:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ กันยายน ๒๕๖๕

  • 22 September, 2022
ชีพจรเศรษฐกิจ
ภาวะเงินเฟ้อทำราคาสินค้าพุ่งไม่หยุด ส่วนรายได้เฉลี่ยของลูกจ้างอยู่ในสภาพเพิ่มขึ้นแต่ปรับตัวลดลงเมื่อคิดเป็นอัตราเฉลี่ยต่อปี
ชีพจรเศรษฐกิจ
รายได้เฉลี่ย 7 เดือนแรกของปีนี้ เทียบกับสองปีก่อน

๑. ไต้หวันทุ่มห้าแสนล้านผุดเครือข่ายไฟฟ้า "เขียว" 17 เส้นทางใน 10 ปี ลดความเสี่ยงไฟดับทั่วประเทศซ้ำรอย 

            เหตุไฟฟ้าดับทั่วเกาะเมื่อต้นเดือน มี.ค. ที่ผ่านมา สะท้อนความเสี่ยงของการรวมจุดศูนย์กลางการส่งกระแสไฟฟ้าเพียงไม่กี่จุด การไฟฟ้าไต้หวันได้ประกาศ "แผนพัฒนาเครือข่ายไฟฟ้าไร้เทียมทาน" โดยจะทุ่มงบประมาณ 5.645 แสนล้าน ใน 10 ปี กระจายเครือข่ายการส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีความคงทน แข็งแรงและเสริมการป้องกัน แบบ "ไร้เทียมทาน" ทั่วเกาะไต้หวัน เพื่อป้องกันมิให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย ซึ่งรวมถึงการพัฒนาเครือข่ายส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าจำนวน 17 เส้นทาง โดยจะต้องตอบสนองการพัฒนาการผลิตกระแสไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลมนอกชายฝั่ง โดยการไฟฟ้าไต้หวันตั้งชื่อว่า "ทางหลวงไฟฟ้าเขียว" ให้ผู้ผลิตกระแสไฟฟ้ามีสิทธิขายกระแสไฟฟ้าเขียวที่ผลิตได้ให้แก่ลูกค้าได้โดยตรง   

            ที่ผ่านมา การไฟฟ้าไต้หวันได้พยายามพัฒนาการบริการสนองกระแสไฟฟ้าให้แก่ผู้คนและบริษัท โรงงานในไต้หวันอย่างมีประสิทธิภาพ และมุ่งสู่การรวมศูนย์การจ่ายกระแสไฟฟ้าขนาดใหญ่ กระทั่งเกิดเหตุบกพร่องไฟฟ้าดับประปรายหลายครั้ง จนกลายเป็นเหตุไฟฟ้าด้บทั่วประเทศ การไฟฟ้าไต้หวันจึงวางแผนระยะ 10 ปี “แผนเสริมความเข้มแข็งเครือข่ายการส่งกระแสไฟฟ้า” ด้วยงบประมษณ 5.645 แสนล้าน เริ่มตั้งแต่การกระจายเครือข่ายการส่งจ่ายกระแสไฟฟ้า เสริมความเข้มแข็งให้แก่อุปกรณ์อะไหล่ และเสริมระบบเครือข่ายป้องกันให้เข้มแข็ง ลดโอกาสที่จะเกิดเหตุไฟฟ้าดับในวงกว้าง ลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นให้เหลือน้อยที่สุด

            การไฟฟ้าไต้หวันระบุว่า แผนกระจายเครือข่ายการจ่ายกระแสไฟฟ้าต้องใช้งบถึง 4.379 แสนล้าน แบ่งเครือข่ายการส่งจ่ายกระแสไฟฟ้าเป็น 17 เครือข่าย นอกจากนี้ ผู้ผลิตกระแสไฟฟ้าภาคเอกชน และผู้ผลิตไฟฟ้าเขียวก็จะมีสิทธิจำหน่ายกระแสไฟฟ้าให้แก่ผู้ใช้รายใหญ่ในบริเวณใกล้เคียงได้ อย่างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าทงเซียว และโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งก็จะมีสิทธิขายกระแสไฟฟ้าให้แก่โรงงานในสวนวิทยาศาสตร์ซินจู๋ ส่วนโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าที่ไถจงก็ขายไฟฟ้าให้แก่โรงงานในสวนวิทยาศาสตร์ภาคกลาง โรงงานไฟฟ้าซิงต๋าก็ขายไฟฟ้าให้แก่โรงงานในสวนวิทยาศาสตร์ภาคใต้และสวนวิทยาศาสตร์เฉียวโถว เพื่อลดการพึ่งพาการจ่ายกระแสไฟฟ้าของ 3 เครือข่ายสำคัญ และลดความเสี่ยงของโรงงานไฟฟ้าแรงสูง 3 แห่งในภาคเหนือ กลาง และใต้ 

             คุณหวางเย่าถิง ผจก. ทั่วไป การไฟฟ้าไต้หวันระบุว่า “ในส่วนของโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์จะมีทั้งหมด 10 เครือข่าย 9 สถานีส่งจ่าย เป็นโครงการที่จะทยอยแล้วเสร็จในปี 2025 และ 2026 ส่วนการผลิตกระแสไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่ง เราจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกจะเป็นส่วนของการคัดเลือกและการประมูล ซึ่งกำลังผลักดันดำเนินการอยู่ในตอนนี้ ใกล้จะแล้วเสร็จแล้ว สำหรับอีกส่วนหนึ่ง เฟสแรกจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2028-2030” 

การไฟฟ้าไต้หวันทุ่มงบเกือบ 6 แสนล้าน กระจายศูนย์จ่ายกระแสไฟฟ้าทั่วประเทศ  17 เครือข่าย ลดความเสี่ยงไฟดับทั่วเกาะซ้ำสอง

๒. สำนักบัญชีกลางฟันธงแก้ปัญหารายได้จริงหด ขึ้นกับ 2 ปัจจัยชี้ขาด

           เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา สำนักบัญชีกลางไต้หวันได้ประกาศสถิติรายได้ของลูกจ้างในไต้หวันระหว่างเดือน ม.ค. ถึง ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดพบว่า ปลายเดือน ก.ค. มีจำนวนลูกจ้างในภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการรวมทั้งสิ้น 8.178 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้านี้ 3.6 หมื่นคน หรือคิดเป็นเพิ่มขึ้น 0.45% โดยในส่วนของลูกจ้างในภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 1.7 หมื่นคน ภาคบริการด้านที่พักอาศัยและร้านอาหารเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 5000 คน ขายส่งและขายปลีกเพิ่มขึ้น 4000 คน ส่วนยอดรวมระหว่าง ม.ค. ถึง ก.ค. อยู่ที่ 8.154 ล้านคน เพิ่มขึ้น 3.2 หมื่นคน หรือคิดเป็นอัตราส่วนร้อยละ 0.4%

           สำนักบัญชีกลางไต้หวันระบุว่า เนื่องจากสถานการณ์การระบาดของโควิดชลอตัวลง การประกอบการของภาคอุตสาหกรรมเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติอย่างค่อยเป็นค่อยไป ประกอบกับมีนักศึกษาจบใหม่และปิดภาคฤดูร้อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ทำให้ตัวเลขผู้มีงานทำรายเดือนเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน เมื่อพิจารณาจำแนกสาขาอาชีพจะเห็นได้ว่า ในช่วงระบาดของโควิดภาคบริการอย่างที่พัก โรงแรม อาหาร เครื่องดื่มได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน ทำให้จำนวนผู้ทำงานในกิจการเหล่านี้ลดลงเป็นอย่างมากและทำให้จำนวนผู้ทำงานในช่วงนี้เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเช่นเดียวกัน ส่วนกิจการภาคบริการขายส่งขายปลีกก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน ทุกสาขาอาชีพปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างพร้อมเพรียงกัน 

          สำหรับในส่วนของเงินเดือนประจำของลูกจ้างโดยเฉลี่ยในเดือน ก.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งรวมถึงเงินเดือนและเงินช่วยเหลือที่ได้รับเป็นประจำ เฉลี่ยอยู่ที่ 44,413 เหรียญไต้หวัน เพิ่มขึ้นต่อเดือน 0.18% เพิ่มขึ้นต่อปี 3.52% แต่หากรวมเงินรางวัลและเงินค่าล่วงเวลาหรือโอทีแล้ว รายได้เฉลี่ยต่อเดือนจะอยู่ที่ 56,731 เหรียญไต้หวัน ลดลงต่อปี 0.07% ส่วนเงินเดือนสุทธิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.52% แต่เนื่องจากเงินเดือนประจำจะเป็นตัวเลขที่สะท้อนถึงความสามารถในการบริโภคของประชาชน แม้ในช่วง 7 เดือนแรกของปีนี้ รายได้ประจำจะเพิ่มขึ้นต่อปี 3.1% เพิ่มขึ้นสูงสุดในรอบ 22 ปี แต่ก็ยังอยู่ในสภาพติดลบ ประเด็นอยู่ที่ว่าเมื่อไหร่รายได้ประจำของลูกจ้างจะฟื้นตัวในแดนบวก สำนักบัญชีกลางระบุว่า ขึ้นอยู่กับ 2 ปัจจัยสำคัญ 

          คุณเฉินฮุ่ยซิน รองอธิบดีกรมสำรวจสถานการณ์ชาติ สำนักบัญชีกลางไต้หวัน ระบุว่า "ตอนนี้เราสังเกตเห็นได้ว่า รายได้ประจำจนถึงสิ้นเดือน ก.ค. นี้ ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.52% ต่อปี ตัวเลขสะสมเพิ่มขึ้น 3.1% เพราะฉะนั้นในช่วงไม่กี่เดือนที่เหลือในปีนี้ รายได้ประจำของลูกจ้างไม่เลวนัก ส่วนรายได้ที่แท้จริง ซึ่งก็คือหักในส่วนของราคาสินค้าออก จะเห็นได้ว่า ราคาสินค้าในเดือน ส.ค. อยู่ในสภาพที่มีแนวโน้มปรับตัวลดลงแต่ในแง่ของรายได้ ก็ยังคงได้รับผลกระทบจากการระบาดของโควิดและสถานการณ์ทางเศรษฐกิจทั่วโลก ว่าจะมีการพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งคงต้องพิจารณาจากตัวเลข" 

          คุณเฉินฯ ระบุว่า เมื่อหักราคาสินค้าที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้ว ทำให้รายได้ประจำของลูกจ้างลดลงต่อปี 0.07% เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี แต่เมื่อพิจารณาจากตัวเลขการเปลี่ยนแปลงในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ก็จะเห็นได้ว่า ตัวเลขการปรับตัวลดลงของรายได้ประจำของลูกจ้างเริ่มชลอตัวลง ความสามารถในการบริโภคของประชาชนก็ดีขึ้นเป็นลำดับ

รายได้เฉลี่ยลูกจ้างในไต้หวัน 7 เดือนแรกของ 3 ปีที่ผ่านมา

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง