:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๖๕

  • 05 May, 2022
ชีพจรเศรษฐกิจ
นักธุรกิจไต้หวันกว่า 60% ไม่สนการลงทุนในจีน แม้จีนจะให้สิทธิประโยชน์มากมาย
ชีพจรเศรษฐกิจ
กองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวันทำกำไรเกือบแสนล้านในเดือน มี.ค. 65
ชีพจรเศรษฐกิจ
BERI จัดไต้หวันน่าลงทุนอันดับ 3 ของโลก และเป็นอันดับ 1 ในเอเชีย
ชีพจรเศรษฐกิจ
จำนวนผุ้ติดเชื้อในไต้หวันทะยานหลักหมื่นรายวันต่อเนื่อง ทำบริษัทประกันเหงื่อตก จ่ายสินไหมทดแทนจำนวนมหาศาล

๑. ไต้หวันผงาดน่าลงทุนอันดับ 1 ในเอเชีย และเป็นอันดับ 3 ของโลก แซงหน้าสิงคโปร์และจีน  

     BERI บริษัทประเมินความเสี่ยงด้านธุรกิจชื่อดังของสหรัฐฯ ได้ประกาศรายงานการประเมินความเสี่ยงการลงทุนของประเทศต่างๆ  ทั่วโลกครั้งที่ 1 ประจำปี 2022 โดยจัดให้ไต้หวันมีอันดับน่าลงทุนที่ดีขึ้นกว่าการจัดอันดับเมื่อคราวที่แล้ว โดยจัดไต้หวันอยู่ในอันดับ 3 ของโลก ขยับขึ้นจากการจัดอันดับเมื่อคราวที่แล้ว 1 อันดับ ได้คะแนนรวมทั้งสิ้น 62 คะแนน มากขึ้น 2 คะแนน โดยในการจัดอันดับ 50 ประเทศทั่วโลก รองจากสวิตเซอร์แลนด์และนอร์เวย์เท่านั้น เป็นอันดับ 1 ในเอเชีย เช่นเดียวกับเกาหลีใต้ นำหน้าทั้งสิงคโปร์ และจีน ที่อยู่ในอันดับ 6 และ 13 ตามลำดับ

     การจัดอันดับของ BERI เป็นการประเมินจากดัชนี 15 รายการ โดยดัชนีสำคัญที่ไต้หวันได้คะแนนค่อนข้างสูงได้แก่ ความเสี่ยงในการประกอบการ ความเสี่ยงทางการเมือง และความเสี่ยงของค่าเงิน ซึ่งไต้หวันได้รับคะแนนสูงสุดในส่วนของค่าเงินที่ค่อนข้างมีเสถียรภาพ โดยได้คะแนน 80 คะแนน เป็นอันดับ 1 ของโลก ส่วนความเสี่ยงของการประกอบการได้ 65 คะแนน อันดับ 2 ส่วนความเสี่ยงทางการเมืองได้เพียง 42 คะแนน อันดับที่ 24 ของโลก ทำให้คะแนนเฉลี่ยของไต้หวันอยู่ที่ 62 คะแนน จัดอยู่ในอันดับ 3 ของโลก และอันดับ 1 ในเอเชียเช่นเดียวกับของเกาหลีใต้

     สำหรับในส่วนของความเสี่ยงทางการเมือง ไต้หวันก็มีอันดับที่ดีขึ้นจากอันดับที่ 28 เป็นอันดับที่ 24 ของโลก และอยู่ในอันดับที่ 7 ในเอเชีย รองจากสิงคโปร์ที่อยู่ในอันดับ 3 จีน อันดับ 5

     ทั้งนี้ BERI ประเมินว่า ในปีหน้า ความเสี่ยงทางการเมืองของไต้หวันจะอยู่ที่อันดับ 25 ส่วนปี 2027 จะอยูที่อันดับที่ 24

ขอบคุณภาพจาก Liberty Times 

๒. ประกันโควิดไต้หวันเผชิญหน้าจ่ายสินไหมทดแทนจำนวนมหาศาลให้แก่ผู้ติดเชื้อหลักหมื่น คาดยังพอจ่ายได้อีก 3 ล้านคน

     จากสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 ในไต้หวันที่ยังคงระอุ ตัวเลขผู้ติดเชื้อเหยียบหลักหมื่นมาอย่างต่อเนื่อง แต่ส่วนใหญ่เป็นผู้ติดเชื้อที่ไม่มีอาการ ส่วนอาการหนักหรือปานกลางมีไม่ถึงร้อยละ 1 แต่ก็เป็นแรงกดดันต่อบรรดาบริษัทประกันภัยที่ขายกรมธรรม์ประกันโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาที่ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า แต่ตอนนี้ต้องมาเผชิญกับการจ่ายสินไหมจำนวนมหาศาล จนอาจกลายเป็นวิกฤตของบริษัทประกันภัย ซึ่งนายหวงเทียนมู่ ประธานคณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินของไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ระบุว่า สถานการณ์โควิดเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วมาก จำเป็นต้องวางหลักการในการจ่ายเงินสินไหมทดแทนที่แน่ชัด โดยจะไม่มีการตีความที่ขยายความมากจนเกินไป หากมีผู้ถูกประกันติดเชื้อโควิด 3 ล้านคน บริษัทประกันภัยก็ยังคงพอที่จะรับมือไหว

     เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา นายหวงเทียนมู่ ได้ตอบข้อซักถามของ ส.ส. ในสภาฯ เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวว่า สถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่ถึงขั้น “วิกฤต” สถานะทางการเงินของบริษัทประกันภัยในไต้หวันยังคงดีมาก แต่สถานการณ์การระบาดเปลี่ยนแปลงและรุนแรงขึ้นอย่างรวดเร็ว ตอนนี้จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเป็นลำดับ ทำให้มีแรงกดดันเรื่องสถานะการเงินพอสมควร และยังมีกรมธรรม์บางตัวที่ยังอยู่ในระหว่างการพิจารณาเพื่อรออนุมัติ โดยกรมธรรม์เหล่านี้จะเป็นไปตามนโยบายการป้องกันของรัฐบาล ส่วนมีจำนวนขอสินไหมทดแทนเท่าไร? ยังคงต้องติดตามตรวจสอบอีกครั้ง หากทำให้กลายเป็นแรงกดดันต่อสถานะการเงินของบริษัทประกันภัย ก็คงต้องให้ผู้ถือหุ้นเพิ่มทุนให้มากขึ้นซึ่งเป็นมาตรการอันดับแรก

     นายหวงฯ ระบุว่า มีผู้เสนอว่าควรนำเงินที่บริษัทประกันภัยจ่ายสมทบเข้ากองทุนรักษาเสถียรภาพของบริษัทประกันไว้ที่กรมการประกันภัย ในกรณีจำเป็นอาจอนุญาตให้บริษัทประกันภัยขอนำเงินส่วนนี้มาเสริมสภาพคล่องในส่วนที่บริษัทขาดทุนจากการจ่ายสินไหมทดแทนโควิดได้ ซึ่งคุณซือฉุงหัว อธิบดีกรมการประกันภัย ระบุว่า ปัจจุบัน “เงินสำรองฉุกเฉินพิเศษ” มีอยู่ประมาณ 1.61 หมื่นล้าน และยังมีกองทุน “รับมือวิกฤต” อีก 3.2 หมื่นล้าน รวม 4.81 หมื่นล้าน ซึ่งบริษัทประกันภัยมีสิทธิที่จะยื่นขอจากกรมการประกันภัยตามจำนวนที่เคยจ่ายเข้าสมทบในกองทุนเหล่านี้ได้

     นอกจากนี้ คุณซือฯ ยังบอกว่า นโยบายของรัฐบาลในตอนนี้ก็คือเปลี่ยนจากการป้องกันให้ไม่มีผู้ติดเชื้อหรือมีผู้ติดเชื้อเป็น 0 มาเป็นอยู่ร่วมกับไวรัส ทำให้ยอดผู้ติดเชื้อในตอนนี้พุ่งทะยานสู่หลักหมื่นแล้ว และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นลำดับด้วย กระทั่งมีจำนวนรวมเกินกว่าที่มีการประเมินไว้ในตอนแรก ทำให้บริษัทประกันภัยต้องปรับกรมธรรม์ให้สอดคล้อง โดยจะไม่มีการจ่ายสินไหมทดแทนในกรณีที่ถูกสั่งกักตัวหรือตรวจพบว่าติดเชื้อ แต่จะจ่ายสินไหมทดแทนเฉพาะกรณีอาการหนักจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลเท่านั้น

ประกันโควิด-19 เข้าขั้น "วิกฤต" จ่ายสินไหมทดแทนหลังผู้ติดเชื้อพุ่งหลักหมื่น

๓. ไตรมาสแรกกองทุนประกันภัยแรงงานกำไรงาม ลดยอดขาดทุนเหลือ 1.14%

     ต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา กองทุนประกันภัยแรงาน กระทรวงแรงงานไต้หวัน ได้ประกาศผลประกอบการของเงินกองทุนฯ โดยในช่วงเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา กองทุนฯ ได้ผลกำไรจากการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทเปถึง 9.48 หมื่นล้าน ทำให้ยอดขาดทุนของไตรมาสแรกของปีนี้เมื่อปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา ที่มียอดสูงถึง 1.5169 แสนล้าน ลดลงเหลือขาดทุน 5.68 หมื่นล้าน หรือคิดเป็นขาดทุน 1.14% เท่านั้น เป็นผลประกอบการที่ดีที่สุดในโลก

     กองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวันมีเม็ดเงินรวมทั้งสิ้นเมื่อถึงสิ้นเดือน มี.ค. อยู่ที่ 5.291 ล้านล้านเหรียญไต้หวัน ขาดทุน 5.687 หมื่นล้าน หรือคิดเป็นติดลบ 1.14%

     ตั้งแต่ต้นปีจนถึงสิ้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา ดัชนีหลักทรัพย์ทั่วโลก MSCI ปรับตัวลดลง 5.36% ส่วนตลาดหลักทรัพย์เกิดใหม่ก็ปรับตัวลดลง 0.65% ในขณะที่ดัชนีหลักทรัพย์ไต้หวันก็ปรับตัวลดลงเช่นกันแต่น้อยกว่า โดยปรับตัวลดลงเพียง 2.88% เท่านั้น นอกจากนี้ตลาดพันธบัตรเงินกู้ก็ปรับตัวลดลงเนื่องจากนโยบายคุมเข้มทางการเงิน ดัชนีพันธบัตรเงินกู้ Barclays ก็ปรับตัวลดลง 6.16%

กองทุนประกันภัยแรงงานไต้หวันทำกำไรจากการลงทุนในตลาดหุ้นไต้หวันเกือบแสนล้าน

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง