:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalชีพจรเศรษฐกิจ ไต้หวันเร่งป้องกันการระบาดของ ASF

  • 09 September, 2021
ชีพจรเศรษฐกิจ
ไต้หวันสกัด ASF เต็มกำลัง ประชาสัมพันธ์การป้องกันเป็นภาษาไทย และภาษาอื่น ๆ อีกหลายภาษา
ชีพจรเศรษฐกิจ
แผนให้เงินช่วยเหลือหางานสำหรับผู้ทีจบการศึกษาใหม่ในปีการศึกษาระหว่างวันที่ 1-30 ก.ย. 2564 และต้องหางานให้ได้ก่อน 30 ก.ย.
ชีพจรเศรษฐกิจ
ชีพจรเศรษฐกิจ
นายเฉินจี๋จ้ง (ที่ 3 จากซ้าย) รมว. เกษตรไต้หวันลุยตรวจฟาร์มสุกร สกัด ASF

๑. ไต้หวันฝากความหวังไว้ที่คูปอง 5 เท่า ดัน GDP ทะลุเพดาน 6% ?

      เมื่อพูดถึงคูปอง 5 เท่า หลายคนคงจะนึกถึง “คูปอง 3 เท่า” ที่ไต้หวันแจกจ่ายให้แก่ประชาชนทุกคนคนละ 3000 แต่ประชาชนจะต้องควักเงินในกระเป๋าออกมาก่อน 1000 เหรียญ แลกกับคูปอง 3000 เหรียญ จึงเรียกว่า “คูปอง 3 เท่า” แต่คราวนี้ จะแจกฟรีเป็นคูปองมูลค่า 5000 เหรียญ เนื่องจากเรียกคำว่า คูปอง 5 เท่า จนเคยชิน จึงยังคงเรียกชื่อเดิม เพื่อไม่ให้เกิดความสับสน โดยจมีสองรูปแบบคือแบบกระดาษและแบบดิจิทัล โดยเริ่มเปิดให้ลงทะเบียนขอรับได้ตั้งแต่วันที่ 22 ก.ย. เป็นต้นไป แล้วรับคูปองได้ในช่วงต้นเดือน ต.ค. สามารถนำไปใช้จ่ายได้จนถึงสิ้นเดือน เม.ย. ปีหน้า ทั้งนี้ ก็เพื่อหวังผลให้เกิดการกระตุ้นการพัฒนาเศรษฐกิจหลังจากที่ซบเซามานานในช่วงของโควิด-19 กระตุ้นให้ผู้คนออกมาใช้จ่ายกันให้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังมีหน่วยงานต่าง ๆ ก็ช่วยกันคนไม้คนละมือ ออกคูปองประเภทต่าง ๆ อีก 8 ประเภท อาทิ คูปองกีฬ่า เอาไปซื้อเครื่องกีฬา ชมการแข่งขันกีฬา หรืออะไรที่เกี่ยวกับกีฬา คูปองสนุกกับศิลปะ เอาไปใช้จ่ายเกี่ยวกับการชมนิทรรศการ งานศิลปะ ค่าผ่านประตูต่าง ๆ คูปองเกษตร ใช้กับฟาร์มเกษตรเพื่อการท่องเที่ยว และซื้อสินค้าเกษตรต่าง ๆ คูปองเพื่อการท่องเที่ยว ใช้จ่ายเป็นค่าห้องพัก ค่าบัตรผ่านประตูสวนสนุกต่าง ๆ เป็นต้น

        ทั้งนี้ นายก่งหมิงซิน ประธานสภาพัฒนาแห่งชาติไต้หวัน ได้ตอบข้อซักถามที่ว่า สำนักบัญชีกลาง สภาบริหารไต้หวัน ได้ประมาณการตัวเลขการเติบโตทางเศรษฐกิจของไต้หวันในปีนี้ว่าจะอยู่ที่ประมาณ 5.88% โดยจะมาจากคูปอง 5 เท่า ที่ต้องใช้งบประมาณกว่า 1.1 แสนล้าน ดันจีดีพีอย่างน้อย 0.6% ว่า จะดันให้ตัวเลขนี้พุ่งขึ้นมากกว่านี้หรือไม่? ซึ่งเขามีความเห็นว่า เนื่องจากชาวบ้านจะนำคูปองเหล่านี้ไปใช้จ่าย ซื้อข้าวซื้อของเพื่อการบริโภค หรือใช้แทนเงินสดที่ตนต้องใช้จ่ายอยู่แล้ว จึงยากที่จะประมาณผลที่จะเกิดจากคูปอง 5 เท่านี้ได้ ซึ่งมีระยะเวลาในการใช้ถึง เม.ย. ปีหน้า เพราะฉะนั้น มันจึงจะมีผลต่อไตรมาส 4 ปีนี้ หรือไตรมาสแรกของปีหน้า คงต้องเฝ้าติดตามต่อไปก่อน จึงจะเป็นที่แน่ชัด หากส่งผลในไตรมาส 4 ก็มีโอกาสที่จีดีพีปีนี้จะพุ่งไปอยู่ที่ 6%

คูปอง 3 เท่าของปีที่แล้ว ปีนี้เพิ่มเป็นคูปอง 5 เท่า หวันดัน GDP พุ่งเป็น 6% 

      ๒. ไต้หวันคุมเข้มสกัดอหิวาต์แอฟริกาในสุกร (ASF) ห้ามใช้เศษอาหารเลี้ยงหมู

          สืบเนื่องจากกรณีที่ในช่วงที่ผ่านมา ไต้หวันตรวจพบเชื้ออหิวาต์แอฟริกาในสุกรหรือ ASF ในขนมไหว้พระจันทร์ที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเวียดนาม และมีการระดมกำลังตรวจหาเชื้อดังกล่าวในฟาร์มหมูทั่วประเทศ และสั่งห้ามใช้เศษอาหารตามบ้านมาเลี้ยงหมูในฟาร์มต่าง ๆ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 30 ก.ย. ศกนี้ ผู้ฝ่าฝืนจะมีโทษปรับ ทั้งนี้ การห้ามใช้เศษอาหารมาเลี้ยงหมูจะทำให้ผู้เลี้ยงหมูในไต้หวันมีต้นทุนสูงขึ้นมาก ดังนั้น รัฐบาลจึงได้เตรียมงบประมาณ 500 ล้านช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรในไต้หวัน ตัวละ 500 เหรียญไต้หวัน เพื่อสกัดการระบาดของโรคดังกล่าวให้ได้อย่างทันท่วงนี้ เนื่องจากอุตสาหกรรมเลี้ยงสุกรในไต้หวันมีมูลค่าในตลาดปีละหลายหมื่นล้าน

ขนมไหว้พระจันทร์เวียดนามลักลอบนำเข้า ตรวจพบเชื้อ ASF

          ไต้หวันพบเชื้อดังกล่าวในขนมไหว้พระจันทร์ลักลอบนำเข้าจากเวียดนามครั้งแรกเมื่อ 19 ส.ค. ที่ผ่านมา เนื่องจากเทศกาลไหว้พระจันทร์ก็ใกล้จะมาถึงแล้ว ทำให้มีความต้องการขนมไหว้พระจันทร์และผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์มากขึ้นมาก ศูนย์รับมือภัยพิบัติจากอหิวาต์แอฟริกาส่วนกลางของไต้หวันจึงไม่กล้าประมาท สั่งคุมเข้มมาตรการป้องกันแบบข้ามกระทรวงทันที

           นายเฉินจี๋จ้ง ประธานคณะกรรมการเกษตร ไต้หวัน หรือ รัฐมตรีว่าการกระทรวงเกษตรไต้หวัน ระบุว่า “เดิมทีฟาร์มสุกรเหล่านี้ได้ทำสัญญาว่าจ้างบริษัทเก็บเศษอาหารจากที่ต่าง ๆ เช่น บริษัทห้างร้านใหญ่ ๆ หรือตามร้านอาหารต่าง ๆ ซึ่งได้แจ้งให้บริษัทผู้ประกอบการจัดการเศษอาหารนึ่งหรือต้มให้สุกอีกครั้งจำนวน 676 แห่ง ไม่ต้องห่วงเรื่องสัญญา เพราะได้ประกาสไปแล้วว่า เนื่องจากต้องดำเนินมาตรการป้องกันโรค จะไม่ยอมให้ผู้เลี้ยงสุกรต้องเสียค่าปรับเพราะผิดสัญญา”

หมูยอเวียดนามที่ตรวจพบเชื้อ ASF 

 

๓. แรงงานไต้หวันได้เฮอีกแล้ว! กองทุนแรงงานทำกำไร 7 เดือนแรกถึง 3.2248 ล้าน หรือ 7.04%

            กรมบริหารกองทุนแรงงาน ไต้หวันเปิดสถิตล่าสุดจนถึงสิ้นเดือน  ก.ค. ที่ผ่านมา ปรากฎว่า ทำกำไรได้ถึง 322,480 ล้านเหรียญไต้หวัน หรือคิดเป็น 7.04% ทั้งนี้ กรมฯ วิเคราะห์ว่า เมื่อประเทศต่าง ๆ ระดมฉีดวัคซีนมากขึ้น ตลอดจนดันนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ กิจกรรมทางเศรษฐกิจก็ฟื้นตัวขึ้นเป็นลำดับ

             จนถึงสิ้นเดือน ก.ค. กองทุนแรงงานไต้หวันมีเม็ดเงินรวม 4.9554 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน ส่วนยอดกำไรรวมทั้งสิ้น 3.2248 แสนล้าน คิดเป็น 7.04%

             กรมบริหารกองทุนแรงงานวิเคราะห์ว่า เดือน ก.ค. ตลาดการเงินระส่ำระสาย เนื่องจากหลายประเทศในเอเชียได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิดระลอกใหม่ ทำให้โรงงานและท่าเรือในประเทศเหล่านี้ ตกอยู่นภาวะยากลำบาก จนกระทบต่อซัพพลายเชนทั่วโลก แต่เมื่อระดมฉีดวัคซีนและเสริมทัพด้วยนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ กิจกรรมทางเศรษฐกิจก็เริ่มฟื้นตัวขึ้น คุณหลิวลี่หยู รองอธิบดีกรมบริหารกองทุนระบุว่า “ก็เพราะการระบาดของโควิดเป็นระลอก ๆ และยังได้รับผลกระทบจากภูมิรัฐศาสตร์การเมืองอีกด้วย ดังนั้น การกระเพื่อมของตลาดจึงยากที่จะหลีกเลี่ยงได้”

              สถิติที่ผ่านมาของกองทุนเกษียนแรงงาน ในระบบใหม่ทำกำไร 6.99% ระบบเก่า 8.22% ส่วนกองทุนประกันภัยแรงงานทำกำไร 7.25% ส่วนกองทุนประกันการมีงานทำ ประกันอุบัติเหตุจากการทำงานและสำรองจ่ายกรณีค้างจ่ายเงินเดือน ได้กำไร 0.42% และ 3.45% ตามลำดับ ส่วนกองทุนบำนาญประชาชนก็ทำกำไร 7.27% และกองทุนประกันภัยเกษตร 0.87%

โลโก้กรมบริหารกองทุนแรงงาน 

๔. เฟรชชี่ได้เฮ! แจกเงินอุดหนุนหางานให้นักศึกษาจบใหม่

            เพื่อลดแรงกดดันของบรรดานักศึกษาจบใหม่ กระทรวงแรงงานไต้หวันจึงดันแผนอุดหนุนการหางานทำของนักศึกษาจบใหม่ ธนาคารทรัพยากรมนุษย์ได้สำรวจความคิดเห็นของนักศึกษาจบใหม่ พบว่า นักศึกษาจบใหม่สูงถึง 74.6% มีความรู้สึกว่า มาตรการดังกล่าวช่วยลดแรงกดดันได้ไม่น้อย และหากได้รับเงินช่วยเหลือสูงสุด 3 หมื่น ก็จะมีถึง 66.7% บอกว่า จะทำให้ต้องพยายามส่งเรซูเม่สมัครงานอย่างกระตือรือร้นมากยิ่งขึ้น

           เว็บไซต์หางาน yes123 ได้รับคืนแบบสำรวจคืนมา 1216 ฉบับ จากนักศึกษาจบใหม่และเยาวชนที่เพิ่งปลดประจำการจากการเป็นทหารเกณฑ์ ซึ่งพบว่า มีอยู่ 32.2% กำลังหางานหรือทำงานแล้ว แต่สัดส่วนต่ำกว่าระยะเดียวกันของปีที่แล้ว ที่อยู่ที่ 40.9% กลายเป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบ 8 ปี นอกจากนี้ ยังพบว่า 67% ของนักศึกษาจบใหม่ได้รับแรงกดดันจากครอบครัวในการหางานทำ และมีสูงถึง 92% ระบุว่า ในช่วงหางานทำมีแรงกดดันทางเศรษฐกิจพอสมควร และรู้สึกทุกข์ใจจถึง 74 คะแนน สูงสุดในรอบ 8 ปี เช่นเดียวกัน

            แผนอุดหนุนเฟรชชี่หางานทำของกระทรวงแรงงาน ไต้หวัน โดยให้เงินอุดหนุนเดือนละ 1 หมื่น รวม 3 เดือน 3 หมื่น ทำให้เฟรชชี่ 74.6% รู้สึกว่าแรงกดดันได้รับการผ่อนคลายลงไม่น้อย

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง