RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalชีพจรเศรษฐกิจ UN จัดไต้หวันเป็นประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย

  • 25 March, 2021
ชีพจรเศรษฐกิจ
ไต้หวันครองแชมป์ประเทศที่มีความสุขที่สุดในเอเชีย ประจำปี 2564
ชีพจรเศรษฐกิจ
ชีพจรเศรษฐกิจ
ผู้ประกอบการพลังงานรีไซเคิล จับมือแก้ปัญหาพลังงานอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
ชีพจรเศรษฐกิจ
อาคารสำนักบริหารสวนวิทยาศาสตร์ซินจู๋
ชีพจรเศรษฐกิจ
นายเฉินจี๋จ้ง ประธาน คกก. กิจการเกษตร ไต้หวัน

๑. ไต้หวันแล้งหนัก กระทบอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ซินจู๋อาจยันถึงแค่ พ.ค. หากพระพิรุณไม่ปราณี

        ภาวะภัยแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 56 ปี ส่งผลให้น้ำในเขื่อนสำคัญต่าง ๆ ในไต้หวันเหลือปริมาณน้ำไม่ถึง 10% โดยเฉพาะอย่างยิ่งยักษ์ใหญ่อย่างทีเอสเอ็มซี และยูเอ็มซี ซึ่งมีโรงงานอยู่ในสวนวิทยาศาสตร์ซินจู๋ มีกำลังการผลิตแผ่นชิปที่สนองตลาดทั่วโลก หากขาดน้ำก็จะกระทบต่ออุตสาหกรรมทั่วโลกที่ต้องอาศัยแผ่นชิปจากไต้หวัน สำนักบริหารสวนวิทยาศาสตร์ซินจู๋ระบุว่า ปัจจุบันได้ขอความร่วมมือบริษัทต่าง ๆ ในสวนวิทยาศาสตร์ให้ร่วมกันประหยัดน้ำ ซึ่งตอนนี้สามารถประหยัดน้ำได้เกินกว่า 11% แล้ว คาดว่าน่าจะมีน้ำใช้ไปจนถึงปลายเดือน พ.ค. 2564 ซึ่งจะเป็นช่วงของฤดูฝนเดือน 5 ที่กำลังจะมาถึงด้วย

อาคารบริหารสวนวิทยาศาสตร์ซินจู๋ 

        นายหวางหย่งจวง ผอ. สำนักบริหารสวนวิทยาศาสตร์ซินจู๋ยอมรับว่า ปัจจุบันภาวะขาดแคลนน้ำรุนแรงจริง ๆ แต่ตอนนี้ได้ผลักดันแผนการประหยัดน้ำทำให้ประหยัดน้ำได้มากถึง 11% และเพื่อรับมือกับมาตรการประหยัดน้ำของทางการ บริษัทต่าง ๆ ในซินจู๋ได้พยายามประหยัดน้ำ น่าจะเป็นระยะผ่าน เขาบอกว่า “ตอนนี้ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ก็คงเหมือนกับที่เคยบอกเมื่อคราวที่แล้วว่าจะมีน้ำใช้ไปได้จนถึงปลายเดือน พ.ค. คือก่อนที่ฝนเดือน 5 จะมาถึงไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”

        ทางด้านนางหวางเหม่ยฮัว รมว. เศรษฐการ ไต้หวัน เปิดเผยว่า นอกจากจะใช้มาตรการต้านภัยแล้ง 2.0 ที่ต้องทำให้ได้ก่อนเดือน มิ.ย. จะมาถึงแล้ว หากการประหยัดน้ำยังได้ไม่ผลไม่เป็นที่น่าพอใจนัก ก็อาจต้องให้โรงงานอุตสาหกรรมต่าง ๆ ร่วมมือประหยัดน้ำอีกอย่างน้อย 15% ซึ่งจะไม่กระทบต่อการผลิต นางหวางฯ ย้ำว่า จะต้องมีมาตรการรับมือทั้งชุด ประกาศให้ผู้ประกอบการทราบล่วงหน้า เพื่อเตรียมพร้อมรับมือต่อไป

        แผนต้านภัยแล้ง 2.0 ของนางหวางฯ ได้รับความเห็นชอบจากนายกฯ ซูฯ แล้ว โดยต้องใช้งบประมาณถึง 2500 ล้านในแผนการนี้ และย้ำว่าจะต้องบรรลุแผนที่วางไว้ภายในเดือน มิ.ย. เพื่อรับมือกับในช่วงเดือน มิ.ย. หรือ ก.ค. หากไม่มีฝนตกลงมาอีก

        นางหวางเหม่ยฮัว ระบุว่า “เราจะสัมมนาทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการให้เข้าใจว่า หากสามารถประหยัดน้ำได้ 15% ก็จะไม่กระทบการผลิตของพวกเขา นอกจากนี้ ยังได้ทำความเข้าใจกับสวนวิทยาศาสตร์ต่าง ๆ และนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป้าหมายของเราก็คือให้ผู้ประกอบการสามารถทำการผลิตได้ตามปกติ หมายความว่าจะต้องพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้สามารถประหยัดน้ำให้ได้มากที่สุด ให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมสามารถดำเนินต่อไปได้ตามปกติ”

ปีนี้ ไต้หวันแล้งหนักจริง ๆ ดูก็รู้

๒. ไต้หวันพร้อมตอบโต้กโลบายดึงดูดเกษตรกรไต้หวันไปลงทุนในจีน 22 มาตรการ

        หลังจากที่จีนห้ามนำเข้าสับปะรดจากไต้หวันไปจำหน่ายในจีนเพียงแค่ 2 สัปดาห์เท่านั้น ทางการจีนก็ได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ดึงดูดเกษตรกรไต้หวันไปลงทุนด้านการเกษตรในจีน รวม 22 มาตรการ เรียกว่าใช้ทั้ง “ไม้แข็ง” และ “ไม้นวม” ต่อไต้หวันไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งนายเฉินจี๋จ้ง ประธานคณะกรรมการการเกษตรไต้หวัน ได้เปิดแถลงข่าวด่วนตอนดึกวันเดียวเปิดโปงกลลวง 5 ประการ กโลบายของจีนดังกล่าว โดยนายเฉินจี๋จ้งระบุว่า จีนได้พยายามอาศัยทุกวิถีทางมาโดยตลอดเพื่อดึงดูดทุนไต้หวันและเทคนิคด้านการเกษตรของไต้หวันไปพัฒนาการเกษตรของจีน ทำให้โดยผิวเผินแล้วจะรู้สึกว่าเป็นประโยชน์ต่อไต้หวัน แต่ความจริงแล้วเป็นการสร้างประโยชน์ให้แก่จีนมากกว่า เมื่อพินิจพิเคราะห์ 22 มาตรการเหล่านี้แล้ว ที่สำคัญก็คือเป็นเพียงการนำเอามาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องที่ส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ในจีนได้ใช้มานาน มาเรียบเรียงและจัดลำดับความสำคัญใหม่ เรียกว่า “เหล้าเก่าในขวดใหม่” ไม่ผิดเพี้ยน

           5 กลลวงของจีนดังกล่าว ประกอบไปด้วย ในช่วงตั้งแต่ปี 1997-2018 จีนได้เสนอนโยบาย “เอื้อประโยชน์ให้แก่เกษตรกรรมไต้หวันมากมายหลายประการ ส่วน 22 มาตรการ ในครั้งนี้ ได้เหวี่ยงแหเกษตรกรรมไต้หวันทุกอย่างทั้งเกษตร ป่าไม้ ประมง และปศุสัตว์ เข้าไว้ด้วยกันทั้งหมด เริ่มตั้งแต่สายการผลิตจนถึงช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งมีเป้าหมายที่ต้องการดึงทั้งเงินทุน และเทคนิคการเกษตรของไต้หวันไปพัฒนาภาคการเกษตรในจีน ซึ่งกโลบายต่าง ๆ มันแอบซ่อนหมกเม็ดอยู่ในรายละเอียดต่าง ๆ ในกโลบายของจีน มาตรการใหม่ของจีนเป็นเพียง “เหล้าเก่าในขวดใหม่” ของจีนอย่างแท้จริง

          นายเฉินจี๋จ้ง ระบุว่า “มาตรการเหล่านี้รวมไปถึง การได้มาถึงที่ดินในการประกอบกิจการ ไปจนถึงการแปรรูปและช่องทางการจัดจำหน่ายด้วย ตลอดไปจนถึงมาตรฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง จะเป็นมาตรฐานเดียวกันหรือไม่ และยังมีระเบียบของแต่ละหมู่บ้าน แต่ละท้องถิ่น การพัมนาภาคการผลิตระดับ 1-3 ซึ่งหมายความว่ารวมเอาทั้งการผลิตไปจนถึงช่องทางการจัดจำหน่าย ไม่มีอะไรที่มาตรการดึงดูดภาคการเกษตรของจีนจะไม่ครอบคลุมถึง เรียกว่าครอบจักรวาลทีเดียว แถมด้วยการให้เงินอุดหนุนด้านการซื้อเครื่องจักรกลการเกษตรด้วย รวมอยู่ใน 22 มาตรการของจีนทั้งหมด”

นายเฉินจี๋จ้ง ประธานคณะกรรมการกิจการเกษตร ไต้หวัน 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง