:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๑๕ กันยายน ๒๕๖๕

  • 15 September, 2022
ชีพจรเศรษฐกิจ
ชีพจรเศรษฐกิจ
ชีพจรเศรษฐกิจ
ชีพจรเศรษฐกิจ

ไต้หวันงัด 3 ไม้เด็ด หวังกวาดออร์เดอร์ทั่วโลก 1.44 หมื่นล้าน 

          เพื่อลดผลกระทบทางเศรษฐกิจจากบรรยากาศทางเศรษฐกิจทั่วโลกในช่วงครึ่งหลังของปีนี้ กรมการค้าต่างประเทศ ไต้หวันจึงเริ่มเดินเครื่อง “แผนปฏิบัติการแย่งออร์เดอร์ทั่วโลก” โดยในช่วงครึ่งหลังของปีจะงัด 3 มาตรการและประสานงานกับลูกค้าหลายร้อยรายทั่วโลก คุณเจียงเหวินลั่ว อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศไต้หวันระบุว่า แผนแย่งออร์เดอร์นี้ จะช่วยผู้ประกอบการลดแรงกกดันจากตลาดจีนได้ไม่น้อย ตั้งเป้าแย่งออร์เดอร์ทั่วโลกไว้ที่ 480 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 14,400 ล้านเหรียญไต้หวัน 

           สำหรับ 3 ไม้เด็ดดังกล่าวของกรมการค้าต่างประเทศ ไต้หวันประกอบไปด้วย ในช่วงปลายเดือน ก.ย. จะจัดมหกรรมแสดงสินค้าอุปกรณ์ไอซีทีและอุปกรณ์การแพทย์อัจฉริยะ” ซึ่งได้เชิญผู้ประกอบการจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก 38 ประเทศ จำนวน 153 บริษัท เจรจาการค้าในระบบอนไลน์ อย่างบริษัทชั้นนำเครื่องแสดงผลชั้นนำของอิตาลี บริษัทตัวแทนสินค้าไอซีทีที่ใหญ่ที่สุดของเบลเยี่ยม บริษัทผลิตรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดของมาเลเซีย ตลอดจนบริษัทค้าปลีกยักษ์ใหญ่ระดับโลก

           ส่วนไม้เด็ดไม้ที่ 2 ได้แก่ การจัดงานมหกรรมหุ้นส่วนห่วงโซ่อุปทานในปลายเดือน พ.ย. โดยจะเชิญผู้ประกอบการจากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกรวม 180 ราย และจัดการเจรจาการค้าแบบตัวต่อตัวกับผู้ประกอบการไต้หวันรวม 700 กว่านัด รวมผู้เข้าร่วมทั้งในไต้หวันและจากต่างประเทศเกินกว่า 1000 ราย ส่วนปลายปีนี้ ก็จะมีการจัดคณะผู้แทนนักธุรกิจการค้าอุตสาหกรรมอัจฉริยะมุ่งใต้ใหม่ ซึ่งกรมการค้าต่างประเทศระบุว่า นอกจากจะมีแผนดึงผู้ซื้อจากต่างประเทศมาไต้หวันแล้ว ยังจะนำภาคธุรกิจไต้หวันที่มีศักยภาพออกไปหาลูกค้าเอง 

           นายหวางซีหมง เลขาธิการสมาคมพัฒนาความสัมพันธ์ทางการค้ากับต่างประเทศหรือ TAITRA ไต้หวัน ระบุว่า ในช่วงครึ่งหลังของปี TAITRA มีกิจกรรมทุกเดือน ซึ่งประกอบไปด้วย การจัดงานไต้หวันเอ็กซโปที่สหรัฐฯ ส่วนในไต้หวันก็มีมหกรรมแสดงสินค้าพลาสติกและยาง สัปดาห์พลังงานนานาชาติ โดยจัดกิจกรรมเกินกว่า 100 ครั้ง ช่วยเหลือผู้ประกอบการแย่งออร์เดอร์จากทั่วโลกให้ได้ และเชื่อมต่อสายสัมพันธ์กับคู่ค้าในต่างประเทศด้วย 

           คุณสวี่เจี้ยลี่ รองนายกสมาคมเครื่องจักรกลและอิเล็กทรอนิกส์ไต้หวันหรือ TEEMA ระบุว่า เนื่องจากการระบาดของโควิด ทำให้ผู้ประกอบการ ICT ต้องหาลูกค้าทั่วโลกผ่านระบบออนไลน์ซึ่งหวังว่าหลังโควิดผ่านพ้นไป จะมีลูกค้าจากต่างประเทศมาไต้หวันมากขึ้น 

           ส่วนนโยบายด้านพลังงานของไต้หวัน ก็เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมสำคัญของไต้หวัน โดยคุณเจิงเหวินเซิง รมช. และรักษาการผู้ว่าการการไฟฟ้าไต้หวันระบุว่า อุตสาหกรรมพลังงานของไต้หวันในอนาคต อาจจะเป็นหนึ่งในสามอุตสาหกรรมหลักของไต้หวัน ตลาดพลังงานในทะเลสีคราม การพัฒนาพลังงานรีไซเคิล จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญตลาดแรงงานในไต้หวัน และพลังงานความร้อนใต้ดินรวมทั้งพลังงานมหาสมุทรเป็นพลังงานที่มีศักยภาพมากที่สุด ส่วนพลังงานแสงอาทิตย์และการสะสมพลังงานจะสามารถเสริมศักยภาพเครือข่ายกระแสไฟฟ้า ซึ่งจะเป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาพลังงานในไต้หวัน  

อัตราดอกเบี้ยซื้อบ้านพุ่งเป็น 1.703% สูงสุดในรอบ 6 ปี

            เพื่อสกัดภาวะเงินเฟ้อเช่นเดียวกับประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก ธนาคารกลางไต้หวันได้ประกาศขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ในช่วง ก.ค.ที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินและธนาคารกลางไต้หวันได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ก่อนหน้านี้เกี่ยวกับดัชนีการเงินประเภทต่างๆ โดยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้โดยเฉลี่ยของธนาคารหลัก ๕ แห่งในไต้หวัน ในส่วนของอัตราดอกเบี้ยเงินกู้เพื่อการซื้อบ้านเฉลี่ยอยู่ที่ ๑.๗๐๓% สูงสุดในรอบ ๖ ปี กระทบต่อความต้องการในการซื้อบ้านของประชาชนโดยอ้อม สถิติระบุว่า เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา สถาบันการเงินในไต้หวันมีการปล่อยเงินกู้เพื่อการซื้อบ้านคงเหลือ ๙.๑๓๖๔ ล้านล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้น ๘.๕๒% ต่อปี 

             ธนาคารกลางไต้หวันระบุว่า ธนาคารพาณิชย์หลัก ๕ แห่งในไต้หวัน ได้แก่ ธนาคารแห่งไต้หวัน ธนาคารสหกรณ์ ธนาคารที่ดิน ธนาคารหัวหนาน และธนาคารเฟิร์สทแบงก์ มีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกค้ารายใหม่โดยเฉลี่ย ซึ่งแบ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยเพื่อการซื้อบ้านเฉลี่ยปรับเพิ่มจากเดือนก่อนหน้านี้ ๐.๐๘๙% ไปยืนที่ ๑.๗๐๓% สูงสุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค. ปี ๒๐๑๖ คุณไช่ฮุ่ยเม่ย รอง ผอ. สำนักวิจัยเศรษฐกิจ ธนาคารกลางไต้หวันเปิดเผยว่า ดัชนีเฉลี่ยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ของลูกค้าเงินกู้ เดือน ก.ค. ปรับเพิ่มขึ้นตามการประกาศขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลาง ส่วนลูกค้าเงินกู้เพื่อการซื้อบ้านซึ่งคิดอัตราดอกเบี้ยเป็นรายไตรมาส จะเริ่มปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือน ส.ค. นอกจากนี้ เงินกู้เพื่อการซื้อบ้านอยู่ที่ ๕๕,๗๙๓ ล้านเหรียญไต้หวัน ลดลงจากเดือนก่อนหน้านี้ ๔,๘๐๕ ล้านเหรียญไต้หวัน ลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ ๒ คุณไช่ฯ บอกอีกว่า เมื่อพิจารณาจากจำนวนบ้านที่มีการซื้อขายและโอนลดลง ๑๓.๒๗% จะเห็นได้ว่า การลดลงของจำนวนซื้อขายและโอนกรรมสิทธิ์อสังหาริมทรัพย์ สะท้อนออกที่ยอดเงินกู้เพื่อการซื้อบ้านลดลง และธนาคารหลักในไต้หวันเข้มงวดการปล่อยกู้มากขึ้น 

           นอกจากธนาคารกลางแล้ว คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงินไต้หวันก็ได้ประกาศยอดคงค้างเงินกู้เพื่อการซื้อบ้านอยู่ที่ ๙.๑๓๖๔ ล้านล้านเหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นต่อปี ๘.๕๒% หากพิจารณาอัตราการเพิ่มขึ้นต่อปีรายเดือน จะเห็นได้ว่า ในเดือน มิ.ย. เพิ่มขึ้น ๘.๖% พอมาถึงเดือน ก.ค. กลับลดลง และลดลงในอัตราส่วนที่ต่ำที่สุดในรอบหนึ่งปีครึ่ง นายหลินจื้อจี๋ รองอธิบดีกรมธนาคาร คณะกรรมการกำกับดูแลสถาบันการเงิน ระบุว่า "อัตราการเพิ่มขึ้นรายเดือนต่ำสุดตั้งแต่เดือน ธ.ค. ปี ๒๐๒๐ หมายความว่าปัจจัยที่เป็นสาเหตุในการประเมินการตกต่ำลงนี้ ก็คืออุปสงค์กับอุปทาน ทำให้เราเห็นว่าความมั่นใจของบริษัทก่อสร้างค่อนข้างต่ำ ส่วนทางด้านความต้องการในการซื้อบ้านก็ทำให้มีการปรับทัศนะต่อบรรยากาศทางเศรษฐกิจ อุปสงค์ก็ไม่ได้มากเท่ากับปีที่แล้ว ดังนั้น เมื่อทั้งอุปสงค์และอุปทานอยู่ในสภาพลดลง ก็จะเห็นได้ว่าจำนวนการซื้อขายลดลง เนื่องจากนโยบายการปฏิรูปตลาดอสังหาริมทรัพย์ของรัฐบาลที่ต้องการทำให้ตลาดเข้มแข็งมากขึ้น ซึ่งล้วนกำลังดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางไต้หวันในปีนี้ถึง ๒ ครั้ง รวมปรับขึ้น ๐.๓๗๕% ประกอบกับผลกระทบจากการระบาดของโควิด ส่งผลให้อัตราการเพิ่มขึ้นรายเดือนชลอตัวลง"

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง