กินกระจับ!! อนุรักษ์นกอีแจว สมญานาม“ราชินีแห่งนกน้ำ” สีสันสวยสดงดงามราวไก่ฟ้า...

  • 13 October, 2020
  • รจรัตน์ ยนต์สุวรรณ
นกอีแจว สมญานาม “ราชินีแห่งนกน้ำ”

ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 13 ตุลาคม 2563  กินกระจับ!! อนุรักษ์นกอีแจว สมญานาม“ราชินีแห่งนกน้ำ” สีสันสวยสดงดงามราวไก่ฟ้า...

       ช่วงนี้เป็นช่วงของฤดูใบไม้ร่วงซึ่งก็เป็นฤดูกาลของกระจับ (菱角) ในไต้หวัน และเจ้านกอีแจวซึ่งเป็นนกที่มีความสวยงามได้ฉายาว่า "เป็นราชินีแห่งนกน้ำ" ก็เป็นนกที่ชอบอาศัยอยู่ในบึงที่ปลูกกระจับ บึงบัว หรือเขตพื้นที่ชุ่มน้ำ โดยมันจะทำรังวางไข่อยู่บนต้นกระจับที่ลอยเหนือน้ำ และชอบหากินเมล็ดพืชตามกอกระจับ หรือสัตว์น้ำบางชนิดที่ลอยอยู่บนกอวัชพืช ความงามของนกอีแจวในฤดูผสมพันธุ์สวยงามราวกับไก่ฟ้า สีสันสดใสขึ้น และหางก็ยาวกว่าปกติ แต่หากไม่ใช่ช่วงผสมพันธุ์สีขนของมันจะกลมกลืนไปกับธรรมชาติแทน นกอีแจวตัวเมียสวยและตัวใหญ่กว่านกอีแจวตัวผู้ แม่นกสาวเป็นฝ่ายเกี้ยวพาราสีนกหนุ่ม ทั้งยังเป็นฝ่ายสร้างรังเองก่อนที่จะวางไข่ประมาณ 3-4 ฟอง จากนั้นก็ทิ้งให้ตัวผู้กกไข่อยู่ในรัง ส่วนเธอนั้นก็แจวไปจีบนกหนุ่มตัวใหม่ ผสมพันธุ์ สร้างรังและวางไข่อีกครั้ง  ซึ่งในปีหนึ่งๆ เจ้านกอีแจวตัวเมียอาจจะจับคู่กับตัวผู้ได้ถึง 4 ครั้ง อย่างไรก็ตาม ระหว่างที่พ่อนกกกไข่ แม่นกก็จะคอยดูแลอยู่ห่างๆ หึงสามีและลูก ไม่ให้นกอีแจวสาวตัวอื่นเข้ามาก่อกวนทำลายไข่หรือแย่งสามีไป นอกนั้นก็เป็นหน้าที่ของพ่อนก โดยหลังกกไข่จนได้ลูกน้อยออกมาแล้ว เจ้าพ่อนกอีแจวก็จะเป็นผู้อนุบาลสอนและหาอาหาร คอยส่งเสียงร้องเตือนให้ลูกนกดำน้ำลงไปซ่อนตัวเมื่อมีภัย ทำอย่างนี้จนกว่าลูกๆ โตพอที่จะดูแลตัวเองได้และแยกย้ายออกไปตามวิถีของนก แต่ว่าช่วง 20 ปีมานี้ ปริมาณของนกอีแจวในไต้หวันได้ลดลงจำนวนมาก เพราะว่าพื้นที่ชุ่มน้ำที่จะให้นกอีแจวอาศัยอยู่มีจำนวนน้อยลง อีกทั้งเกษตรกรยังใช้ยาฆ่าแมลงเพื่อป้องกันนกมาจิกกินผลผลิต จนทำให้จำนวนนกอีแจวทั่วไต้หวันลดลงไปเหลือแค่ประมาณ 50 ตัวเท่านั้น และบึงที่ปลูกกระจับเขตกวนเถียน ของนครไถหนานดูเหมือนจะเป็นสถานที่แห่งเดียวที่จะเป็นความหวังที่จะให้นกอีแจวเป็นที่พักพิงได้ ทำให้ในเวลาต่อมาทั้งภาครัฐและเอกชนร่วมด้วยช่วยกันพัฒนาเขตพื้นที่ชุ่มน้ำเพิ่มขึ้น จำนวนนกอีแจวของนครไถหนานก็เพิ่มขึ้นไปด้วย ถึงกระนั้นก็ตาม นกอีแจวยังคงประสบปัญหาคือจำนวนของบึงที่ปลูกกระจับที่ค่อยๆ น้อยลง เพราะว่าคนยุคปัจจุบันกินกระจับน้อยลง เกษตรกรผู้ปลูกกระจับเข้าสู่วัยชราและปัญหาขาดแรงงานที่ส่งผลต่อธุรกิจการปลูกกระจับ

กระจับมีประโยชน์ มากคุณค่าทางโภชนาการ

      เพื่อส่งเสริมให้คนไต้หวันหันมากินกระจับมากขึ้น ทางซุปเปอร์มาร์เก็ตเฉวียนเหลียน(PX Mart) จึงมีโครงการเพิ่มช่องทางการขายกระจับอินทรีย์ 100 สาขาทั่วไต้หวันในปริมาณจำกัด ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2016 พีเอ็กซ์มาร์ทหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตเฉวียนเหลียนนำร่องอนุรักษ์ระบบนิเวศช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกถั่วแดงไม่ใช้ยาฆ่าแมลงฆ่านกที่มากินถั่วแดง ทำให้ผู้บริโภคได้รับความไว้วางใจในความปลอดภัยของการบริโภคจนประสบความสำเร็จแล้ว ในครั้งนี้ทางพีเอ็กซ์มาร์ทยังร่วมมือกับเกษตรกรผู้ปลูกกระจับเขตกวนเถียนช่วยอนุรักษ์นกอีแจวที่ไปหากินที่บึงปลูกกระจับด้วย โดยขายสินค้ากระจับ 2 ชนิดคือ กระจับที่แกะเปลือกแล้ว เพื่อสะดวกในการนำไปประกอบอาหารหรือต้มน้ำซุปได้เลย ราคาแพคละ 135 เหรียญไต้หวัน และอีกชนิดหนึ่งเป็นกระจับพร้อมเปลือก เหมาะสำหรับนำไปนึ่งและแกะเปลือกกินได้เลย ขายแพคละ 75 เหรียญไต้หวัน และในอนาคตยังจะเพิ่มสินค้าหรือผลิตภัณฑ์จากกระจับเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรมีรายได้เพิ่มขึ้นด้วย

กระจับที่วางขายใน PX Mart อนุรักษ์นกอีแจว

      นายหลินปิ่งหั่ว (林丙火) เกษตรกรผู้ปลูกกระจับที่กวนเถียนเป็นเกษตรที่ยืนหยัดการปลูกกระจับโดยไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมี ซึ่งนอกจากจะอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้ว ยังให้นกอีแจวเป็นที่พักพิงที่ปลอดภัยด้วย  ปัจจุบันเขาได้ปลูกกระจับอินทรีย์ส่งขายซุปเปอร์มาร์เก็ตเฉวียนเหลียน เขากล่าวว่า หากเป็นการปลูกกระจับที่ใช้ยาฆ่าแมลงจะสามารถปลูกกระจับได้มากที่สุดปีละ 6 ครั้ง แต่ว่าถ้าปลูกกระจับอินทรีย์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงจะปลูกได้เพียงปีละ 3 ครั้งเท่านั้น นายหลินปิ่งหั่วยังคงยืนหยัดปลูกกระจับที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและในปีนี้ก็เข้าสู่ปีที่ 8 แล้ว แม้รายได้ลดลง แต่ก็พบว่าช่วงของการปลูกกระจับได้เห็นสิ่งที่น่าสนใจหลายๆ อย่าง อาทิ นกอีแจวที่ต้องการปกป้องรัง เมื่อมีคนเข้าไปใกล้รัง มันก็จะบินกระพือปีก ร้องแจ้ว..วนไปวนมาเพื่อเรียกร้องความสนใจในตัวมัน โดยไม่ให้คนเข้าไปทำลายรังของมัน ซึ่งพฤติกรรมนี้ก็ได้ทำให้นายหลินมีความรู้สึกเกิดความรักความอาทรและเข้าใจนกอีแจวมากขึ้นด้วย นายหลินปิ่งหั่วยังบอกด้วยว่า ความผูกพันธ์ที่มีต่อผืนแผ่นดินที่ปลูกกระจับและนกอีแจวที่เพิ่มขึ้น ทำให้เขาไม่อาจที่จะหันกลับไปใช้ยาฆ่าแมลงอีกแล้ว

นายหลินปิ่งหั่ว (林丙火) เกษตรกรผู้ยืนหยัดปลูกกระจับอินทรีย์เพื่อช่วยอนุรักษ์นกอีแจว

       นายเหยาจื้อวั่ง (姚志旺) ผอ.สำนักการเกษตรและอาหารเขตภาคใต้เล่าให้ฟังว่า ช่วงกลางเดือนส.ค.ตนเองได้เดินทางไปเยี่ยมชมเกษตรกรที่ปลูกกระจับในเขตกวนเถียน และเป็นเวลประจวบเหมาะที่ได้เห็นลูกนกอีแจวกำลังหัดเดิน แต่ด้วยความไม่ระวังเจ้าลูกน้อยได้ตกจากใบกระจับลงไปในน้ำ นกอีแจวผู้เป็นพ่อรีบเอาปากคาบช่วยลูกน้อยแต่ก็ไม่ทันเพราะถูกปลาที่อยู่ในบึงกินเข้าท้องเสียแล้ว เสียงร้องของพ่อนกที่เสียใจยังคงกึกก้องอยู่ในใจของเขา แม้มีความสงสารแต่ก็ช่วยอะไรไม่ได้ ทำให้ตัวเขาเองรู้สึกขอบคุณเกษตรกรผู้ปลูกกระจับที่ยังมีความโอบอ้อมอารี ให้ที่พำนักกับนกอีแจว นายเหยาจื้อวั่งยังบอกด้วยว่า ทุกปีในช่วงเทศกาลตวนอู่หรือเทศกาลขนมบ๊ะจ่างถือเป็นฤดูกาลของกระจับ 4 เขา ส่วนช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็จะเป็นฤดูกาลของกระจับ 2 เขา การที่เขตกวนเถียนนครไถหนานเป็นแหล่งปลูกกระจับที่เป็นมิตรกับนกอีแจว ให้นกอีแจวมีแหล่งพักพิงที่ปลอดภัย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้บริโภคจะให้การสนับสนุนเกษตรกรผู้ปลกกระจับ

นายเหยาจื้อวั่ง (姚志旺) ผอ.สำนักการเกษตรและอาหารเขตภาคใต้ (ภาพกลาง) เชิญชวนให้กินกระจับอินทรีย์

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง