:::

RTI Radio Taiwan InternationalRTI Radio Taiwan Internationalมองปัจจุบัน ย้อนอดีต วันจันทร์ที่ 26 กรกฏาคม 2564

  • 26 July, 2021
มองปัจจุบัน ย้อนอดีต
เหล้าหมักจากข้าวฟ่าง

        อดีตที่ผ่านมา การหุงข้าวฟ่างที่ใส่ผักป่าและมีโปรตีนเสริมที่ได้จากปลาหรือสัตว์ที่ล่าได้ ผสมน้ำมันหมูป่าเข้าไปคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน ถือเป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการ ช่วยสร้างความแข็งแรงให้กับชนพื้นเมืองในไต้หวันที่ไม่เพียงแต่เป็นของชนเผ่าไพวันเท่านั้น เนื่องจากชนพื้นเมืองเชื่อว่า ข้าวฟ่างจึงถือเป็นของขวัญล้ำค่าที่ฟ้าประทานให้ เป็นอาหารที่ทำให้เกิดวัฒนธรรมการบริโภคและใช้กันอย่างแพร่หลาย  ชนเผ่าไพวันนิยมใช้ข้าวฟ่างที่มีความเหนียว จึงมักจะนำมาทำเป็นข้าวต้มข้าวฟ่าง บ๊ะจ่างข้าวฟ่าง ซึ่งชนเผ่าไพวันจะเรียกบ๊ะจ่างที่ทำจากข้าวฟ่างว่า ซีนาวู (cinavu) ทำโดยใช้ใบไม้ห่อข้าวฟ่างหรือก้อนเนื้อมัดให้แน่น นำไปต้ม ซึ่งอาจจะใช้เผือกหรือข้าวเหนียวแทนข้าวฟ่างก็ได้ ลักษณะคล้ายขนมบะจ่างของชาวจีน เป็นอาหารที่ชาวไพวันรับประทานเป็นประจำชนิดหนึ่ง และยังมีขนมหวานข้าวฟ่าง เหล้าข้าวฟ่าง หุงข้าวฟ่างกับผักป่า เป็นต้น อย่างไรก็ตาม แต่ละชนเผ่าจะมีวิธีการปรุงที่แตกต่างกันไป มีการใส่ส่วนผสมที่ต่างกัน ทำให้รสชาติและความหอมแตกต่างกันไป จนกลายเป็นวัฒนธรรมการบริโภคที่หลากหลาย เป็นเอกลักษณ์ของแต่ละชนเผ่าไป

บ๊ะจ่างชนเผ่าไพวัน

        หลันเป่า ข่าลู่ฟง(藍保-卡路風-Lanpaw Kalijuvung) นักล่าสัตว์ชนเผ่าไพวันและเป็นผู้อยู่เบื้องหลังก่อตั้งห้องทำงาน Talem ที่เกี่ยวข้องกับวัฒนธรรมข้าวฟ่างของชุมชนถูปั่น ตำบลต๋าเหริน เมืองไถตง บอกว่า คนแก่สมัยก่อนเล่าให้ฟังว่า คนที่ล่าสัตว์เก่งจะต้องเรียนรู้วิชาการเกษตรก่อน จากนั้นจึงค่อยเรียนรู้วิธีการล่าสัตว์ และต้องรู้วิถีชีวิตของสัตว์ที่ออกหาอาหาร จึงจะล่าสัตว์ได้ง่ายขึ้น และในสมัยก่อน หากมีศัตรูจะบุกรุกเข้าไปในชุมชนของชนเผ่า คนแก่ก็จะมอบเมล็ดพันธุ์พืชให้กับคนล่าสัตว์เพื่อนำไปเก็บไว้ในป่า เมื่อสงครามสงบลง คนล่าสัตว์ก็จะเอาเมล็ดพันธุ์กลับชุมชนเพื่อนำไปปลูกและขยายพันธุ์ต่อไป

ชนเผ่าไพวันมีธรรมเนียมแลกเปลี่ยนข้าวฟ่างกับชนเผ่าอื่น

ข้าวฟ่างถือวัตถุดิบปรุงอาหารที่สำคัญของชนเผ่าไพวัน การนำข้าวฟ่างมาใช้จะขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ ถ้าเป็นอาหารที่ปรุงให้ผู้สูงอายุหรือเด็กทาน ก็มักจะเลือกข้าวฟ่างข้าวจ้าวที่ไม่เหนียวมาก และทำให้ย่อยง่ายด้วย นอกจากนี้ ข้าวฟ่างยังมีความเกี่ยวข้องกับประเพณีต่างๆ ของชนเผ่า  เช่น พิธีเซ่นไหว้เพาะปลูก พิธีเซ่นไหว้หว่านพันธุ์ พิธีเซ่นไหว้ขับไล่นก พิธีเซ่นไหว้หลังเก็บเกี่ยวผลผลิต  หลังจากที่ปลูกข้าวฟ่างจนสุกเต็มที่แล้ว สิ่งแรกที่ต้องทำไม่ใช่การเก็บเกี่ยวผลผลิตไปขาย แต่เป็นการเก็บเมล็ดพันธุ์ โดยผู้อาวุโสในชุมชนเป็นผู้คัดเลือกพันธุ์ เลือกข้าวฟ่างช่อสวยที่สุดประมาณ 4-5 ช่อ จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง(ต้องแห้งจริงๆ) และต้องเก็บข้าวฟ่างบางส่วนไว้ในพิธีเซ่นไหว้ประจำปีด้วย และถ้าเป็นข้าวฟ่างที่ใช้ส่งส่วย ก็ต้องยิ่งให้ความสำคัญในการคัดเลือกมาก เพราะเป็นตัวแทนของชนเผ่า ที่สร้างความภาคภูมิใจและความมีเกียรติ

ข้าวฟ่างต้มกับผักป่า เป็นที่ชื่นชอบของผู้สูงอายุ

        ชนเผ่าไพวัน  ปัจจุบันมีประชากร 104,051 คน(สถิติ2021/04) กระจายอยู่ตั้งแต่ภูเขาต้าอู่ทางเหนือ (大武山)  จนถึง คาบสมุทรเหิงชุน(恆春)ทางใต้ ตะวันออกจรดฟางเหลียว(枋寮) ภาคตะวันออกจรด ไท่หมาหลี่(太麻里) เมืองไถตง หัวหน้าหมู่บ้านถือเป็นชนชั้นสูงเป็นศูนย์รวมด้านการเมือง การทหาร และศาสนา เป็นหน่วยปกครองตนเองอิสระ เนื่องจากมีประชากรมาก  จึงมีความสัมพันธ์ทางสายญาติในวงกว้าง และกลุ่มชนชั้นสูงนิยมแต่งงานกันในหมู่ญาติ ทำให้เกิดลักษณะชนกลุ่มหนึ่งรวมตัวปกครองหมู่บ้านในลักษณะเป็นพันธมิตรกัน พิธีเซ่นไหว้ที่สำคัญของชาวไพวันมี 4 อย่างคือ การเซ่นไหว้ 5 ปี, เซ่นไหว้ปูขน, เซ่นไหว้บรรพบุรุษ, เซ่นไหว้เก็บเกี่ยว ซึ่งการเซ่นไหว้ใหญ่ทุก 5 ปี มีตำนานเล่าว่า บรรพบุรุษของชาวไพวันได้ไปแดนสวรรค์เพื่อเรียนรู้วิธีเซ่นไหว้จากเทพธิดา ให้อาหารอุดมสมบูรณ์ เรียนรู้วิธีการเพาะปลูก  การจัดพิธีแต่งงานของหัวหน้าหมู่บ้าน และได้สัญญากับเทพธิดาว่าเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจะทำการจุดฟางข้าวฟ่างเพื่อส่งสัญญาน ให้เทพธิดาลงมาโลกมนุษย์เพื่อรับการเซ่นไหว้ ซึ่งจะเซ่นไหว้เป็นประจำทุก และจะจัดพิธีเซ่นไหว้ใหญ่ทุก 5 ปี

พิธีเซ่นไหว้ใหญ่ทุก 5 ปี ของชนเผ่าไพวัน

ผู้จัดรายการ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง