:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๒๑ เมษายน ๒๕๖๕

  • 21 April, 2022
ชีพจรเศรษฐกิจ
ไต้หวันเปิดตัวสหพันธ์ผู้ประกอบการกาแฟไต้หวัน นำกาแฟไต้หวันก้าวสู่ตลาดโลก
ชีพจรเศรษฐกิจ
หลายประเทศประสบภาวะเงินเฟ้อ ทำค่าแรงที่เพิ่มขึ้นเหมือนกับไม่ได้ขึ้นค่าจ้างหรือได้ค่าจ้างลดลง
ชีพจรเศรษฐกิจ
เหตุการณ์ความวุ่นวายในเซี่ยงไฮ้ ช่วงล็อกดาวน์

๑. รมว. ศก. ไต้หวันระบุผู้ประกอบการไต้หวันในจีนรับมือล็อกดาวน์ด้วย 3 วิธี

      สืบเนื่องจากสถานการณ์โควิด19 ในจีนยังคงระอุต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เซี่ยงไฮ้ จนต้องมีการล็อกดาวน์ สั่งปิดโรงงานต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อการประกอบการของโรงงานไต้หวันในเซี่ยงไฮ้จำนวนนับร้อยแห่ง นางหวาง เม่ยฮัว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการไต้หวันได้ตอบข้อซักถามเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า แม้โรงงานจะเป็นสายการผลิตแบบปิดในโรงงาน แต่ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากระบบโลจิสติกส์กล่าวโดยรวมแล้วก็คือ ตอนนี้ผู้ประกอบการไต้หวันส่วนใหญ่อาศัยสินค้าในสต๊อก ย้ายสายการผลิต หรือปิดโรงงานมารับมือกับเหตุการณ์เหล่านี้ แต่หากมีการปิดโรงงานจริงก็จะส่งผลต่อกำหนดการส่งมอบสินค้า จนกระทบห่วงโซ่อุปทาน

      สถานการณ์โควิด19 ในจีนระอุต่อเนื่อง จำนวนผู้ติดเชื้อพุ่งเกิน 2 หมื่นติดต่อกันหลายวัน บางวันทะลุ 3 หมื่นด้วย และเนื่องจากจีนตั้งเป้าหมายต้องเป็น 0 อย่างเข้มงวด เซี่ยงไฮ้ คุนซาน กว่างโจว ต่างใช้วิธีการล็อกดาวน์ ทำให้โรงงานไต้หวันในจีนได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง นางหวางเม่ยฮัว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐการ ไต้หวันได้ตอบข้อซักถามของ ส.ส. ในคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจ สภานิดิบัญญัติว่า กานระบาดรุนแรงต่อเนื่อง ยิ่งทำให้โรงงานได้รับผลกระทบมากขึ้น แม้บางส่วนจะใช้วิธีบริหารโรงงานแบบปิด แต่ก็ได้รับผลกระทบจากระบบการขนส่งสินค้าภายนอก

      นางหวางฯ ระบุว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการไต้หวันมี 3 วิธีการในการรับมือกับสถานการณ์โควิด19 ได้แก่ ใช้สินค้าที่เหลือในสต๊อก ย้ายสายการผลิต หรือปิดโรงงานไปเลย นางหวางฯ รุบว่า “ประการแรกคือผู้ประกอบการไต้หวันยังมีสามารถผลิตสินค้าได้ จึงใช้ที่ยังมีอยู่มาผลิตต่อหรือย้ายสายการผลิตไปยังสถานที่อื่น ๆ หรืออีกอย่างหนึ่งก็คือตอนนี้นอกฤดูผลิต เพราะฉะนั้น ของที่เหลือในสต๊อกยังพอผลิตสินค้าได้ พอรับมือได้ ส่วนที่ไม่สามารถผลิตต่อไปได้ ก็จำเป็นต้องเลื่อนการส่งมอบสินค้าออกไป”

นางหวางเม่ยฮัว รมว. เศรษฐการ ไต้หวัน 

      ท่าน รมว. เศรษฐการย้ำว่า หากโรงงานเลื่อนส่งมอบสินค้า ก็จะส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานอย่างแน่นอน และจากการสะท้อนของผู้ประกอบการ หากเป็นระยะสั้น ก็จะส่งผลกระทบไม่มาก แต่หากยืดเยื้อออกไป ก็ต้องให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ความวุ่นวายที่เซี่ยงไฮ้ ในช่วงล็อกดาวน์ 

๒. ขึ้นเงินเดือนไล่ไม่ทันเงินเฟ้อ สองเดือนแรกเงินเดือนสุทธิถดถอย

      สำนักบัญชีกลาง ไต้หวัน ได้ประกาศสถิติค่าจ้างเฉลี่ยของพนักงานบริษัทเดือน ก.พ. อยู่ที่ 43,889 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 2.49 ต่อปี สะสมในช่วงเดือน ม.ค. และ ก.พ. ที่ผ่านมา เนื่องจากถูกราคาสินค้าที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง หักลบแล้วก็เหลือเงินเดือนเฉลี่ยเพียง 41,625 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ต่อปีเท่านั้น ส่วนตัวเลขเงินเดือนเฉลี่ยที่แท้จริงกลับอยู่ในสภาพติดลบ 0.16% แสดงให้เห็นว่า ราคาสินค้าที่พุ่งสูงขึ้นแซงหน้าเงินเดือนที่ได้รับเพิ่มขึ้น

      สำนักบัญชีกลาง ไต้หวัน ระบุว่า เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา รายได้เฉลี่ยของพนักงานบริษัทอยู่ที่ 43,889 เหรียญไต้หวัน/เดือน เพิ่มขึ้นต่อปี 2.49% เมื่อรวมกับค่าโอทีและเงินโบนัสอีก 5,144 เหรียญไต้หวัน/เดือน ทำให้ยอดเงินเดือนเฉลี่ยรวมอยู่ที่ 49,033 เหรียญไต้หวัน/เดือน

      อย่างไรก็ดี ในช่วงที่ผ่านมาทั่วโลกอยู่ในภาวะเงินเฟ้ออย่างต่อเนื่อง หากดูจากยอดรวม 2 เดือน แม้เงินเดือนเฉลี่ยปกติกับยอดรวมเงินเดือนจะเพิ่มขึ้น 2%  ซึ่งก็ไม่เลวนัก แต่เมื่อหักลบราคาสินค้าที่ถีบตัวสูงขึ้นแล้ว เงินเดือนเฉลี่ยปกติจะอยู่ที่ 41,625 เหรียญไต้หวัน/เดือน เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% ต่อปี เท่านั้น ส่วนเงินเดือนรวมที่แท้จริงอยู่ที่ 73,227 เหรียญไต้หวัน/เดือน ถดถอยลงจากช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งหมายความว่า ภาวะเงินเฟ้อกินค่าจ้างที่เพิ่มขึ้นจนหมด คุณเฉินฮุ่ยซิน อธิบดีกรมสำรวจสถานการณ์แห่งชาติ สำนักบัญชีกลางไต้หวันระบุว่า “ในส่วนของเงินเดือนสุทธิที่แท้จริง เพราะก่อนจะมีการหักลบปัจจัยอื่น ๆ ก็อยู่ในสภาพที่ปรับเพิ่ม 2.4% ต่อปี และเมื่อหักลบปัจจัยราคาสินค้าที่ถีบตัวสูงขึ้นเงินเดือนที่ปรับเพิ่มขึ้นก็เหลือเพียง 0.16%

ภาวะเงินเฟ้อทำเงินเล็กลง

     

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง