:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalชีพจรเศรษฐกิจ ผู้นำไต้หวันยอมรับการเช้าเป็นสมาชิก CPTPP ของไต้หวัน มีประเด็นการเมืองเป็นอุปสรรค

  • 07 October, 2021
ชีพจรเศรษฐกิจ
ไต้หวันสมัครเข้าเป็นสมาชิก CPTPP จับมือ 11 ประเทศสมาชิก ผนึกกำลังพัฒนาเศรษฐกิจ

๑. หนทางสู่ CPTPPของไต้หวันมิได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ

        หลังจากที่ไต้หวันได้ยื่นใบสมัครขอเข้าเป็นสมาชิกความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศที่เรียกว่า CPTPPย่อมาจากคำว่า Comprehensive and Progressive Agreement for Trans-Pacific Partnership เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ที่ผ่านมา ปรากฎว่ามีการกล่าวถึงความพร้อมของไต้หวัน อุปสรรค และการเตรียมการรับมือของรัฐบาลต่อผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลังเข้าเป็นสมาชิกองค์กรดังกล่าว ในขณะที่จีนได้แสดงท่าทีไม่เห็นด้วยที่จะให้ไต้หวันเข้าเป็นสมาชิก แม้ไต้หวันจะใช้ชื่อเดียวกับที่ใช้ในการสมัครเข้าเป็นสมาชิก WTO โดยระบุว่า รูปแบบ WTO มิใช่ตัวอย่างที่จะต้องนำมาปฏิบัติเสมอไป หากไต้หวันต้องการเข้าร่วมก็ต้องเป็นไปตามหลักการจีนเดียว  ส่วนคณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ หรือ MAC ได้ตอบโต้ว่า เรื่องนี้ประเทศอื่นไม่มีสิทธิที่จะเข้ามาก้าวก่าย ในขณะที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประธานในปีนี้ ได้แสดงความยินดีต้อนรับที่ไต้หวันจะเข้าเป็นสมาชิก

        ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน ได้ยอมรับว่า การเข้าเป็นสมาชิก CPTPP ของไต้หวัน มิใช่ประเด็นเศรษฐกิจล้วน ๆ แต่มีประเด็นการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย จึงได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไต้หวันต้องเร่งขจัดอุปสรรคทางการเมืองเหล่านี้ออกไปให้หมด และเมื่อไต้หวันต้องเผชิญหน้ากับการขัดขวางจากจีน ไต้หวันจะต้องพยายามสร้างพันธมิตรกับประเทศสมาชิกเพื่อร่วมกันแก้ปัญหาอุปสรรคต่าง ๆ
        ทั้งนี้ นางจูฟ่งเหลียน โฆษกสำนักงานกิจการไต้หวันของจีน ได้ประกาศจุดยืนของจีนว่า จีนมีจุดยืนคัดค้านการเข้าร่วมความตกลงการค้าเสรีที่มีลักษณะเป็นทางการทุกรูปแบบ ส่วนรูปแบบที่ไต้หวันเข้าเป็นสมาชิก WTO ในฐานะเขตศุลกากรอิสระนั้น ไม่ใช่แบบอย่างที่จะต้องถือปฏิบัติในการเข้าร่วมเขตการค้าเสรีในภูมิภาคหรือจัดทำความตกลงการค้าเสรีแบบทวิภาคีของไต้หวัน นอกจากนี้ นางฯ ยังย้ำ “หลักการจีนเดียว” โลกนี้มีจีนเดียว ไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของประเทศจีนที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ การเข้าร่วมความร่วมมือทางการค้าในภูมิภาคของไต้หวันจะต้องเป็นไปภายใต้หลักการจีนเดียว อย่างไรก็ดี คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ หรือ MAC ของไต้หวัน ได้ตอบโต้ว่า จีนอาศัยความเข้มแข็งของตนมารังแกผู้อ่อนแอกว่า ไม่ยอมรับกฎระเบียบขององค์กรระหว่างประเทศ

ประธานาธิบดีไช่อิงเหวิน ผู้นำไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

๒. ไต้หวันงัดไม้เด็ดป้องกันเทคโนโลยีรั่วไหลไปจีน

        เพื่อป้องกันอุตสาหกรรมแลแทคโนโลยีของไต้หวันรั่วไหลออกไปอย่างผิดกฎหมาย คณะกรรมการกิจการจีนแผ่นดินใหญ่ หรือ MAC ไต้หวัน เปิดเผยว่า ได้แก้ไขกฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวันในส่วนของมาตรา 9 และมาตรา 91 เสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องที่กฎหมายกำหนดไว้เดินทางไปจีนโดยไม่ได้รับอนุญาต จะมีโทษปรับสูงสุดไม่เกิน 10 ล้านเหรียญไต้หวัน

        MAC เปิดเผยว่า การแก้ไขกฎหมายในครั้งนี้ เป็นการแก้กฎหมายในส่วนของการวางกรอบห้ามเดินทางไปจีนของเจ้าหน้าที่หน่วยงาน องค์กร นิติบุคคล ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีที่เป็นหัวใจของชาติ และได้รับเงินสนับสนุนหรือได้รับมอบการดำเนินการจากรัฐบาลในระดับที่แน่นอน ซึ่ง MAC ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในส่วนของผู้ที่ไม่ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาล หรือได้รับมอบหมายจากรัฐบบาลไม่ถึงระดับที่กำหนดไว้ จะไม่ถูกจำกัดการเดินทางไปจีนแต่อย่างใด

        นอกจากนี้ MAC ยังชี้แจงเพิ่มเติมว่า สาระอย่างเป็นรูปธรรมของมาตรฐานและเทคโนโลยี่หัวใจของชาติ เกี่ยวข้องกับเทคนิคที่เป็นความรู้เฉพาะด้าน ดังนั้น ร่างแก้ไขในมาตราที่ 9 จึงมอบให้กระทรวงเทคโนโลยีปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดมาตรฐาน โดยรัฐบาลจะพิจารณาเรื่องนี้ด้วยความรอบคอบ รวมทั้งวางกรอบที่เหมาะสม

        ผู้ละเมิดร่างแก้ไขมาตรา 91 กฎหมายว่าด้วยความสัมพันธ์ระหว่างช่องแคบไต้หวัน ได้กำหนดโทษของผู้ละเมิดไว้ว่า จะมีโทษปรับ 2-10 ล้านเหรียญไต้หวัน หากละเมิดไม่แจ้งการกลับมาไต้หวัน หน่วยงานที่บุคคลลผู้นั้นทำงานเดิม หรือหน่วยงานที่มอบหมายงานให้ทำหรือหน่วยงานที่ให้เงินช่วยเหลือจะมีโทษปรับ 20,000 เหรียญไต้หวันขึ้นไป แต่ไม่เกิน 1 แสนเหรียญไต้หวัน ซึ่งจะต้องมีการพิจารณากันอย่างละเอียดรอบคอบในกรณีที่เกิดการกระทำผิดขึ้น

๓. IMD จัดไต้หวันอยู่ใน 10 อันดับแรก ประเทศที่มีศักยภาพด้านดิจิทัลโลก

        International Institute for Management Development (IMD) ของสวิตเซอร์แลนด์ ได้ประกาศการจัดอันดับประเทศที่มีศักยภาพด้านดิจิทัลของโลก ประจำปี 2021 โดยจัดให้ไต้หวันอยู่ใน 10 อันดับแรกเป็นครั้งแรก รองจาก สหรัฐฯ ฮ่องกง สวีเดน เดนมาร์ก สิงคโปร์ สวิตเซอร์แลนด์ เนเธอร์แลนด์ ตามลำดับ โดยไต้หวันอยู่ในอันดับที่ 8  ส่วนนอร์เวย์ และสหรัฐอาหรับอิมิเรสต์ อยู่ในอันดับ 9 และ 10 ตามลำดับเช่นเดียวกัน

        รายงานข่าวระบุว่า IMD ประเมินการจัดอันดับจากดัชนี 3 ตัว ได้แก่ Knowledge ความรู้  Technology เทคโนโลยี และ Future readiness ความพร้อมสู่อนาคต โดยจัดให้ไต้หวันอยู่ในอันดับ 2 ของโลก ด้านเทคโนโลยี ส่วนในด้านความพร้อมสู่อนาคตของไต้หวันจัดอยู่ในอันดับ 7 ของโลก

        นอกจากนี้ ยังได้ประเมินดัชนีรอง 9 ประเภท กับดัชนีย่อยอีก 52 รายการ โดยไต้หวันคว้าแชมป์ทางด้าน “กำลังแรงงานวิจัยเฉลี่ยทั่วปรเทศ” “จำนวนผู้ใช้บริการบอร์ดแบนด์ และ “สัดส่วนของทุนไอทีในตลาดหุ้นต่อจีดีพี”

        ส่วนดัชนีของไต้หวันที่ถูกจัดอยู่ใน 5 อันดับแรกของโลก ได้แก่ “ความไวของบริษัท” “การประยุกต์ใช้และวิเคราะห์บิ๊กดาต้าของภาคธุรกิจ” “ความไวต่อโอกาสและภัยคุกคามของภาคธุรกิจ” “ความแพร่หลายของโทรศัพท์มือถืออัจฉริยะ” และ “ท่าทีต่อโลกาภิวัฒน์ของประชาชนและสังคม”ของปฏิกิริยา

๔. รัฐบาลเตรียมแผนช่วยผู้ประกอบการเดือดร้อนจาการปรับเพิ่มค่าจ้างขั้นต่ำ

        การปรับเพิ่มค่าขั้นต่ำของไต้หวันมีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้ หรืออาจจะกล่าวได้ว่า ต้องมีการปรับขึ้นอย่างแน่นอน ประเด็นอยู่ที่ว่า จะปรับเพิ่มขึ้นเท่าใดเท่านั้น แม้ประธานหอการค้าไต้หวันจะออกมาคัดค้าน และเกรงว่าจะส่งผลให้อัตราการว่างงานพุ่งสูงขึ้น เนื่องจากนายจ้างไม่อาจแบกรับภาระเหล่านี้ได้ อย่างไรก็ดี กระทรวงแรงงานไต้หวัน ซึ่งเป็นผู้ผลักดันและตัวตั้งตัวตีในการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในคราวนี้ ระบุชัดว่า การปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำขึ้นอยู่กับการพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณาค่าจ้างขั้นต่ำที่ประกอบด้วยตัวแทนจากลูกจ้าง นายจ้าง รัฐบาลและผู้เชี่ยวชาญ แต่ก็ยืนยันว่าจะต้องมีการปรับเพิ่มขึ้นแน่ เพียงแต่ว่าจะมีการปรับเพิ่มเท่าใด คาดว่าน่าจะอยู่ที่ประมาณ 6-8% ซึ่งอาจสร้างภาระให้แก่นายจ้างมากขึ้น  ดังนั้น กรทะรวงแรงงานไต้หวันจึงได้เตรียมแผนการให้ความช่วยเหลือนายจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ โดยจะเป็นรูปเป็นร่างภายในวันที่ 8 ต.ค. นี้ ทั้งนี้ นักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญได้แสดงความวิตกว่า การให้เงินช่วยเหลือผู้ประกอบการหรือเลื่อนการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ ซึ่งในไต้หวันก็เคยทำมาแล้ว ในปี 2007 โดยให้เงินช่วยเหลือผู้ประกอบการเป็นเวลา 1 ปี รวมถึงการเลื่อนการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำด้วย เนื่องในปีนั้น เป็นปีที่มีการปรับค่าจ้างขั้นต่ำครั้งแรกในรอบ 10 ปี จาก15840 เป็น 17280 เหรียญไต้หวัน/เดือน และค่าแรงรายชั่วโมงก็ปรับขึ้นจากชั่วโมงละ 66 เป็น 95 เหรียญไต้หวัน ทำให้นายจ้างไม่พอใจ รัฐบาลจึงเสนอนโยบายให้เงินช่วยเหลือนายจ้าง ชั่วโมงละ 10 เหรียญไต้หวัน สำหรับผู้ที่ทำงานรายชั่วโมงไม่เกินสัปดาห์ละ 30 ชม. เป็นลูกจ้างในกิจการภาคบริการ อาทิ ฟาสต์ฟู้ดส์ โรงแรม ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร ภัตตาคาร ร้านเครื่องดื่ม ไฮเปอร์มาร์เก็ต ซุปเปอร์มาร์เก็ต ร้านสะดวกซื้อ และปั้มน้ำมัน เป็นต้น โดยนายจ้างเป็นผู้ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือจากรัฐบาล

๕. ผู้นำไต้หวันมั่นใจคูปอง 5 เท่า กระตุ้นเศรษฐกิจไต้หวันได้อย่างได้ผล แต่ยังต้องเสริมมาตรการป้องกันตนเองต่อเนื่อง

         นอกจากนี้ สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เริ่มชลอตัวลง คูปองกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 เท่า ก็กำลังจะแจกจ่ายให้แก่ประชาชน ผู้นำไต้หวันจึงได้ชี้ว่า ในช่วงไม่กี่วันมานี้สถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เริ่มชลอตัวลง วัคซีนก็เริ่มฉีดได้มากขึ้น มีอัตราการฉีดครอบคลุมประชากรแล้วถึงเกินกว่า 50% เมื่อสถานการณ์การระบาดได้รับการควบคุมได้แล้ว ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคระบาดก็ได้ผ่อนปรนมาตรการต่าง ๆ มากขึ้น แต่ตนก็ต้องเตือนประชาชนทุกท่านว่า การระบาดของโรคอาจเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้น จึงยังต้องสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือเป็นประจำ เพราะต้องควบคุมการระบาดให้ได้ การกระตุ้นเศรษฐกิจจึงจะกระตุ้นได้อย่างได้ผล

        ผู้นำไต้หวันระบุอีกว่า คูปองกระตุ้นเศรษฐกิจ 5 เท่า เริ่มเปิดให้ลงทะเบียนแล้วเมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นการใช้แบบดิจิทัลหรือแบบกระดาษ มีความกระตือรือร้นมาก คูปองกระตุ้นเศรษฐกิจใช้ได้เหมือนกับเงินสด ทั้งส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ต่างออกคูปองเสริมอีกเป็นจำนวนมาก ซึ่งตนก็ได้พยายามขอให้ภาคเอกชนช่วยกันในเรื่องนี้ให้มาก รัฐบาลจับมือกับภาคเอกชนกระตุ้นอุปสงค์ภายในให้ฟื้นตัวขึ้น

       ทั้งนี้ มีรายงานข่าวระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคดีพีพีบางส่วนเห็นว่า “คูปองท่องเที่ยว” ของกระทรวงคมนาคมได้รับความนิยมมากที่สุด การแจกเพียง 1.2 ล้านรายคงไม่พอ จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพิ่มโควต้าในส่วนนี้ให้มากขึ้น นายหวงหมิ่นต๋า รัฐมนตรีประจำสภาบริหารไต้หวันก็รับปากว่าจะพยายามประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและหาช่องทาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องหาแหล่งงบประมาณเพื่อมาผลักดันโครงการดังกล่าว

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง