:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalชีพจรเศรษฐกิจ ประชุมระดับผู้นำเศรษฐกิจเอเปกนัดพิเศษ ไต้หวันย้ำจุดยืนกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้ทั่วถึงและยุติธรรม

  • 22 July, 2021
ชีพจรเศรษฐกิจ
การประชุมระดับผู้นำเศรษฐกิจเอเปก นัดพิเศษ ออนไลน์ ประจำปี 2021
ชีพจรเศรษฐกิจ
ชีพจรเศรษฐกิจ
นายมอริส จาง หรือ จาง จงโหม ผู้ก่อตั้ง TSMC ตัวแทนผู้นำไต้หวันเข้าร่วมประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปก นัดพิเศษ 2021
ชีพจรเศรษฐกิจ
แถลงข่าวหลังเสร็จสิ้นการประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปก นัดพิเศษออนไลน์ 2021
ชีพจรเศรษฐกิจ
ประกันโควิด-19 ในไต้หวัน จ่ายสินไหมแล้วกว่าครึ่งของเบี้ยประกันที่ได้รับ ในภาพผู้คนต่อคิวซื้อประกัน
ชีพจรเศรษฐกิจ
ชีพจรเศรษฐกิจ

๑. ไต้หวันร่วมประชุมระดับผู้นำเศรษฐกิจเอเปกนัดพิเศษออนไลน์ เรียกร้องวัคซีนต้องกระจายให้สมาชิกอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม จับมือประสานต้านโควิด-19

             เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา องค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิกหรือเอเปก ได้จัดการประชุมระดับผู้นำเศรษฐกิจเอเปกนัดพิเศษขึ้นในระบบออนไลน์ โดยในส่วนของไต้หวัน สาธารณรัฐจีน มีนายจางจงโหมว หรือนายมอริส จาง ผู้ก่อตั้ง ไต้หวันเซมิคอนดักเตอร์ (TSMC) ยักษ์ใหญ่ผู้ผลิตแผ่นชิประดับโลก เป็นตัวแทน ปธน. ไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวันเข้าร่วมการประชุมดังกล่าว ซึ่งนายจางฯ ได้กล่าวย้ำอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า ไต้หวันก็เหมือนกับประเทศสมาชิกเอเปกอื่น ๆ ที่ต้องการวัคซีนจำนวนมากโดยเร่งด่วน

              การประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปกนัดพิเศษออนไลน์จัดให้มีขึ้นอย่างไม่เป็นทางการโดยมีนิวซีแลนด์เป็นเจ้าภาพ โดยมีนายจางจงโหมว หรือมอริส จาง เป็นตัวแทน ปธน. ไช่อิงเหวิน เข้าร่วมการประชุมเป็นครั้งที่ 4

นายมอริส จาง หรือ จางจงโหมว ผู้ก่อตั้ง TSMC ไต้หวัน ตัวแทนผู้นำไต้หวันเข้าร่วมประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปกนัดพิเศษปีนี้ 

             นายจางได้กล่าวในการประชุมแบบปิดว่า ครั้งนี้เป็นการประชุมอย่างไม่เป็นทางการ ก็เพื่อร่วมกันพิจารณาความร่วมมือเพื่อให้ผ่านพ้นวิกฤตการณ์โควิด-19 และการเร่งพัฒนาเศรษฐกิจ หลังการระบาดอย่างไร

              นายจางฯ ย้ำว่า ไต้หวันสามารถป้องกันโควิด-19 ได้เป็นอย่างดี แม้จะเกิดการระบาดระลอกใหม่ แต่ตอนนี้เริ่มดีขึ้นแล้ว ซึ่งเขาเชื่อว่า ประสบการณ์และความรู้ที่ประเทศสมาชิกได้รับท่ามกลางกระบวนการป้องกันโรคของไต้หวันจะสามารถนำมาใช้ช่วยเหลือประเทศสมาชิกเอเปกได้เป็นอย่างดี และไต้หวันก็ยินดีที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่  ที่ผ่นมา ไต้หวันได้บริจาคอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่าง ๆ อาทิ หน้ากากอนามัยให้แก่ประเทศสมาชิกเอเปก ปัจจุบันก็ยินดีที่จะ แบ่งปันประสบการณ์ให้แก่สมาชิกอย่างเต็มที่

บรรยากาศการแถลงข่าว ณ ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน 

              พร้อมกันนี้ นายจางฯ​ ยังระบุอย่างชัดเจนว่า ไต้หวันยังต้องการความช่วยเหลือ ปัจจุบันการฉีดวัคซีนในไต้หวัน ยังมีอัตราการฉีดที่ครอบคลุมประชากรเพียง 20% เท่านั้น แม้สหรัฐฯ กับญี่ปุ่นจะร่วมกันบริจาควัคซีนให้แก่ไต้หวัน และภาคเอกชนก็ได้สั่งซื้ออีก 10 ล้านโดสแล้วก็ตาม แต่ก็ยังคงต้องการอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งต้องให้ได้รับมาในเร็ววันด้วย ในขณะที่ประเทศสมาชิกเอเปกอื่น ๆ ก็ต้องการความช่วยเหลือเช่นเดียวกัน ขอความช่วยเหลือจากสมาชิกอื่นที่สามารถผลิตและมีจำนวนวัคซีนเกินความต้องการของตน

             นอกจากนี้ นายจางฯ ยังระบุถึงหลังการระบาดผ่านพ้นไปก็จะเป็นช่วงแห่งการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ โดยเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกเอเปกพิจารณาผลักดันการค้าเสรีระหว่างกันและทั่วโลก บนพื้นฐานของ ความมั่นคงปลอดภัยแห่งชาติที่จำเป็นของตน

              นายจางฯ ย้ำว่า 70 ปีที่ผ่านมา การค้าเสรีได้ส่งผลให้เศรษฐกิจของประเทศสมาชิกเอเปกส่วนใหญ่พัฒนาไป อย่างรวดเร็ว การค้าเสรีเป็นเพียงอาวุธสำคัญที่ทำให้สมาชิกเอเปกได้เปรียบในการแข่งขันทางการค้าเท่านั้น ซึ่งเป็นวิธีการที่สมาชิกเอเปกจะได้รับสิทธิพิเศษทางการค้าเท่านั้น

             หลังการประชุม ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ได้ออกแถลงข่าวย้ำจุดยืนเกี่ยวกับการประชุมระดับ ผู้นำเศรษฐกิจเอเปกนัดพิเศษ ออนไลน์ ในครั้งนี้ย้ำว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ประเทศเจ้าภาพเพิ่มการประชุมนัดพิเศษ ในระบบออนไลน์ในช่วงกลางปี โดยไต้หวันมีนายจาง จงโหมว เป็นตัวแทนผู้นำไต้หวันเข้าร่วมการประชุม ซึ่งการประชุมเป็นไปโดยราบรื่น และประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี

            แถลงข่าวของทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวันระบุว่า คำแนะนำของทั้ง Kristalina Georgieva ประธานไอเอ็มเอฟ และ Michael Ryan ผู้อำนวยการโครงการสาธารณสุขเร่งด่วนองค์การอนามัยโลก ซึ่งเห็นว่า นโยบายวัคซีนได้กลายเป็นนโยบายเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของทั่วโลกในตอนนี้ จึงเรียกร้องให้ประเทศในเอเชียแปซิฟิกต้องมีการจัดสรรวัคซีนอย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว จึงจะสามารถช่วยเหลือให้ เศรษฐกิจโลกฟื้นตัวอย่างมีประสิทธิภาพ

            นอกจากนี้ ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ยังได้ระบุว่า การประชุมนัดพิเศษออนไลน์นี้ ยังได้รับรองแถลงการณ์ร่วมที่มีชื่อว่า “เอาชนะโรคระบาดและจับมือประสานฟื้นฟูเศรษฐกิจ (APEC Economic Leaders’Statement: Overcoming COVID-19 and Accelerating Economic Recovery ) ส่งเสริมให้ประเทศสมาชิกร่วมมือด้านการวินิจฉัยและรักษาโรคระบาด เร่งการจัดสรรวัคซีนอย่างยุติธรรม ขยายและแบ่งปันการผลิตวัคซีน สนับสนุนให้สร้างเครือข่ายการสนองวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ เร่งกระตุ้นการติดต่อแลกเปลี่ยนสินค้าและภาคบริการระหว่างกัน

           ในตอนท้ายของแถลงข่าว ทำเนียบประธานาธิบดีไต้หวัน ยังได้ขอบคุณนิวซีแลนด์ในฐานะเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปกปีนี้ ที่จัดการประชุมแบบปิดนัดพิเศษขึ้นท่ามกลางการระบาดของโควิด-19 เพื่ออาศัยความร่วมมือระดับภูมิภาคนำพาประเทศสมาชิกก้าวพ้นการระบาดของโรค ก้าวสู่การฟื้นตัวอย่างยั่งยืนร่วมกัน

การประชุมผู้นำเศรษฐกิจเอเปกนัดพิเศษ ออนไลน์ 

๒. ไต้หวันเล็งแจกคูปองกระตุ้นเศรษฐกิจหลังปลดล็อกมาตรการป้องกันระดับ 3

            ไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับการระบาดของโควิด-19 อย่างรุนแรงในช่วง 2 เดือนครึ่งที่ผ่านมา จนต้องใช้มาตรการป้องกันระดับ 3 หรือ “กึ่งล็อกดาวน์” ห้ามนั่งรับประทานอาหารในร้าน สถานที่สาธารณะหลายแห่งต้องปิดให้บริการ ทำให้ผู้ประกอบการได้รับความเดือดร้อน และผู้บริโภคก็ไม่ได้รับความสะดวก ซึ่งส่งผลต่อการบริโภคด้วย อย่างไรก็ดี ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ตัวเลขการติดเชื้อและสถานการณ์ต่าง ๆ เริ่มกระเตื้องขึ้น จึงมีเสียงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งเยียวยา และกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการแจกเงินหรือแจกคูปองกระตุ้นเศรษฐกิจเช่นเดียวกับช่วงกลางปีของปีที่แล้วที่รัฐบาลแจก “คูปอง 3 เท่า” แต่เนื่องจากในปีนี้มีความรุนแรงกว่าปีที่แล้วค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงเป็นที่คาดกันว่า คูปองกระตุ้นเศรษฐกิจคราวนี้น่าจะเริ่มนับจาก 3000 ของปีที่แล้ว ขยับขึ้นไปอีก อาจจะเป็น 5000 อย่างที่ผู้ว่าการนครไถหนานได้ออกมาเรียกร้องก็เป็นไปได้ แต่จะครอบคลุมถึงชาวต่างชาติหรือแรงงานข้ามชาติในไต้หวันหรือไม่ก็คงจะต้องติดตามและลุ้นกันต่อไป

คูปอง 3 เท่า ไต้หวัน ปีที่แล้ว อาจฟื้นคืนชีพอีกครั้งในปีนี้ 

๓.ประกันโควิด-19 ของยักษ์ใหญ่ประกันภัยไต้หวัน จ่ายสินไหมไปแล้วเกิน 1000 ล้าน เกินครึ่งของเบี้ยประกันที่ได้รับ

           ในช่วงการระบาดของโควิด-19 ปีครึ่งที่ผ่านมา บริษัทประกันชีวิตในไต้หวันต่างเสนอกรมธรรม์ประกันโควิด-19 ในรูปแบบหลากหลาย ทั้งการจ่ายสินไหมเมื่อถูกคำสั่งกักตัวสังเกตอาการ 14 วัน หรือตรวจพบว่าติดเชื้อโควิด-19 หรือเสียชีวิตจากโควิด-19 ซึ่งในช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากการระบาดระลอกใหม่ทำให้มีผู้ติดเชื้อในไต้หวันพุ่งทะลุเพดานไปเป็นเกือบ 16,000 ราย ผู้เสียชีวิตเกือบ 800 ราย ทำให้บริษัทประกันภัยในไต้หวันต้องจ่ายสินไหมทดแทนรวมทั้งสิ้นถึงเกินกว่า 1000 ล้านแล้ว หรือคิดเป็นเกินกว่า 50% ของเบี้ยประกันที่ได้รับ แต่ก็ยังมีการขายกรมธรรม์ในลักษณะนี้ต่อไปไม่หยุด เนื่องจากมั่นใจในการควบคุมดูแลการป้องกันของรัฐบาล ประกอบกับสถานการณ์ในตอนนี้ก็คลี่คลายลงไม่น้อย อย่างไรก็ดี เพื่อกระจายความเสี่ยงบริษัทประกันภัยในไต้หวันกำลังเร่งหาคู่ค้าเพื่อทำประกันซ้ำกับบริษัทประกันภัยอื่น ๆ

           สถิติของกรมการประกันภัยไต้หวันระบุว่า จนถึงวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา มีผู้เอาประกันโรคระบาดในไต้หวันถึง 7.89 ล้านกรมธรรม์ ยอดรวมเบี้ยประกันทั้งสิ้น 5.759 พันล้าน และได้จ่ายสินไหมไปแล้ว 1.6 หมื่นกรมธรรม์ ยอดรวมสินไหมทดแทน 1,250 ล้านเหรียญไต้หวัน

           กรมการประกันภัยไต้หวัน ระบุว่า บริษัทประกันภัยยักษ์ใหญ่อย่าง บริษัท TFMI ของไต้หวัน ขายกรมธรรม์ประกันโควิด-19 ได้กว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนกรมธรรม์ที่ขายในไต้หวันทั้งหมด ได้รับเบี้ยประกันแล้ว 1.913 พันล้าน แต่จ่ายสินไหมไปแล้ว 1.054 พันล้าน หรือเกินกว่าสินไหมที่จ่ายไปทั้งหมดของกรมธรรม์ที่ขายในไต้หวัน อย่างไรก็ดี บริษัทประกันภัยต่างๆ ก็ยังคงขายกรมธรรม์โควิดและกรมธรรม์ฉีดวัคซีนต่อไป เพื่อกระจายความเสี่ยงและให้หลักประกันแก่ผู้บริโภคที่อาจโชคไม่ดีเจอแจ๊กพอตติดเชื้อโควิด-19 หรือฉีดวัคซีนแล้วมีอาการแพ้ มีอาการข้างเคียงที่ไม่ประสงค์อย่างรุนแรง ถือเป็นการกระจายการเสี่ยงอย่างหนึ่ง

 

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง