มองปัจจุบัน ย้อนอดีต - 2021-01-11

  • 11 January, 2021
มี่สั้ว(麵線 )บะหมี่เส้นเล็กๆ ยาวๆ ตากภายใต้แสงอาทิตย์ เหมือนผ้าม่านที่สะบัดพลิ้วไหวไปตามสายลม

มองปัจจุบัน ย้อนอดีต -11 ม.ค. 63-เมี่ยนเสี้ยนหรือมี่สั้ว(麵線 )บะหมี่เส้นๆ ของชาวจีนกับความเชื่อกินแล้วอายุยืน เจริญรุ่งเรือง

         บะหมี่ อาหารของชาวจีนมีลักษณะเป็นเส้นๆ ที่มีความเชื่อว่ากินแล้วทำให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง และมีอายุยืน ซึ่งภาษาจีนเรียกว่า“เมี่ยนเซี่ยน-麵線” คนไทยจะเรียกว่า มี่สั้ว โดยทำจากแป้งสาลีและน้ำเป็นหลักแล้วมีการเติมเกลือ ไข่ สารละลายด่างหรือใส่สีผสมอาหาร แต่เนื่องจากปัจจุบันผู้คนให้ความสำคัญต่อสุขภาพจึงมักจะใช้สีจากพืชผักผลไม้ที่เป็นธรรมชาติ เช่น แครอท ถ่านไม้ไผ่ ซานเย่า(ห่วยซัว) ฟักทอง ผักโปยเล้ง มันเทศสีม่วง เป็นต้น สำหรับในครั้งนี้เราก็นำเอาเรื่องของเมี่ยนเซี่ยนหรือมี่สั้วของเมืองจินเหมินมาเล่าสู่กันฟัง ก่อนอื่นก็มารู้จักกับจินเหมินซึ่งเป็นชื่อของหมู่เกาะรอบนอกของไต้หวัน อยู่ทางด้านตะวันตกของเกาะไต้หวันในละติจูดเดียวกับนครไถจง แต่ว่าสภาพอากาศไม่ค่อยเหมือนกัน เพราะว่าหมู่เกาะจินเหมินเป็นพื้นดินที่ยกตัวขึ้นเหนือทะเล ทำให้อากาศของหมู่เกาะจินเหมินหนาวกว่าในไต้หวัน มีลมพัดแรงโดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงที่ลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือพัดเข้ามา จินเหมินหรือคีมอยมีความหมายว่า ประตูทองคำ ตั้งอยู่ใกล้กับเมืองเซียะเหมินในมณฑลฝูเจี้ยนของ จีนแผ่นดินใหญ่ ห่างกันเพียง 6 กิโลเมตรเท่านั้น และอยู่ห่างจากเกาะไต้หวัน 210 กม. มีประชากร 140,490 คน(สถิติปีเดือน พ.ย. ปี 2020)มีเนื้อที่ 151.656 ตร.กม. ซึ่งเกาะจินเหมินมีสินค้าที่มีชื่อเสียงในท้องถิ่นได้แก่ ข้าวฟ่าง เหล้าเกาเหลียงที่หมักจากข้าวฟ่าง ขนมถั่วบดหรือก้องถึง มี่สั้ว มีดที่ทำมาจากแผ่นเหล็กหุ้มระเบิดในสงคราม 823 ในปี ค.ศ. 1958 เป็นต้น ซึ่งมี่สั้วหรือเมี่ยนเซี่ยนของเมืองจินเหมินก็มีขายกันหลากหลายเจ้า แต่ที่เล่าให้ฟังนี้มีความพิเศษเป็นฝีมือของนักโทษในเรือนจำของจินเหมิน มีชื่อว่า มี่สั้วติ่งจิน(鼎金麵線) รสชาติเป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้บริโภค ไม่ใส่สารกันบูด ถูกสุขอนามัย ยอดขายบะหมี่ทะลุ 10 ล้านเหรียญไต้หวัน/ปี แต่เนื่องจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น ล่าสุดมีข่าวบอกว่า จะมีการปรับราคาเพิ่มแพคละ 10 เหรียญไต้หวันช่วงหลังปีใหม่ ทำให้ยอดสั่งซื้อในเดือนธ.ค.ที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก ทำให้นักโทษที่มีหน้าที่ผลิตบะหมี่ต้องทำโอที มีรายได้เพิ่มขึ้นไม่น้อย

มี่สั้วผลิตจากสีธรรมชาติของผักผลไม้ เช่น แครอท ฟักทอง ซันเย่า

         เมี่ยนเซี่ยนหรือมี่สั้ว ถือเป็นอาหารหลักของชาวจีนก็ว่าได้ และชาวจีนมีความเชื่อตามบรรพบุรุษที่บอกว่า กินบะหมี่ที่เป็นเส้นยาวๆ จะช่วยให้ชีวิตเจริญรุ่งเรือง และมีอายุยืนยาว ความนิยมกินบะหมี่ของชาวจีนมีมานานกว่า 2,000 ปีแล้ว เวลาฉลองวันเกิดก็จะผัดหมี่นี้มากินด้วย เนื่องจากเส้นยาวๆ เป็นตัวแทนของอายุยืน บางทีก็เรียกว่า “โซ่วเมี่ยน-壽麵-บะหมี่อายุยืน” บะหมี่นี้ยังนิยมนำมาไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ รวมถึงวันไหว้ในเทศกาลต่างๆ เช่น ตรุษจีน เป็นต้น

มี่สั้วนิยมกินเป็นอาหารหลักด้วย

        มีการเล่ากันว่า การกินบะหมี่อายุยืนนี้เริ่มมีในสมัยฮ่องเต้ฮั่นอู่ตี้ ผู้เชื่อในเรื่องโชคลางและยาอายุวัฒนะ ซึ่งในตำราดูโหงวเฮ้งนั้น กล่าวว่า“หากร่องใต้จมูกของคนใดยาวถึงหนึ่งนิ้ว คนผู้นั้นจะอายุยืนถึงร้อยปี” การมีร่องใต้จมูกยาวก็ต้องมีใบหน้ายาว ชาวจีนจึงคิดใช้หมี่เส้นยาวๆ เป็นสัญลักษณ์แทนใบหน้ายาว เพราะคำว่า “เมี่ยน面”  แปลว่าใบหน้า มีเสียงพ้องกับ “เมี่ยน麵” ที่แปลว่าเส้นหมี่ และอีกตำนานหนึ่งเล่ากันว่า ผู้ริเริ่มให้กินมี่สั้วคือ เจ้าแม่สวรรค์ชั้นเก้าหรือ九天玄女 ซึ่งเป็นเทพนารีตามความเชื่อปรัมปราของจีนและเป็นนิยมบูชาในลัทธิเต๋า ท่านสั่งให้ทำเมี่ยนเสี้ยนในวันคล้ายวันเกิดของมารดาซึ่งก็คือ หวังหมู่เหนียงเหนียง ทำให้ในเวลาต่อมามีการนำมี่สั้วบูชาเจ้าแม่สวรรค์ชั้นเก้า และในเวลาต่อมาได้กลายเป็นอาหารที่นิยมในหมู่ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันคล้ายวันเกิดนิยมกินมี่สั้วมาจนถึงปัจจุบัน

มี่สั้วฝีมือนักโทษของเรือนจำจินเหมิน 

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง