:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalขีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ พฤษภาคม ๒๕๖๕

  • 19 May, 2022
ชีพจรเศรษฐกิจ
ชีพจรเศรษฐกิจ
นายหยางจินหลง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ไต้หวัน

๑. ผู้ว่าการแบงก์ชาติไต้หวันระบุ GDP ปีนี้ท้าทาย 4%
             นายหยางจินหลง ผู้ว่าการธนาคารกลาง ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน ได้ระบุในการตอบข้อซักถามของ ส.ส. ในสภาฯ เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ว่า ตอนนี้ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปีนี้จะหยุดชะงักหรือไม่ และเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์การส่งออก นำเข้า การลงทุนและการบริโภคในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ดีมาก ไตรมาสแรก จีดีพี โต 3.06% สูงกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก อย่างไรก็ดี  เขาระบุว่า ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้อาจได้รับผลกระทบจนทำให้อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจตลอดทั้งปีต้องพยายามดันให้อยู่ในระดับร้อยละ 4 ให้ได้ 

             นายหยางฯ ระบุว่า มีสถาบันวิจัยหลายแห่งคาดว่า GDP ปีนี้จะอยู่ในช่วงระหว่างร้อยละ 3.6-3.8 ซึ่งในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ คาดว่าไต้หวันจะได้รับผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกถดถอย ซึ่งในการประชุมคณะกรรมการบริหารธนาคารกลาง ไต้หวัน ที่จะจัดให้มีขึ้นในวันที่ 16 มิ.ย. ธนาคารกลางจะประกาศตัวเลขคาดการณ์ใหม่ล่าสุด 

             นายหยางจินหลง ได้รายงานต่อสภานิติบัญญัติไต้หวันเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาในประเด็นต่าง ๆ อาทิ นโยบายด้านการเงิน จะยังคงดำเนินนโยบายคุมเข้มด้านการเงินต่อไป เตือนให้ลูกค้ากู้เงินต้องให้ความสนใจกับสภาวะด้านการคลัง และระมัดระวังในเรื่องการบริหารสินทรัพย์ด้วย ส่วนปัญหาเงินเฟ้อ เขายอมรับว่า ราคาสินค้าพุ่งสูงขึ้น จะส่งผลให้ GDP หยุดชะงักหรือไม่ ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ทั้งการส่งออก การลงทุน และการบริโภคที่่ค่อนข้างดีเยี่ยม ทำให้ไตรมาสแรกอยู่ที่ 3.06% ดีกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก แต่ตัวเลขที่ประเมินไว้ที่ร้อยละ 4 ก็อาจได้รับผลกระทบจากภาวะดังกล่าวในช่วงครึ่งหลังของปี สำหรับภาวะเงินเฟ้อ หลายสำนักประมาณการณ์ว่า จะปรับตัวร้อยละ 2.5% ส่วนครึ่งหลังของปีนี้เศรษฐกิจไต้หวันอาจได้รับผลกระทบจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของประเทศสำคัญทำให้ GDP ชะลอตัวลง  ส่วนปีหน้าคาดว่าภาวะเงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 1.7% 

นายหยางจินหลง ผู่้ว่าการธนาคารกลาง ไต้หวัน สาธารณรัฐจีน

๒. 4 เดือนแรกของปีนี้ เงินร้อนทะลักออกจากไต้หวันแล้ว 2 หมื่นล้านดอลลาร์ 

           หลังจากที่สหรัฐฯ ได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง เงินร้อนในเอเชียก็เริ่มทะลักออกจากตลาดในเอเชีย ส่งผลให้ตลาดเงินและตลาดหุ้นไต้หวันตกอยู่ในภาวะระส่ำระสายพอควรทีเดียว นายหยางจินหลง ผู้ว่าการธนาคารกลางไต้หวันยอมรับว่า จนถึงสิ้นเดือน เม.ย. นี้ มีเงินร้อนในไต้หวันทะลักออกจากไต้หวันไปแล้วถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ ส่งผลให้ค่าเงินเหรียญไต้หวันอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว จากเดิม 27 ต้น ๆ มายืนที่ 29.8 เหรียญไต้หวัน/ดอลลาร์ สาเหตุสำคัญก็คือการทะลักออกจากไต้หวันของเงินร้อน ส่วนจะอ่อนลงไปถึง 30 หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับการเคลื่อนไหวของทุนนอกเป็นพิเศษ 

            นอกจากนี้ นายหยางฯ ยังระบุเพิ่มเติมว่า จนถึงวันที่ 11 พ.ค. ที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นแนสแดคส์ปรับตัวลดลงแล้วถึง 25% แล้ว ในขณะที่ดัชนีหุ้นไต้หวันปรับตัวลดลงเพียง 11.8% เท่านั้น ยังไม่ถึงครึ่งหนึ่งของแนสแดคส์ แสดงให้เห็นว่าตลาดหุ้นไต้หวันมีพื้นฐานที่ดีเยี่ยมและเข้มแข็ง ส่วนในอนาคตตลาดหุ้นไต้หวันจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร นายหยางฯ บอกว่า เขาไม่อาจคาดเดาได้ แต่พื้นฐานทางเศรษฐกิจของไต้หวันดีมาก และเข้มแข็งมาก ส่วนในปีนี้ ทุนต่างชาติได้เทขายหุ้นไต้หวันไปแล้วมากกว่าซื้อเข้าเกินกว่า 7 แสนล้านเหรียญไต้หวัน เมื่อขายแล้วก็จะโอนเงินออกจากไต้หวัน คาดว่ามีการโอนเงินออกจากไต้หวันไปแล้วถึง 2 หมื่นล้านดอลลาร์ และยากที่จะคาดเดาได้ว่า ทุนนอกจะมีการโอนเงินเข้าหรือโอนออก แต่ที่แน่ ๆ ก็คือ ค่าเงินไต้หวันจะอ่อนตัวลงเป็นอย่างมากในช่วงนี้ก็มาจากทุนนอกนั่นเอง

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง