:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๕

  • 17 February, 2022
ชีพจรเศรษฐกิจ
คู่บ่าวสาวไต้หวันเสปกฝ่ายตรงข้ามต้องมีเงินเดือนรวมกับตนอย่างน้อย 1 แสนเหรียญไต้หวัน/เดือน
ชีพจรเศรษฐกิจ
กองทัพรัสเซียจ่อชายแดนยูเครน-รัสเซีย ทำสถานการณ์ตึงเครียด
ชีพจรเศรษฐกิจ

      ๑. ราคาสินค้าสำคัญพุ่งสูงสุดในรอบ 13 ปี ทะลุเพดาน 2%

      สำนักบัญชีกลางไต้หวัน ได้ประกาศข้อมูลเกี่ยวกับดัชนีสินค้าผู้บริโภคหรือ CPI ประจำเดือนมกราคม 2565 ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อปี 2.84% ทะลุเพดานที่รัฐบาลตั้งไว้ต่อเนื่องคือ 2% อย่างไรก็ดีเมื่อตัดปัจจัยของสินค้าสำคัญ ๆ อย่างพืช ผัก ผลไม้ และพลังงานออกไปแล้ว CPIก็ยังสูงถึง 2.42% ทุบสถิติในรอบ 13 ปี สำนักบัญชีกลางไต้หวันระบุว่า แม้ดัชนีราคาสินค้าขายส่งสินค้าที่สำคัญต่อปีจะเริ่มชะลอตัวลงบ้าง แต่ก็ยังคงอยู่ในระดับค่อข้างสูง ส่งผลให้ราคาสินค้าในประเทศมีแรงกดดันทำให้ราคาพุ่งสูงขึ้น

      สำนักบัญชีกลางไต้หวันระบุว่า การขยายตัวของ CPI เดือน ม.ค. ค่อนข้างสูง นอกจากเกิดจากปัจจัยตรุษจีนแล้ว ยังมีปัจจัยจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ค่าบริการบางประเภท อย่างค่าจ้างแม่นม ค่าใช้จ่ายการท่องเที่ยว ค่าที่พัก ค่าแท็กซี่ ก็มีการปรับตัวสูงขึ้นตามฤดูกาลของช่วงตรุษจีน ตลอดจนราคาสินค้าผลิตภัณฑ์ปลาและเนื้อสัตว์ก็มีราคาค่อนข้างสูง ประกอบกับปัจจัยจากการขึ้นราคาของไข่ ผลไม้ อาหารนอกบ้าน บัตรโดยสารเครื่องบิน ค่าเช่าบ้านและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในครัวเรือน

       เมื่อวิเคราะห์แบบเจาะลึกแล้ว ค่าอาหารนอกบ้านปรับเพิ่มขึ้น 3.87% ปรับสูงสุดในรอบ 84 เดือน และสูงสุดในรอบ 7 ปี ซึ่งคาดว่า ในไตรมาส 2 การปรับขึ้นราคาอาหารนอกบ้านจะเริ่มอ่อนตัวลง ส่วนราคาสินค้า 17 ชนิด ที่คณะทำงานรักษาระดับราคาสินค้าของสภาบริหารจับตาอยู่ในตอนนี้ เดือน ม.ค. ก็ปรับเพิ่มขึ้น 2.93% โดยไข่ไก่ปรับราคาขึ้นถึง 18.38% สูงที่สุด และทุบสถิติในรอบ 34 เดือน ขนมปัง 4.4% สูงสุดในรอบ 43 เดือน และทุบสถิติดในรอบ 3 ปีเศษที่ผ่านมาทั้งสองรายการ นอกจากนี้ เมื่อตัดปัจจัยราคาสินค้าสำคัญอย่างพืชผักผลไม้ และพลังงานก็ยังทำให้ CPI ปรับตัวสูงขึ้น 2.42% สูงสุดในรอบ 13 เดือน คุณฉาวจื้อหง ผู้เชี่ยวชาญสำนักบัญชีกลาง ไต้หวัน ระบุว่า “CPI ของสินค้าสำคัญปรับเพิ่มขึ้น 2.42% สูงสุดตั้งแต่ปี 2009 อย่างไรก็ดี ที่สำคัญเป็นผลมาจากปัจจัยของตรุษจีนที่ปีนี้ต่างจากปีที่แล้ว และเมื่อหักปัจจัยที่มีการขึ้นราคาค่าบริการในช่วงตรุษจีนตามธรรมเนียม สินค้าสำคัญก็ปรับเพิ่มขึ้นเพียง2% เท่านั้น ส่วน ก็จะปรับเพิ่มขึ้น 2.5% ซึ่งทั้งสองตัวก็สูงกว่า 2% ทั้งสิ้น”

๒. มาตรการอุดหนุนขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเดือนเดียวมีผู้ยื่นขอแล้วนับหมื่นราย

      ไต้หวันเริ่มปรับค่าจ้างขั้นต่ำมาตั้งแต่วันขึ้นปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายให้ความช่วยเหลือและอุดหนุนผู้ประกอบการที่อาจได้รับผลกระทบจากมาตรการนี้ โดยจะให้เงินช่วยเหลือส่วนต่างที่เกิดขึ้นรวม 3 เดือน จนถึงสิ้นเดือน มี.ค.  ซึ่งจนถึงตอนนี้มีนายจ้างยื่นขอรับเงินอุดหนุนแล้วจำนวน 10,138 ราย ซึ่งกระทรวงเศรษฐการระบุว่า มาตรการอุดหนุนนี้จะหมดอายุในวันที่ 31 มี.ค. และจะทะยอยจ่ายเป็นรายเดือน รวม 3 ครั้ง ครั้งสุดท้ายในช่วงปลายเดือน มี.ค. มาตรฐานของการคำนวนจำนวนผู้มีสิทธิรับเงินอุดหนุนนี้จะดูจากยอดผู้เอาประกันแรงงาน ณ วันที่ 31 ต.ค. ปีที่แล้ว

        ทั้งนี้ ไต้หวันได้ปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็น 25,250 เหรียญไต้หวัน/เดือน ค่าจ้างรายชั่วโมงเป็น168 เหรียญไต้หวัน/ช.ม. หรือปรับเพิ่มขึ้นถึง 5.21% อย่างไรก็ดี กิจการที่สนองความต้องการของตลาดในประเทศอาทิ ภาคเกษตร และภาคบริการ ได้รับความเสียหายจากโควิด-19 กระทรวงเศรษฐการไต้หวันได้เตือนว่า ผู้ประกอบการที่มีผลประกอบการในช่วงเดือน ก.ย. และ ต.ค. ปีที่แล้ว ลดลง 20% มีสิทธิยื่นขอรับเงินอุดหนุนดังกล่าวได้ เพื่อลดแรงกดดันจากต้นทุนค่าแรงที่เพิ่มขึ้นและเริ่มรับคำร้องตั้งแต่ 17 ม.ค.

         กรมการค้าไต้หวันเปิดเผยว่า การคำนวนเงินอุดหนุนจะคำนวนจำนวนลูกจ้างที่เอาประกันภัยแรงงานจนถึงวันที่ 31 ต.ค. ปีที่แล้ว เงินอุดหนุนครั้งแรกจะโอนเข้าบัญชีเมื่อมีการตรวจสอบจำนวนลูกจ้างในเดือน ม.ค. และ ก.พ. ซึ่งคาดว่าจะสามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ในราวปลายเดือน มี.ค.

          การให้เงินอุดหนุนค่าจ้างขั้นต่ำจะพิจารณาจากค่าจ้างขั้นต่ำ 25,200 เหรียญไต้หวัน/เดือน พิจารณาจำนนวลูกจ้างเพื่อให้เงินอุดหนุนลูกจ้างคนละ 1000 เหรียญไต้หวัน/คน/เดือน หากเอาประกันภัยแรงงานเพียง 24,000 เหรียญไต้หวัน ก็จะได้รับเงินอุดหนุนเดือนละ 560 เหรียญไต้หวัน/คน ทั้งนี้คาดว่าต้องใช้เงินงบประมาณ 3.5 พันล้านเหรียญไต้หวัน  

๓. เจ้าบ่าวกับเจ้าสาว ควรมีเงินเดือน ๆ ละเท่าไหร? จึงจะยอมแต่งงาน

      ราคาบ้านพุ่งสูงขึ้น วัยรุ่นไม่ยอมแต่งงานไม่อยากมีบุตร ถ้างั้นเงินเดือนเท่าไร?จึงจะยอมแต่งงาน ธนาคารทรัพยากรมนุษย์ไต้หวันได้ประกาศผลการสำรวจรายการหนึ่งพบว่า ผู้ชายวัยทำงานที่ยังไม่ได้สมรสต้องการให้ภรรยาในอนาคตของตนมีเงินเดือนเท่าไร? ซึ่งได้คำตอบว่าต้องอยู่ที่ประมาณ 4.8 หมื่นเหรียญไต้หวัน ส่วนหญิงวัยทำงานต้องการให้สามีในอนาคตมีเงินเดือนอยู้ที่ 5.6 เหรียญไต้หวัน

      เว็บไซต์ yes123 ได้รับแบบสอบถามกลับคืนมาจำนวน 1218 ชุด เป็นการสำรวจผู้มีอายุ 20 ปีขึ้นไป แต่ไม่เกิน 40 ปี ซึ่งพบว่า ชายวัยทำงานต้องการภรรยาในอนาคตของตนควรมีเงินเดือนอย่างน้อย 4.8 หมื่นเหรียญไต้หวัน ส่วยหญิงวัยทำงานก็คาดหวังว่าสามีในอนาคตของตน ควรมีเงินเดือน 5.6 หมื่นเหรียญไต้หวัน/เดือน ในจำนนนี้มีอยู่ 12.1% ที่ต้องการคู่ครองในอนาคตของตนมีเงินเดือน 8 หมื่นเหรียญไต้หวันขึ้นไป

      คุณหยางจงปิน โฆษก yes123 วิเคราะห์ว่า หากนำเอาเงินเดือนของทั้งสองส่วนมารวมกันก็จะอยู่ที่ประมาณ 1.04 แสนเหรียญไต้หวัน ทำให้เห็นว่าเยาวชนในปจจุบันปรารถนาที่ครอบครัวของตนต้องมีรายได้เดือนละ 1 แสนขึ้นไป เขาบอกว่า “หากอยู่ในสภาพเงินเดือนต่ำต่อไปและไม่ขึ้นค่าจ้างมาอย่างต่อเนื่องในระยะยาว แม้จะมีตัวเลขในใจอยู่แล้ว แต่ก็จะมีแรงกดดันไม่น้อย ทำให้วัยทำงานต้องเผชิญกับความเป็นจริง อาจจะเลือกที่จะไม่มีบุตรหรือไม่แต่งงานและไม่มีบุตรได้”

      ส่วนอาชีพของคู่สมรสในอุดมคติ 3 อันดับแรกของผู้ชาย ได้แก่ ข้าราชการ ครูหรืออาจารย์ในมหาวิทยาลัย และพนักงานในสถาบันการเงิน ส่วนคู่สมรสในอุดมคติของผู้หญิง3 อันดับแรก ได้แก่ วิศวกร เจ้าของบ้านเช่า และพนักงานในสถาบันการเงิน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง