ที่นี่ไต้หวัน วันอังคารที่ 27 เมษายน 2564

  • 27 April, 2021
บักวีต(Buckwheat -เฉียวไหม้-蕎麥 เมล็ดพืชยอดฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ

        ไม่ทราบว่าเคยรับประทานบะหมี่ที่ทำจากบักวีตหรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่าโซบะหรือไม่? บางคนบอกว่าเคยรับประทาน แต่ไม่เคยเห็นว่าบักวีตมีหน้าตาอย่างไร? บางคนคิดว่าบักวีตเป็นพืชที่เห็นได้เฉพาะในจีน ญี่ปุ่น เกาหลี หรือในยุโรปบางประเทศเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไต้หวันก็มีการปลูกบักวีตเช่นกัน ทั่วไต้หวันมีการปลูกบักวีตหลายร้อยเฮกตาร์ ส่วนใหญ่ปลูกในเมืองจางฮั่วและฮัวเหลียน อย่างไรก็ตาม เมื่อ 2 ปีก่อน ทางภาคเหนือของไต้หวันอย่างเขตต้าหยวนที่ตั้งอยู่ในนครเถาหยวนก็มีปลูกเช่นกัน สวี่หลันเคอ(徐藍科) ผู้อำนวยการเขตต้าหยวนที่ส่งเสริมการปลูกบักวีตบอกว่า ปี 2019 เริ่มทดลองปลูกบักวีตในพื้นที่ 5 เฮกตาร์ หลังจากที่ปลูกแล้วก็มีผู้คนเข้าไปถ่ายรูปเช็คอินไม่น้อย ทำให้เกษตรกรและที่ว่าการเขตต้าหยวนคิดว่าน่าจะพัฒนาให้เป็นเอกลักษณ์ของท้องถิ่น ซึ่งในเขตต้าหยวนของนครเถาหยวนจะมีชื่อเสียงในการปลูกพืช 3 ชนิดได้แก่ แตงเมลอน แตงโม และมันเทศ แต่ว่าขณะนี้ได้เพิ่มพืชผลทางการเกษตรอีกอย่างนั่นก็คือ บักวีต เนื่องจากบักวีตเป็นพืชที่ปลูกในเขตต้าหยวนแห่งเดียวทางภาคเหนือ เพราะฉะนั้นหน่วยงานเกษตรมีความคาดหวังว่านอกจากจะแปรรูปผลิตภัณภัณฑ์ทางการเกษตรขายสู่ท้องตลาดแล้ว ยังสามารถผนวกเข้ากับการท่องเที่ยว วางแผนจัดกิจกรรมชมดอกบักวีต รับประทานบะหมี่บักวีต และส่งเสริมวัฒนธรรมเชิงลึกในท้องถิ่นด้วย

ท้องทุ่งบักวีตต้าหยวนทำภาพเครื่องบิน เสมือนต้อนรับสู่สนามบินนานาชาติเถาหยวน

        ก็มีคำถามว่า ทำไมเขตต้าหยวนของนครเถาหยวนจึงมีการปลูกบักวีต? หลี่ซู่อิ๋ง(李素瑩) ข้าราชการกองการเกษตรและอาหารบอกว่า สาเหตุที่เขตต้าหยวนเริ่มปลูกบักวีตเนื่องจากต้องการช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงผึ้งหาแหล่งอาหารให้ผึ้งในช่วงฤดูหนาว เพราะที่ผ่านมา เกษตรกรเลี้ยงผึ้งต้องใช้เงินซื้อน้ำหวานให้ผึ้งกิน ซึ่งวิธีการแบบนี้ทั้งเสียเงินและยังไม่เป็นธรรมชาติ ซึ่งที่ผ่านมาเกษตรกรจะปลูกต้นแอสทรากาลัสเพื่อเป็นแหล่งหาอาหารของผึ้งในฤดูหนาวเป็นหลัก แต่มีปัญหาคือ ต้นแอสทรากาลัสไม่ทนต่อความแห้งแล้งที่มีสภาพอากาศแปรปรวนฝนตกน้อยในปัจจุบัน และในเวลาต่อมาได้ข่าวจากเจ้าหน้าที่สถานีปรับปรุงพันธุ์พืชไทจงว่า ต้นบักวีตเป็นพืชที่ผึ้งชื่นชอบ และยังเป็นพืชที่ทนต่อความแห้งแล้ง ก็เลยอยากทดลองปลูกดูบ้าง

ทิวทัศน์สวยงาม ผลพลอยได้จากการปลูกบักวีต

        ปี 2019 กองการเกษตรและอาหารได้มอบเมล็ดพันธุ์บักวีตให้กับเกษตรกรเขตต้าหยวนของนครเถาหยวนทดลองปลูกในเนื้อที่ 5 เฮกตาร์หรือประมาณ 30 ไร่เศษๆ แต่ไม่คาดคิด หลังฤดูหนาวที่ต้นบักวีตออกดอกแล้วมีความงดงามราวกับหิมะปกคลุมพื้นดิน แม้ปลูกในพื้นที่ไม่มาก แต่ก็ได้ดึงดูดผู้คนมาถ่ายรูปจนโด่งดังในโซเชียลมีเดีย ยิ่งไปกว่านี้ มีทั้งคู่รักไปถ่ายรูปแต่งงาน สร้างบรรยากาศโรแมนติกไม่น้อย ปี 2020 จึงได้เพิ่มเนื้อที่เพาะปลูกบักวีตเป็นเกือบ 100 เฮกตาร์ เมื่อถึงช่วงหน้าหนาวที่ดอกบักวีตบานเต็มที่ มีความงดงามดุจปูด้วยหิมะที่ขาวโพลนในท้องทุ่ง และเนื่องจากต้าหยวนอยู่ใกล้สนามบินนานาชาติเถาหยวน ที่ว่าการเขตจึงปรับพื้นที่กลางทุ่งบักวีตส่วนหนึ่งให้เป็นรูปเครื่องบิน 1 ลำ ราวกับมีเครื่องบินจอดอยู่กลางท้องทุ่งบักวีต การปรับพื้นที่ก็เพื่อหวังให้นักท่องเที่ยวที่นั่งอยู่บนเครื่องได้เห็นก่อนที่เครื่องบินจะร่อนลงสนามบินราวกับเป็นการต้อนรับเข้าสู่จุดหมายปลายทางแล้ว หลี่ซู่อิ๋งยังด้วยบอกว่า เรื่องของการท่องเที่ยวถือเป็นผลพลอยได้จากการปลูกบักวีต แต่จริงๆ แล้ว จุดเริ่มต้นของการทดลองปลูกก็เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรเลี้ยงผึ้ง หวังจะช่วยทดแทนแหล่งหาอาหารของผึ้งที่ได้จากสวนลำไย แต่ผลที่ได้รับเกินคาด เพราะการปลูกบักวีตมีผลประโยชน์หลายประการ นอกจากเลี้ยงผึ้งแล้ว หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิต ต้นบักวีตยังสามารถปรับปรุงดินหรือทำเป็นพืชปุ๋ยสด ช่วยปรับปรุงดินกรด ดินขาดสารอาหาร ดินที่มีไนโตรเจนสูง ปลูกพืชอื่นๆ ไม่ได้ผล ให้มีสภาพดีขึ้นด้วย

        บักวีต(Buckwheat) ภาษาจีนเรียกว่า “เฉียวไหม้-蕎麥” เป็นเมล็ดพืชยอดฮิตในหมู่คนรักสุขภาพ เพราะประกอบไปด้วยแร่ธาตุและสารต้านอนุมูลอิสระหลากชนิด หลายคนจึงเชื่อว่าการรับประทานบักวีตอาจส่งผลดีต่อสุขภาพหลายด้าน เช่น ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดระดับคอเลสเตอรอล ลดความดันโลหิต หรือลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้ เป็นต้น แม้บักวีต เป็นธัญพืชชนิดหนึ่งที่ไม่ต่างจากข้าวสาลีหรือข้าวโพด แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ธัญพืช แต่จัดอยู่ในตระกูลธัญพืชเทียม (Pseudocereals) เช่นเดียวกับควินัวหรือเมล็ดผักโขม ซึ่งผู้บริโภคสามารถนำมารับประทานได้ในรูปแบบเดียวกันกับธัญพืชทั่วไป

บะหมี่บักวีตอร่อยๆ อุดมด้วยสารอาหาร

        สถานีปรับปรุงพันธุ์พืชไทจงชี้ว่า บักวีตประกอบด้วยโปรตีน 10-13.1% และยังเป็นโปรตีนละลายน้ำ ดังนั้นจึงมีการแนะนำว่า ถ้าต้องการรับประทานบะหมี่บักวีต ให้รับประทานน้ำที่ต้มบะหมี่บักวีตพร้อมๆ ไปด้วย เพราะคุณค่าของสารอาหารไปอยู่ที่น้ำด้วย แต่ถ้าเป็นบะหมี่บักวีตเย็นหรือโซบะเย็น จะต้องนึ่งให้สุกในกระบะไม้ไผ่ จะได้ไม่เสียคุณค่าของอาหาร นอกจากนี้ บักวีตยังจัดเป็นซูเปอร์อาหาร เพราะมีโปรตีนสูงกว่าข้าวและธัญพืชอื่นๆ เป็นโปรตีนที่มีกรดอะมิโนจำเป็นครบถ้วน เหมาะสำหรับคนแพ้แป้งสาลี  นอกจากโปรตีน บักวีตยังมีสารไบโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoid) ชื่อรูติน(rutin) ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับผนังหลอดเลือดฝอย ไม่ให้ผิวหนังมีรอยช้ำและป้องกันหลอดเลือดเปราะแตกง่าย อีกทั้งมีแมกนีเซียมสูง ซึ่งทั้งรูตินและแมกนีเซียมสองตัวนี้การวิจัยพบว่า ช่วยบำรุงหลอดเลือดให้มีความยืดหยุ่น ควบคุมความดันโลหิตสูง ลดระดับโคเลสเตอรอลในเลือด จึงช่วยป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจนั่นเอง นอกจากนั้นแล้ว บักวีตยังมีแร่ธาตุสำคัญกับร่างกาย คือ สังกะสี ทองแดง แมงกานีส และยังมีวิตามินบี1 และบี2 ค่อนข้างสูง เป็นวิตามินเหล่านี้ละลายน้ำได้ด้วย

แปรรูปบักวีตเป็นถุงชาสำหรับชงดื่ม

        บักวีตที่ปลูกในเขตต้าหยวนของนครเถาหยวน เนื่องจากวัตถุประสงค์หลักก็เพื่อเลี้ยงผึ้ง เพราะฉะนั้นจะไม่ฉีดยาฆ่าแมลง ดังนั้นบักวีตที่เก็บเกี่ยวได้จึงมีความปลูกปลอดภัย ปลอดสาร แต่หลังจากที่ปลูกบักวีตแล้วก็พบว่ามีผลพลอยได้มากมาย นอกจากมีการนำบักวีตมาทำเป็นบะหมี่  ยังนำมาแปรรูปอาหารต่างๆ เช่น ทำเครกเกอร์บักวีต ทำเป็นถุงชาบักวีตสำหรับชงดื่ม และขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารจากบักวีต คาดว่าเดือนสิงหาคมจะมีผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปจากบักวีตวางจำหน่ายในสหกรณ์ต้าหยวน หรือสหกรณ์เกษตรทั่วไต้หวันได้ ซึ่งทางหน่วยงานรัฐบาลคาดหวังให้ประชาชนสนับสนุนผลิตภัณฑ์บักวีตแปรรูปในประเทศเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร

แปรรูปบักวีตเป็นบะหมี่แห้ง

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง