส่วนกับประเทศประชาธิปไตยทั่วโลก ตลอดจนเสริมความสามารถในการเป็นผู้นำในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่มีเสถียรภาพและมีหลักการ 

           ศ. ฟูกูดะ ระบุอีกว่า จีนได้วิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งของไต้หวันว่า “ไม่อาจเป็นตัวแทนกระแสหลักของไต้หวันได้” ซึ่งนางฯ คาดว่า จีนจะยังคงข่มขู่ทางด้านการทหาร กดดันทางการทูต บีบคั้นทางเศรษฐกิจต่อไต้หวันต่อไป ตลอดจนจับตาสุนทรพจน์รับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 20 พ.ค. ของว่าที่ผู้นำไต้หวันคนใหม่ ไล่ชิงเต๋อ ว่าจะกำหนดสถานะของความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันอย่างไร?

          ส่วนทางด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในอำนาจรัฐใหม่ของไต้หวัน ศ. ฟูกูดะมีความเห็นว่า หลังเลือกตั้ง ไล่ชิงเต๋อ พบหารือกับ นาย Furuya Keiji  ประธานกลุ่มมิตรไต้หวัน รัฐสภาญี่ปุ่น เป็นแขกต่างประเทศคนแรกที่ไล่ชิงเต๋อพบหารือ และในวันรุ่งขึ้นก็พบหารือกับคณะจากสหรัฐฯ ทั้งนี้ อาจจะเป็นเพราะว่า การเลือกตั้งผู้นำสหรัฐฯ ที่จะมีขึ้นในเดือน พ.ย. ปีนี้ ยังคงอยู่ในภาวะอึมครึม ดังนั้น จึงวางแผนกระชับความสัมพันธ์กับญี่ปุ่นก่อน 

          ศ. ฟูกูดะระบุอีกว่า ความร่วมมือระหว่างไต้หวันกับญี่ปุ่นในทุกมิติ ทั้งทางด้านการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับอุปสรรคของความมั่นคงปลอดภัย การสร้างโรงงานในญี่ปุ่นของ TSMC ตลอดจนประเด็นการขอความสนับสนุนให้ญี่ปุ่นหนุนไต้หวันเข้าเป็นสมาชิก CPTPP โดยในส่วนของประเด็นความปลอดภัย เศรษฐกิจ สวัสดิการสังคมระหว่างกันก็ประสบปัญหาเดียวกัน การช่วยเหลือกันเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้น ก็จะอยู่ในสภาพ “วัฎจักรแห่งความเป็นมิตร” ญี่ปุ่นสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตกับจีนเมื่อปี 1972 ถูกผูกมัดจากนโยบายจีนเดียว การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างกันจึงต้องคำนึงถึงความสัมพันธ์กับจีนด้วย ไม่อาจทำให้สถานการณ์บนช่องแคบไต้หวันเกิดความตึงเครียดขึ้น สถานการณ์เช่นนี้ จะยังคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง 

          ศ. ฟูกูดะ ระบุอีกว่า สถานการณ์หลังเลือกตั้งที่รัฐบาลเป็นเสียงข้างน้อย อาจทำให้การค้ากับต่างประเทศเกิดความชะงักงันเพราะบางพรรคการเมือง การดำเนินนโยบายการทูตเชิงรัฐสภา อาจชะงักไปบ้าง ซึ่งญี่ปุ่นจะต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการเข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองภายในของไต้หวัน เพื่อประโยชน์ในการพิจารณาตัดสินใจที่เป็นผลดีต่อญี่ปุ่น

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง