RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalชีพจรเศรษฐกิจ ทุนไต้หวันในต่างประเทศแห่ลงทุนไต้หวันนับแสนล้าน สร้างงานนับแสนตำแหน่งงาน

  • 01 April, 2021
ชีพจรเศรษฐกิจ
เรือบรรทุกสินค้า EVER GREEN ของไต้หวันเกยตื้นในคลองสุเอซ นานนับสัปดาห์กว่าจะกู้เปิดทางได้สำเร็จ ถูกเรียกค่าเสียหาย 3 หมื่นล้านเหรีญไต้หวัน
ชีพจรเศรษฐกิจ
การประชุมคณะกรรมการค่าจ้างขั้นต่ำ กรทรวงแรงงานไต้หวัน
ชีพจรเศรษฐกิจ
การประชุมใหญ่สมาคมนักธุรกิจไต้หวันโลก ครั้งที่ 26

๑. นักลงทุนไต้หวันกลับมาลงทุนในไต้หวันแล้ว 1.2 ล้านล้าน สร้างโอกาสงานนับแสนตำแหน่ง

            ในการประชุมใหญ่สมาคมนักธุรกิจไต้หวันโลกที่ไต้หวันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา รองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ ได้ระบุว่า จีดีพี ปีนี้ของไต้หวันคาดว่าจะสูงถึง 4.64%ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบ 20-30 ปี ที่จีดีพีไต้หวันล้ำหน้าจีน ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับจำนวนประชากรของประเทศที่มีจำนวน 20 ล้านคนแล้ว ไต้หวันเป็นอันดับ 1 ซึ่งมีนักลงทุนไต้หวันในต่างประเทศกลับมาลงทุนในไต้หวันแล้ว 1.2 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน คาดว่าสร้างงานได้ถึงนับแสนตำแหน่งทีเดียว

           การประชุมใหญ่สมาคมนักธุรกิจไต้หวันโลกครั้งที่ 26 มีขึ้นระหว่างวันที่ 23-24 มี.ค. ที่ผ่านมา และมีพิธีปิดการประชุมแล้วเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (29 มี.ค.) มีนักธุรกิจไต้หวันจากทั่วโลกกว่า 300 คน เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้ และมีอีกถึง 440 คนในทั่วโลกเข้าร่วมการประชุมแบบออนไลน์ โดยมีรองประธานาธิบดีไล่ชิงเต๋อ นายเคอเหวินเจ๋อ ผู้ว่าการกรุงไทเป ในฐานะเจ้าบ้าน และนายไช่ฉีชาง รองประธานสภานิติบัญญัติแหงชาติในฐานะประธานกลุ่มมิตรนักธุรกิจไต้หวันโลก นายถงเจิ้นหยวน ประธานคณะกรรมการกิจการโพ้นทะเล เข้าร่วมการประชุมด้วย

            รองประธานาธิบดีไล่ฯ ได้ชื่นชมผลงานของสมาคมนักธุรกิจไต้หวันโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนายเหลียงฮุยเถิง นายกสมาคมฯ ที่นำทัพนักธุรกิจซื้อสับปะรดในยามที่เกษตรกรผู้ปลูกสับปะรดในไต้หวันกำลังเดือดร้อนจากการที่จีนสั่งห้ามนำเข้าอย่างไร้เหตุผล จนนักธุรกิจไต้หวันขานรับเป็นอย่างดี ซึ่งจนถึงวันที่ 22 มี.ค. ที่ผ่านมา จัดซื้อไปแล้วถึง 560 ตัน ส่วนประเทศที่นำเข้าสับปะรดสดไม่ได้ ก็เปลี่ยนเป็นสั่งซื้อสับปะรดแปรรูปแทน นอกจากจะเห็นถึงบทบาทการเป็นผู้นำของนายเหลียงฯ แล้ว ยังแสดงให้เห็นว่า สมาชิกของสมาคมฯ มีความสามัคคีกลมเกลียวกันเป็นอย่างมาก

             ทางด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ รองผู้นำไต้หวันระบุว่า ด้วยความพยายามร่วมกันของประชาชนและทุกฝ่าย ทำให้ปีที่แล้วเศรษฐกิจไต้หวันโตถึง 3.11% ส่วนปีนี้ก็คาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 4.64% เป็นครั้งแรกในรอบ 20-30 ปี ที่ไต้หวันมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงกว่าของจีน รวมทั้งไต้หวันเป็นอันดับ 1 ในบรรดาประเทศที่มีประชากรจำนวน 20 ล้านขึ้นไป และคาดว่าสร้างโอกาสงานได้ถึงแสนตำแหน่งงาน

              นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการสร้างงานให้แก่คนรุ่นใหม่ โดยจัดตั้งกองทุนส่งเสริมการประกอบธุรกิจเป็นของตนเองจำนวน 10,000 ล้าน หลังจากนั้น ท่านนายกรัฐมนตรีซูเจินชาง ได้อัดเม็ดเงินเพิ่มขึ้นอีกถึง 60,000 ล้านเหรียญไต้หวัน เพื่อใช้เป็นเงินกู้ช่วยเหลือ ส่วนปลายปีนี้ก็จะยังมีโครงการใหม่ ๆ สำหรับให้คนรุ่นใหม่ประกอบธุรกิจเป็นของตนเอง และยังมีอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์อีก 6 ประเภทที่จะเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ ส่งเสริมให้เยาวชนในต่างประเทศ กลับมาเข้าร่วมขบวนการพัฒนาไต้หวันร่วมกัน

การประชุมใหญ่สมาคมนักธุรกิจไต้หวันโลกครั้งที่ 26

๒. ไต้หวันปฏิรูประบบปรับค่าจ้างขั้นต่ำ ไม่ควรใช้สูตรแต่ควรตกลงกันระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง

            ร่างกฎหมายว่าด้วยค่าจ้างขั้นต่ำของไต้หวันขณะนี้ยังคงอยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภาบริหาร ซึ่งตัวแทนจากฝ่ายนายจ้างและลูกจ้างก็ยังคงหาข้อสรุปร่วมกันไม่ได้ว่า ควรจะใช้วิธีการคำนวนค่าจ้างขั้นต่ำจากปัจจัยใดบ้าง โดยกระทรวงแรงงานไต้หวันเปิดเผยว่า ในการประชุมร่วมค่าจ้างขั้นต่ำครั้งแรกของปีนี้ ตัวแทนลูกจ้างและตัวแทนนายจ้างต่างเห็นว่าคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำที่มีอยู่มีการทำงานที่เข้ารูปเข้ารอยแล้ว ทั้งสองฝ่ายมีการถกเถียงกันด้วยเหตุด้วยผล ในอนาคตจะใช้วิธีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันแทนการใช้สูตรมาคำนวนค่าจ้างขั้นต่ำ จึงจะมีความยืดหยุ่นเพียงพอ

             การประชุมครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นายหวงเหวยเชิน อธิบดีกรมเงื่อนไขและความเสมอภาคในการทำงาน กระทรวงแรงงาน ไต้หวัน ซึ่งเข้าร่วมการประชุมด้วย ได้ระบุว่า นักวิชาการที่เข้าร่วมการประชุมได้แสดงความคิดเห็นว่า ตอนนี้ เศรษฐกิจไต้หวันกำลังฟื้นตัวในรูปตัว K ภาคการผลิตบางส่วนก็ดีวันดีคืน แต่ก็มีบางประเภทที่ยังมองไม่เห็นแสงสว่างที่ปากถ้ำ เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการลดเวลาทำงาน การให้พักโดยไม่มีค่าจ้าง ไม่ว่าจะเป็นกิจการด้านการบิน การท่องเที่ยว ขายส่ง ขายปลีกที่ค่อนข้างจะย่ำแย่

            ในที่ประชุมได้พิจารณาร่างกฎหมายค่าจ้างขั้นต่ำ 4 ร่าง บางส่วนมีการเพิ่มเติมในส่วนของการสัดส่วนเกี่ยวกับการเลี้ยงดูและการเปลี่ยนแปลงของค่าเช่า กระทั่งบางส่วนก็มีการคิดสูตรการคำนวนด้วย นอกจากนี้ ตัวเลขดัชนีราคาสินค้า การผลิต หรือ พีพีไอ  ก็จะเป็นตัวเลขที่นำมาพิจารณาประกอบกันด้วย

           อย่างไรก็ดี เสียงส่วนใหญ่มีความเห็นร่วมกันว่า ตัวเลขดัชนีต่าง ๆ สามารถนำมาประกอบการพิจารณาได้ ไม่จำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญ แต่ที่เห็นพ้องกันที่สุดก็คือตัวเลขดัชนีราคาสินค้าผู้บริโภค หรือ ซีพีไอ คุณหวงเหวยเชิน อธิบดีกรมเงื่อนไขฯ กระทรวงแรงงานไต้หวันระบุว่า “ก็วิตกว่า หากแต่ละฝ่ายรีบร้อนที่จะดันกฎหมายออกไปให้ได้ กลับจะทำให้การพิจารณาออกกฎหมาย เกิดสงครามน้ำลายระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง เผชิญหน้ากัน สิ่งเหล่าก็จะผุดขึ้นมาให้เห็น นอกจากตัวแทนนายจ้างวิตกแล้ว ตัวแทนจากลูกจ้างก็รู้สึกวิตกกังวลเหมือนกัน”

๓. น่าวิตก!! คนหนุ่มสาววัยต่ำกว่า 39 ปี มีเงินออมเฉลี่ไม่ถึง 13.3 แสน เกือบ 20% เงินออมเป็นศูนย์

          ธนาคารทรัพยากรมนุษย์ ไต้หวัน ได้เปิดเผยถึงผลการสำรวจล่าสุดพบว่า มนุษย์เงินเดือนวัยต่ำกว่า 39 ปี มีอยู่ถึง 35% ที่อยู่ในสภาพติดหนี้ติดสิน ซึ่งมีตัวเลขเลวร้ายลงอย่างต่อเนื่องถึง 3 ปี เงินออมเฉลี่ยมีเพียง 133,000 เหรียญไต้หวันเท่านั้น นอกจากนี้ ยังมีถึง 20% ที่ไม่มีเงินฝากเลย เป็นสัดส่วนสูงสุดเท่าที่เคยมีมา

           เว็บไซต์จัดหางาน yes123 ได้สำรวจมนุษย์ทำงานวัยต่ำกว่า 39 ปี จำนวน 1275 ชุด พบว่า 35% มีรายได้ไม่พอรายจ่ายหรือเป็นหนี้เป็นสิน มีสัดส่วนที่สูงกว่าปีที่แล้วและปีก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ยังมีสูงถึง 19.1% ที่บอกว่า ไม่มีเงินฝากเลย เป็นสัดส่วนที่สูงสุดเท่าที่เคยมีมาเช่นเดียวกัน 61% บอกว่าเป็นหนี้สินล้นพ้นตัว

           สำหรับสาเหตุที่ทำให้มนุษย์เงินเดือนเหล่านี้อยู่ในสภาพติดหนี้ติดสิน แบบสำรวจนี้พบว่า 50% มาจากเงินกู้เพื่อการศึกษามากที่สุด รองลงมาได้แก่กู้เงิน หนี้บัตรเครดิต เงินกู้ซื้อรถ ช่วยครอบครัวแบกหนี้ กู้เพื่อซื้อบ้าน ประกอบธุรกิจล้มเหลว ขาดทุนจากการลงทุน เป็นต้น

           นายหยางจงปิน โฆษก yes123 วิเคราะห์ว่า การระบาดของโรคทำให้ฐานะทางการเงินของมนุษย์เงินเดือนเหล่านี้ย่ำแย่ลงเป็นอย่างมาก ภาระค่ากินค่าอยู่ก็หนักหนาเอาการอยู่แล้ว เขาบอกว่า "ปัจจัยจากโรคระบาดที่เกิดขึ้นอย่างกระทันเมื่อปีที่แล้ว ทำให้สถานะการเงินของมนุษย์เงินเดือนวัยหนุ่มสาวเหล่านี้แย่ลง จนอาจต้องการเยียวยา และตั้งแต่ที่พวกเขาเข้าสู่ตลาดแรงงานเป็นต้นมา เฉพาะค่ากินอาหารนอกบ้านและค่าเช่าบ้านก็หมดเงินเดือนไปไม่รู้เท่าไรแล้ว จะสลัดพ้นจากภาวะ "คนจนรุ่นใหม่" ไม่ใช่เรื่องง่าย หากยังเก็บเงินเพื่อใช้ในวัยเกษียนไม่พอก็จะกลายเป็น "คนจนรุ่นเก๋า" ในอนาคต

            เขาวิเคราะห์ว่า แม้ตอนนี้ ไต้หวันจะปรับค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 24000 เหรียญไต้หวัน/เดือนแล้วก็ตาม แต่ผลจากที่ก่อนหน้านี้ ยังคงจ้างงานกันในอัตราเงินเดือนเพียง 22000 เท่านั้น ประกอบกับการทำงานชั่วคราวหาเลี้ยงชีพแบบหาเช้ากินค่ำก็เป็นไปอย่างดาษดื่น แถมยังต้องรับภาระเรื่องเงินกู้เพื่อการศึกษา แบกรับภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวอีก ทำให้ตัวเลขในบัญชีเงินฝากยากที่จะมีตัวเลขเพิ่มขึ้นในระดับที่น่าพอใจได้นะ เขาจึงแนะนำว่า ต้องวางแผนอนาคตของตัวเองแต่เนิ่น ๆ บริหารจัดการเรื่องเงินของตัวเองให้ดี เก็บเงินรายได้ส่วนหนึ่งเป็นเงินฝาก เงินลงทุน ไว้ก่อน แล้วค่อยคิดเอามาเป็นค่าใช้จ่าย สะสมแบบดอกเบี้ยทบต้น

 

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง