:::

ชีพจรเศรษฐกิจ วันพฤหัสบดีที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๖๖

  • 19 January, 2023
ชีพจรเศรษฐกิจ
เฮงๆๆๆๆ ตรุษจีนเฮงกันทั่วหน้า
ชีพจรเศรษฐกิจ
นายเหมียวฟงเฉียง ประธานสภาอุตสาหกรรม ไต้หวัน (ขอบคุณภาพจาก ETtoday)
ชีพจรเศรษฐกิจ
ชีพจรเศรษฐกิจ
ล็อตโต้แบบขูดต้อนรับตรุษจีนแพงสุดใบละ 2000 เหรียญไต้หวัน รางวัลใหญ่สุด 20 ล้านเหรียญไต้หวัน

๑. สภาอุตสาหกรรมไต้หวันตั้ง 5 ความหวัง นิวเซาท์บาวด์เหมาะกว่าที่จะเน้นไปทางจีน 

          สภาอุตสาหกรรมไต้หวัน ซึ่งเป็นองค์กรศูนย์รวมภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญของไต้หวัน ได้เปิดการประชุมคณะกรรมการบริหารครั้งที่ 1 ของปีนี้ ขึ้นเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งก็ได้ข้อสรุปด้วยกัน 5 ่ความหวังใหม่ในปีใหม่นี้ ต้องให้ความสำคัญกับมุ่งใต้ใหม่มากกว่าจีนแผ่นดินใหญ่ 

          นายเมี่ยวฟงเฉียง ประธานสภาอุตสาหกรรม ไต้หวัน ได้แสดงวิสัยทัศน์ 5 ความหวังในปีใหม่ของภาคอุตสาหกรรม ซึ่งประกอบไปด้วย ไต้หวันต้องให้ความสำคัญกับแกนหลักของยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของตน มุ่งสู่การกระชับความร่วมมือตามแผนนโยบายมุ่งใต้ใหม่หรือนิวเซาท์บาวด์ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยเป้าหมายหลักในอดีตคือจีนนั้น ควรที่จะต้องจัดลำดับความสำคัญในลำดับที่ 3 ซึ่งมีความสำคัญเป็นลำดับถัดมาของนโยบายมุ่งใต้ใหม่ 

          คุณเหมียวฟงเฉียง ระบุว่า 5 ความหวัง ๆ แรกก็คือ แนวความคิดแห่งยุคของเอเชียได้มาถึงแล้ว ยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิกที่ร่วมกันกำหนดโดยประเทศในเอเชียและสหรัฐฯ ซึ่งไต้หวันได้อาศัยการเจรจาการค้าในศตวรรษระหว่างไต้หวันกับสหรัฐฯ ให้เป็นประโยชน์เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้ากับสหรัฐฯ นอกจากนี้ เมื่อสถานการณ์ความเข้มข้นของการแข่งขันทางการค้าและทางเศรษฐกิจทวีคูณมากขึ้นตามการแข่งขันของภูมิรัฐศาสตร์ ไต้หวันตั้งอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ของอินโดแปซิฟิก ซึ่งภาคธุรกิจต้องจับตามองและวางแผนการตามการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจ ส่วนรัฐบาลก็ควรที่จะจัดทำยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับผลประโยชน์ทางการค้าและทางเศรษฐกิจของไต้หวัน 

         ประการที่สองก็คือ กระชับความร่วมมือตามนโยบามุ่งใต้ใหม่ ประเทศในอาเซียนมีลักษณะพิเศษและโอกาสทางการค้าที่แตกต่างกัน จึงหวังว่าภาครัฐกับภาคเอกชนจะร่วมกันคิดหาวิธีการ วิเคราะห์ประเทศอาเซียนต่าง ๆ เพื่อนำเสนอทิศทางที่ถูกต้องให้แก่ผู้ประกอบการ และหวังว่าผู้ประกอบการจะอาศัยกลไกมุ่งใต้ใหม่ของสภาอุตสาหกรรมให้เป็นประโยชน์มากที่สุด เข้าร่วมการสัมนากับประเทศอาเซียนต่าง ๆ 

        ประการที่ 3 ไต้หวันไม่อาจที่จะมองข้ามพลังตลาดภายในของจีนได้ ต้องประเมินจัดทำยุทธศาสตร์ที่เหมาะสมต่อตลาดจีน นอกจากนี้ รัฐบาลยังควรพิจารณาปรับนโยบายการเปิดจุดบินกับจีนอย่างเหมาะสมตามที่จีนได้เริ่มเปิดพรมแดนมากขึ้น 

        ประการที่ 4 สภาอุตสาหกรรมจะศึกษามาตรฐานการตรวจสอบการปล่อยก๊าซคาร์บอนภายในเดือน มี.ค. นี้ ร่วมมือกับองค์กรระหว่างประเทศ เมื่อผู้ประกอบผ่านการตรวจสอบแล้ว ก็จะได้รับเครื่องหมายสัญลักษณ์มาตรฐานจากสภาอุตสาหกรรม 

        ประการที่ 5 ประการสุดท้ายคือนโยบายพลังงานของรัฐบาล ซึ่งควรที่จะคำนึงถึงแหล่งพลังงานทุกอย่าง และรัฐบาลควรจัดตั้งคณะกรรมการพลังงานชนิดใหม่ เพื่อบูรณาการโครงสร้างพื้นฐานและกฎหมายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง 

นายเมี่ยวฟงเฉียง ประธานสภาอุตสาหกรรม ไต้หวัน (ขอบคุณภาพจาก ETtoday) 

๒. ปีที่แล้วไต้หวันส่งออกทุบสถิติ 2 หมื่นบริษัทส่งออกเพิ่มเกิน 20% 

          กระทรวงการคลังไต้หวันได้เปิดเผยมูลค่าการส่งออกของปีที่ผ่านมา มีมูลค่ารวมทั้งสิ้น 479,500 ล้านดอลลาร์ ทุบสถิติรายปีที่ผ่านมา ทั้งนี้ กระทรวงการคลังไต้หวันระบุว่า ปีที่แล้วมีผู้ประกอบการส่งออกจำนวนกว่า 7.2 หมื่นราย ส่วนในช่วงสองปีที่ผ่านมา มีผู้ประกอบการที่มีการส่งออกประมาณ 6 หมื่นราย ในจำนวนนี้มีกว่า 2 หมื่นรายที่ส่งออกเพิ่มขึ้นถึง 20% คิดเป็นร้อยละ 33.5 ของจำนวนบริษัทที่มีการส่งออกทั้งหมด ส่วนมูลค่าการส่งออกรวมที่มีมูลค่าสูงถึง 221,118 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นกว่าครึ่งหนึ่งของมูลค่าการส่งออกรวมทั้งหมด 

           สถิติระบุว่า ปีที่แล้ว มีการส่งออกเพิ่มขึ้น 7.4% มีบริษัทส่งออกเพิ่มขึ้น 27,893 บริษัท คิดเป็น 41.2% ของจำนวนบริษัทส่งออกทั้งหมด ส่วนมูลค่าการส่งออกรวม 279,785 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 58.6% เฉลี่ยแต่ละรายมีการส่งออก 11.36 ล้านดอลลาร์ มากกว่าตัวเลขเฉลี่ยที่อยู่ที่รายละ 8 ล้านดอลลาร์ ในขณะที่บริษัทส่งออกที่ส่งออกเพิ่มขึ้นเกินกว่า 20% ถึง 20,014 ราย คิดเป็นร้อยละ 33.5 มูลค่าการส่งออกรวม 221,180 ล้านดอลลาร์ คิดเป็นร้อยละ 46.3 เกือบครึ่งหนึ่งของมูลค่าการส่งออกรวมของไต้หวัน 

          อย่างไรก็ดี ในส่วนของบริษัทส่งออกที่มีการส่งออกลดลง 20% ขึ้นไป ก็มีจำนวนมากถึง 22,510 บริษัท คิดเป็น 37.7% มูลค่ารวม 70,901 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 14.8% ของมูลค่าการส่งออกรวม เจ้าหน้าที่กระทรวงการคลังไต้หวันเปิดเผยว่า บริษัทเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมีขนาดไม่ใหญ่นัก ประกอบกับสภาพตลาดปีที่แล้ว สินค้าบางตัวไม่สู้ดีนัก อย่างสินค้าออฟติกปีที่แล้วลดลงถึง 27.2% มีถึง 55.3% ของผู้ประกอบการที่มีการส่งออกลดลงมากกว่า 20% สูงกว่าของสินค้าประเภทอื่น ๆ 

๓. เสี่ยงดวงช่วงตรุษจีน ล็อตโต้ไต้หวันอัดเงินรางวัล 900 ล้าน 

            การเล่นหวยในไต้หวันถือเป็นการพนันที่ถูกกฎหมาย โดยให้เหตุผลเพื่อนำเงินรายได้ไปใช้จ่ายด้านสาธารณะกุศล อย่างเช่นจัดสรรผลกำไรให้แก่กองทุนประกันสุขภาพ กองทุนผู้ทุพพลภาพ การกีฬา และอื่น ๆ อีกมากมาย เพราะนั้นในไต้หวันจึงเรียกว่า “ล็อตโต้เพื่อสาธารณะกุศล” หรือ “กงอี่ไฉ่เฉวี้ยน” เล่นพนันไม่ต้องหลบ ๆ ซ่อน ๆ กันละครับ และในช่วงเทศกาลสำคัญ เจ้ามือคือสถาบันการเงินที่ได้รับสัมปทานก็จะจัดโปรโมชั่นอัดเม็ดเงินรางวัลเพื่อดันยอดขาย ซึ่งในช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นเทศกาลสำคัญที่สุด บริษัทล็อตโต้ไต้หวันจึงอัดเม็ดเงินรางวัลตลอดช่วงตรุษจีนจนถึงวันเทศกาลโคมไฟหรือหยวนเซียวรวม 17 วัน ตั้งแต่วันที่ 20 ม.ค. -5 ก.พ. ด้วยเงินรางวัลพิเศษอีก 900 ล้าน โดยออกรางวัลล็อตโต้ “ต้าเล่อโท่ว” ทุกวันตลอด 17 วัน รางวัลที่ 1 100 ล้าน และรางวัลพิเศษอีกวันละ 360 รางวัล ๆ ละ 1 ล้าน เป็นอั่งเปาตรุษจีน ส่วนล็อตโต้เวยลี่ หรือ เวยลี่ไฉ่ เริ่มตั้งแต่ 16 ม.ค. รางวัลที่ 1 เริ่มต้นที่ 200 ล้าน 

            คุณหวงจื้ออี๋ โฆษกบริษัทล็อตโต้ไต้หวันะรบุว่า หากรางวัลพิเศษจนถึง 24 ม.ค. รางวัลละ 1 ล้านเหรียญไต้หว จำนวน 360 ชุด ไม่มีคนถูก ก็จะออกรางวัลเพิ่มเติมตามจำนวนที่เหลือในทุกงวดที่ออกรางวัล จนกว่าจะแจกรางวัลออกไปจนหมด หรือจนถึง 5 ก.พ. เป็นวันสุดท้าย เพราะฉะนั้น ในช่วงตรุษจีน ซื้อ “ต้าเล่อโท่ว” นอกจากมีโอกาสถูกรางวัลใหญ่ร้อยล้านแล้ว ยังมีโอกาสถูกรางวัลพิเศษเงินล้านอีกด้วย 

            นอกจากนี้ บริษัทล็อตโต้ไต้หวัน ยังได้ออกสลากแบบขูดอีกถึง 7 ชนิด ขูดกันให้จุใจไปเลย จำนวนรางวัลรวมทั้งสิ้น 18.78 ล้านรางวัล มูลค่ารางวัลรวม 10,800 ล้าน นอกจากนี้ ในช่วงตรุษจีนยังมีสลากขูดพิเศษอีกรวม 13 ชนิด ยอดรวมรางวัลใหญ่ 1 ล้าน มีทั้งสิ้น 1,092 รางวัล มากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มออกสลากล็อตโต้ในไต้หวันเป็นต้นมา 

           โฆษกบริษัทล็อตโต้ไต้หวันระบุว่า ปีที่แล้วจำหน่ายล็อตโต้ได้รวมทั้งสิ้น 133,100 ล้าน ทุบสถิติล็อตโต้ทั้งหมด เพ่ิมขึ้น 1.1% แบ่งเป็นล็อตโต้แบบคอมพิวเตอณื 64,400 ล้าน ลดลง 4.3% ส่วนล็อตโต้แบบขูดขายได้ 68,700 ล้าน เพิ่มขึ้น 6.7% ส่วนปีนี้ เนื่องจากอัดเม็ดเงินในส่วนของล็อตโต้แบบคอมพิวเตอร์ถึง 900 ล้าน คาดว่าจะทำยอดขายได้ 5,360 ล้าน 

ล็อตโต้แบบขูดนานาชนิดในช่วงตรุษจีนปีนี้ เฮง ๆๆๆๆๆๆ

 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง