ชีพจรเศรษฐกิจ อานิสงส์โควิด19 ดันเศรษฐกิจไต้หวันพุ่ง เครดิตสูงขึ้น

  • 29 April, 2021
เอสแอนด์พี ปรับระดับเครดิตไต้หวันเป็น AA
นางสวี่หมิงชุน รมว. แรงงาน ไต้หวัน
นายก่งหมิงซิน ประธานสภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวัน

๑. แสตนดาร์ดแอนด์พัวร์เลื่อนชั้นเครดิตไต้หวันเป็น AA เหตุจากความสำเร็จในการป้องกันโควิด

          สแตนดาร์ดแอนด์พัวร์สหรือเอสแอนด์พี บริษัทบริการทางการเงินที่ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา เป็นบริษัทลูกของบริษัทแมกกรอ-ฮิล ซึ่งตีพิมพ์วิจัยด้านการเงินและบทวิเคราะห์หุ้นและพันธบัตร เป็นที่รู้จักกันดีจากดัชนีตลาดหลักทรัพย์ อาทิ S&P 500, S&P/ASX 200 และ S&P/TSX เป็นหนึ่งในสามบริษัทยักษ์ใหญ่ (Big Three) ด้านการจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (ซึ่งมีสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ส, มูดดีอินเวสเตอร์เซอร์วิส และฟิทช์เรดติง)

          เอสแอนด์พีได้ปรับระดับเครดิตของไต้หวันเป็นระดับ เอเอ จากเดิมที่อยู่ในระดับ เอเอลบ โดยให้เหตุผลว่า ไต้หวันประสบความสำเร็จในการป้องกันการระบาดของโควิด19 เศรษฐกิจมีการเติบโตอย่างเข้มแข็ง

           เอสแอนด์พีระบุว่า แม้ทั่วโลกจะยังคงคุกรุ่นด้วยการระบาดของโควิด19 ระลอก 3 ระลอก 4 อย่างต่อเนื่อง แต่ไต้หวันยังคงสามารถควบคุมการระบาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบกับทรัพย์สินและทุนต่างประเทศ ตลอดจนศักยภาพในการแข่งขันของภาคเอกชนอันเข้มแข็งได้นำพาให้เศรษฐกิจไต้หวันเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2020

           เอสแอนด์พีวิเคราะห์ว่า ไต้หวันเป็นแบบอย่างที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดอย่างหนึ่งในการรับมือกับการระบาดของดควิด19 รัฐบาลไม่ได้ใช้มาตรการล็อกดาวน์อย่างเข้มงวด อุตสาหกรรมการส่งออกของทั่วโลกก็ต้องใช้วิธีการบริหารแบบทางไกล ทำให้ไต้หวันได้รับอานิสงส์จากความต้องการอุปกรณ์อะไหล่ด้านการสื่อสารที่มีมากขึ้น ซึ่งทำให้เศรษฐกิจไต้หวันพุ่งกระฉูดกระทั่งดีกว่าในช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด19 ด้วยซ้ำไป

อย่างไรก็ดี เอสแอนด์พีก็ไม่ลืมที่จะวิเคราะห์ถึงสถานการณ์ช่องแคบไต้หวัน ที่ไต้หวันถูกกดันจากจีนไม่แปรเปลี่ยน แม้การวิเคราะห์สภาพการณ์พื้นฐานของไต้หวันจะถูกต้อง แต่สถานะปัจจุบันระหว่างจีนกับไต้หวัน ด้วยเหตุที่มีความใกล้ชิดทางด้านเศรษฐกิจที่ต้องประคับประคองต่อไป แต่ความตึงเครียดระหว่างช่องแคบไต้หวันที่อาจจะเขม็งเกรียวมากยิ่งขึ้น จนมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้เศรษฐกิจและการคลังไต้หวันตกอยู่ในสภาพเลวร้ายลงและมีความเสี่ยงสูงขึ้น

๒. รมว. แรงงานไต้หวันรับปากตรวจงาน จะไม่มีล่ามของบริษัทจัดหางานอยู่ด้วย เพื่อฟังความจริงจากแรงงานข้ามชาติ

   สืบเนื่องจากกรณีที่มี สส. พรรครัฐบาล ระบุว่า เกิดอุบัติเหตุในระหว่างการทำงานของแรงงานข้ามชาติจนทำให้พิการหรือเสียชีวิตในสัดส่วนที่เพิ่มสูงขึ้นกว่าสองเท่า และในการตรวจสภาพการทำงานของแรงงานต่างชาติโดยเจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงาน มักจะต้องมีล่ามของบริษัทจัดหางานอยู่ด้วย ทำให้แรงงานข้ามชาติไม่กล้าพูดความจริง นางสวี่หมิงชุน รมว. แรงงาน ไต้หวัน ได้ตอบข้อซักถามของ สส. ในสภาฯ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า จะสั่งการให้การตรวจสภาพแวดล้อมการทำงานของแรงงานต่างชาติในอนาคตห้ามมีล่ามของบริษัทจัดหางานอยู่ด้วย เพื่อให้แรงงานข้ามชาติเหล่านี้กล้าพูดความจริง และจะทำรายงานการปรับปรุงแก้ไขดังกล่าวเสนอต่อสภาฯ ภายใน 1 เดือน

        นายหงเซินหาน สส. พรรคดีพีพี ได้ตั้งข้อสังเกตว่า หลังจากที่สัปดาห์ที่ผ่านมาได้ผ่านร่างกฎหมายว่าด้วยการประกันอุบัติเหตุจากการทำงานและการคุ้มครองแล้ว ตัวเลขการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงานจนพิการ หรือเสียชีวิตก็ยังคงพุ่งขึ้นขึ้น และไม่มีมาตรการรูปธรรมในการแก้ปัญหานี้แต่อย่างใด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาคการผลิต มีแรงงานข้ามชาติประสบอุบัติเหตุในการทำงานจนพิการหรือเสียชีวิตในสัดส่วนที่สูงกว่าแรงงานท้องถิ่น แม้แต่สภาตรวจสอบได้สั่งให้มีการแก้ไขก็ยังไม่เห็นแผนการอย่างเป็นรูปธรรมใด ๆ และจากการตรวจสถานที่ทำงานจริงก็พบว่าในโรงงานไม่มีคำเตือนที่เป็นภาษาที่แรงงานข้ามชาติคุ้นเคย

         นอกจากนี้ เขายังระบุว่า เมื่อกระทรวงแรงงานไปตรวจสภาพแวดล้อมการทำงานในโรงงาน ก็ไม่มีล่ามของตัวเอง แต่จะมีบริษัทจัดหางานเดินทางไปด้วย ทำให้แรงงานข้ามชาติไม่กล้าพูดความจริง ส่งผลให้การตรวจได้ผลไม่ได้ดีเท่าที่ควร หรือไม่พบความจริง จึงเสนอให้การตรวจสภาพแวดล้อมการทำงานของแรงงานข้ามชาติ ควรมีล่ามที่ไม่ใช่ล่ามของบริษัทจัดหางาน ซึ่งนางสวี่หมิงชุน รมว. แรงงาน ไต้หวันได้รับปากว่า “ข้อคิดเห็นนี้ดีมาก และเป็นวิธีการที่ดี เพราะฉะนั้น การตรวจสภาพแวดล้อมการทำงานมีแรงงานข้ามชาติด้วย ก็จะให้หาล่ามที่ไม่ใช่ล่ามของบริษัทจัดหางานไปด้วย”

นางสวี่หมิงชุน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ไต้หวัน

๓. คาด จีดีพี ไต้หวันปีนี้ มีโอกาสโตทะลุเพดาน 5%

      นายก่งหมิงซิน ประธานสภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวัน ได้ประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของไต้หวันว่า เนื่องจากดัชนีต่าง ๆ ในช่วงที่ผ่านมาดีกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก ประกอบกับสัญญานบรรยากาศทางเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ จะยังคงเป็นสัญญาน “สีแดง” หมายถึงร้อนระอุอย่างต่อเนื่อง จึงคาดว่า จีดีพี ไต้หวันปีนี้มีโอกาสที่จะโตทะลุเพดาน 5%

        สถิติล่าสุดของสำนักบัญชีกลาง ไต้หวันได้ปรับประมาณการ จีดีพี ปีนี้ของไต้หวัน เมื่อเดือน ก.พ. ที่ 4.64% โดยในแต่ละไตรมาสจะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือ จีดีพี ที่ 6.2% 7.16% 3.19% และ 2.44% ตามลำดับ และหากปรับตัวเลขคาดการณ์ปีนี้เป็น 5% ก็จะทุบสถิติในรอบ 11 ปี หลังสึนามิทางเศรษฐกิจในปี 2011

นายก่งหมิงซิน ประธานสภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวัน 

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง