ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 4 กันยายน 2563

  • 04 September, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
แรงงานเวียดนามตั้งแก๊งลักลอบตัดไม้หวงห้ามถูกจับ

1. กระทรวงแรงงานไต้หวันเตือน นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แรงงานต่างชาติเต็มจำนวน ห้ามหักเงินอย่างผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 300,000 เหรียญไต้หวัน

        ปัจจุบันแรงงานต่างชาติที่ทำงานในไต้หวันมีจำนวนมากกว่า 700,000 คน ตามกฎหมาย นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้กับแรงงานต่างชาติเต็มจำนวน ห้ามมีการหักค่าใช้จ่ายรายการต่างๆ ยกเว้นที่กฎหมายกำหนดให้หักได้ 4 รายการ ได้แก่เงินภาษีหัก ณ ที่จ่าย เบี้ยประกันสุขภาพ ประกันภัยแรงงานและค่าอาหารที่พัก ซึ่งอนุญาตให้นายจ้างหักได้เมื่อมีการจัดอาหารและที่พักที่ได้มาตรฐานแก่คนงาน ในอัตราไม่เกินเดือนละ 5,000เหรียญ แต่โดยทั่วไปในสัญญาจ้างจะระบุหักเดือนละไม่เกิน 2,500 เหรียญ แต่ปรากฏมีนายจ้างบางรายให้ความร่วมมือกับบริษัทจัดหางานหักค่าบริการรายเดือน บางรายยิ่งกว่านั้น มีการช่วยบริษัทจัดหางานหักเงินค่างวดเงินกู้ ซึ่งเป็นค่าบริการจัดหางานหรือค่าหัวคิวจากค่าจ้างของแรงงานต่างชาติ

นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แรงงานต่างชาติเต็มจำนวน ห้ามหักเงินอย่างผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 300,000 เหรียญไต้หวัน

        ต่อสภาพการณ์ข้างต้น กระทรวงแรงงานแถลงว่า กฎหมายระบุชัดเจน นายจ้างจะต้องจ่ายค่าจ้างให้แรงงานต่างชาติเต็มจำนวน ห้ามเพิ่มรายการหัก ยกเว้นที่ได้รับอนุญาตจากฎหมาย ผู้ใดฝ่าฝืน จะถูกปรับตั้งแต่ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติด้วย กระทรวงแรงงานประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างชาติทราบโดยทั่วกันว่า หากนายจ้างหักค่าจ้างในรายการอื่นนอกเหนือจากกฎหมายกำหนดได้แก่ภาษี เบี้ยประกันภัยแรงงาน สุขภาพและค่าอาหารที่พัก หรือถูกบริษัทจัดหางานเรียกเก็บค่าใช้จ่ายอื่นๆ นอกเหนือจากค่าบริการรายเดือน 1,800 เหรียญต่อเดือนในปีแรก 1,700 เหรียญต่อเดือนในปีที่ 2 และ 1,500 เหรียญต่อเดือนในปีที่ 3 ขึ้นไป สามารถร้องเรียนต่อสายด่วนคุ้มครองแรงงาน 1955 ได้ เมื่อรับเรื่องแล้วจะส่งต่อให้กองแรงงานท้องที่ดำเนินการตรวจสอบ หากมีสภาพการณ์ที่ผิดกฎหมาย จะดำเนินการลงโทษอย่างเด็ดขาด

นายจ้างต้องจ่ายค่าจ้างให้แรงงานต่างชาติเต็มจำนวน ห้ามหักเงินอย่างผิดกฎหมาย ฝ่าฝืนปรับสูงสุด 300,000 เหรียญไต้หวัน

        ด้านกรมพัฒนากำลังแรงงานกล่าวว่า ค่าใช้จ่ายที่นายจ้างช่วยบริษัทจัดหางานหักจากค่าจ้างของแรงงานต่างชาติ ที่พบเห็นและได้รับการร้องเรียนบ่อยได้แก่ ค่าบริการรายเดือน เงินกู้ก่อนการเดินทางเข้าไต้หวัน ค่าธรรมเนียมทำบัตรถิ่นที่อยู่หรือบัตร ARC รวมถึงค่าตรวจสุขภาพเป็นต้น กรมพัฒนากำลังแรงงานเตือนว่า เมื่อตรวจพบว่ามีการหักเงินรายการต่างๆ นอกเหนือจากที่กฎหมายกำหนดจริง นายจ้างจะถูกลงโทษปรับตั้งแต่ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน และจะถูกเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ในส่วนของบริษัทจัดหางาน หากมีการเรียกรับเงินนอกเหนือจากที่กฎหมายอนุญาต จะถูกลงโทษปรับเงิน 10-20 เท่าของจำนวนเงินที่เรียกรับ และจะถูกพักใช้ใบอนุญาตจัดหางาน

        กรมพัฒนากำลังแรงงานย้ำเตือนว่า นอกจากที่กฎหมายอนุญาตให้หักได้ ได้แก่เงินภาษี เบี้ยประกันภัยแรงงาน สุขภาพค่าอาหารที่พักและเงินบำรุงกองทุนสวัสดิการแรงงาน (บางโรงงานไม่มี) แล้ว ห้ามนายจ้างหักเงินรายการอื่นใด จากค่าจ้างของแรงงานต่างชาติอีก และขณะที่จ่ายค่าจ้างแก่แรงงานต่างชาติ จะต้องมีรายการเงินค่าจ้างที่มีภาษาแม่กำกับไว้ด้วย เพื่อให้แรงงานต่างชาติเข้าใจในรายได้ของตนและจะต้องเก็บรายการเงินค่าจ้างดังกล่าวไว้เพื่อการตรวจสอบอย่างน้อย 5 ปี

บรรยากาศขณะเลิกงาน แรงงานต่างชาติในโรงงานอิเล็คทรอนิกส์แห่งหนึ่งเดินกลับหอพัก

2. นายจ้างไต้หวันประท้วงรัฐบาลอินโดนีเซียผลักภาระให้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายฝึกอบรมผู้อนุบาลก่อนการเดินทาง กระทรวงแรงงานขอให้อินโดนีเซียชี้แจง

      กรณีที่กระทรวงแรงงานอินโดนีเซียเล็งส่งออกแรงงานไปทำงานต่างประเทศโดยห้ามเก็บค่าหัวคิวและค่าใช้จ่ายใดๆ ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2564 เป็นต้นไป โดยบังคับให้นายจ้างต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ตั้งแต่ค่าฝึกอบรมก่อนการเดินทาง ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าทำหนังสือเดินทางและค่าธรรมเนียมในการยื่นขอวีซ่าเข้าเมือง ก่อให้เกิดความไม่พอใจแก่นายจ้างไต้หวันที่ว่าจ้างผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นอย่างยิ่ง ด้านกระทรวงแรงงานกล่าวว่า ฝ่ายอินโดนีเซียประกาศนโยบายดังกล่าวโดยไม่เคยหารือกับฝ่ายไต้หวันมาก่อน ดังนั้นได้ทำหนังสือขอให้ชี้แจงในเรื่องนี้แล้ว

นายจ้างไต้หวันที่ว่าจ้างผู้อนุบาลนั่งรถเข็นไฟฟ้าไปประท้วงรัฐบาลอินโดนีเซียผลักภาระทั้งหมดให้นายจ้าง

      เมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมา สหพันธ์ผู้บาดเจ็บที่ไขสันหลังของไต้หวันนำนายจ้างซึ่งเป็นผู้พิการกว่า 100 คน นั่งรถเข็นไฟฟ้าไปชุมนุมประท้วงที่หน้าที่ทำการกระทรวงแรงงานในกรุงไทเป แสดงความไม่พอใจและเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานดำเนินการเจรจากับรัฐบาลอินโดนีเซีย กรณีที่กระทรวงแรงงานอินโดนีเซียมีแผนจัดส่งแรงงานมาทำงานไต้หวัน โดยผลักภาระให้นายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของแรงงานอินโดนีเซียทั้งหมด ตั้งแต่ค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรมของผู้อนุบาลก่อนการเดินทาง ค่าตั๋วเครื่องบิน ค่าทำหนังสือเดินทางและค่าธรรมเนียมในการยื่นขอวีซ่าเข้าเมือง ฯลฯ

นายจ้างไต้หวันที่ว่าจ้างผู้อนุบาลนั่งรถเข็นไฟฟ้าไปประท้วงรัฐบาลอินโดนีเซียผลักภาระทั้งหมดให้นายจ้าง

      นายเฉินซ่านซิว ประธานสหพันธ์ผู้บาดเจ็บที่ไขสันหลังของไต้หวันชี้ว่า กรมคุ้มครองสวัสดิการแรงงานในต่างประเทศ กระทรวงแรงงานอินโดนีเซีย ประกาศโดยพลการ ไม่ได้หารือกับกระทรวงแรงงานไต้หวันก่อน ตั้งแต่ปีใหม่นี้เป็นต้นไป นายจ้างที่นำเข้าแรงงานอินโดนีเซีย จะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่าง ประธานสหพันธ์ผู้บาดเจ็บที่ไขสันหลังของไต้หวันผู้นี้กล่าวว่า นายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติ เพื่อให้มาดูแลผู้ป่วยที่เป็นผู้พิการระดับรุนแรง ซึ่งต้องการผู้อนุบาลตลอด 24 ชั่วโมง ครอบครัวของนายจ้างเหล่านี้ ส่วนใหญ่มีปัญหาทางเศรษฐกิจ หากจะผลักภาระให้นายจ้างรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของผู้อนุบาลทั้งหมด ซึ่งคาดว่าจะมีค่าใช้จ่ายประมาณ 70,000-100,000 เหรียญไต้หวัน จะส่งผลให้ครอบครัวของนายจ้างประสบกับภาวะลำบาก จึงเรียกร้องให้กระทรวงแรงงานเจรจาต่อรองกับรัฐบาลอินโดนีเซีย ยุติแผนการที่ไม่เป็นธรรมต่อนายจ้างดังกล่าว

นายจ้างไต้หวันที่ว่าจ้างผู้อนุบาลนั่งรถเข็นไฟฟ้าไปเรียกร้องขอให้กระทรวงแรงงานหาทางเจรจากับรัฐบาลอินโดนีเซีย ยุตินโยบายแรงงานไปทำงานต่างประเทศเสียค่าใช้จ่ายเป็นศูนย์

      เมื่อวันที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นวันชาติของอินโดนีเซีย นาย Benny Rhamdani อธิบดีกรมคุ้มครองสวัสดิการแรงงานในต่างประเทศ กระทรวงแรงงานอินโดนีเซียกล่าวในงานแถลงข่าวว่า จะร่วมมือกับบริษัทจัดหางานที่ถูกกฎหมาย และหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศเป้าหมาย เพื่อผลักดันโครงการแรงงานอินโดนีเซียเดินทางไปทำงานต่างโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ หรือโครงการแรงงานอินโดนีเซียไปทำงานต่างประเทศเสียค่าใช้จ่ายเป็นศูนย์ เบื้องต้นตั้งเป้าหมายใน 6 เดือนข้างหน้า หรือเริ่มจากต้นปีหน้า แรงงานอินโดนีเซียทุกคนที่เดินทางไปทำงานต่างประเทศใน 10 ประเภทงานและกิจการ ประกอบด้วยตำแหน่งงานอย่างเช่น ผู้อนุบาล ผู้ช่วยงานบ้าน พนักงานโรงงานและลูกเรือประมงเป็นต้น นายจ้างและบริษัทจัดหางานจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบและออกค่าใช้จ่ายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นค่าฝึกอบรมก่อนการเดินทาง ค่าบริการจัดหางานหรือที่เรียกกันว่าค่าหัวคิว และค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่นค่าธรรมเนียมในการยื่นขอวีซ่าเข้าเมือง ค่าตั๋วเครื่องบินเดินทางเป็นต้น

ผู้อนุบาลอินโดนีเซียในไต้หวันครองสัดส่วนร่วมร้อยละ 80 ของผู้อนุบาลทั้งหมด

3. จับอีก 4 แรงงานเวียดนามแก๊งมอดไม้ จำคุก 1 ปี 7 เดือน ปรับ 55.27 ล้านเหรียญไต้หวัน ไม่มีจ่ายอนุญาตให้จำคุกแทนได้ในอัตราวันละ 3,000 เหรียญ

        แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายผันตัวเองจากคนรับจ้างตัดและขนไม้สงวน ตั้งแก๊งมอดไม้เป็นเถ้าแก่เอง โดยมีแรงงานเวียดนามผิดกฎหมายที่มีฉายาว่าอาเป่าเป็นหัวโจก ลักลอบตัดและเลื่อยไม้ราคาแพงจากป่าลึกออกเป็น 28 ท่อน จากนั้นให้ 4 แรงงานเพื่อนร่วมชาติช่วยแบกขนออกมาจากป่า แล้วจ้างรถแท็กซี่ขนส่งยังจุดนัดหมายกับผู้รับซื้อซึ่งเป็นชาวไต้หวัน แรงงานเวียดนามทั้ง 4 ถูกสกัดจับระหว่างทาง ถูกส่งดำเนินคดีข้อหาละเมิดกฎหมายป่าไม้ ศาลท้องถิ่นเมืองหนานโถวตัดสินคดีเมื่อวันที่ 27 สิงหาคมที่ผ่านมานี้ จำคุกผู้ต้องหาทั้ง 4 คน ตั้งแต่ 1 ปี 7 เดือน -1 ปี 3 เดือน และปรับคนละ 13,818,240 เหรียญไต้หวัน รวมทั้ง 4 คน เป็นเงินค่าปรับ 55,272,960 เหรียญ

แรงงานเวียดนามผิดกฎหมายลักลอบตัดและขนไม้สงวนออกจากป่าถูกจับ

        โฆษกศาลท้องถิ่นเมืองหนานโถวแถลงว่า แรงงานเวียดนาม 3 ใน 4 รับสารภาพว่า ได้รับการว่าจ้างจากนายอาเป่า แรงงานชาติเดียวกันให้แบกท่อนไม้ฮิโนกิ 28 ท่อน โดยแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดละ 2 คน ใช้เวลาเดินประมาณ 4 วัน จึงออกจากป่าลึกได้ จากนั้นจ้างรถแท็กซี่พาไปส่งยังจุดนัดหมาย จนกระทั่งถูกจับกุมดำเนินคดี ถูกจำคุกคนละ 1 ปี 3 เดือน อีก 1 คน มีท่าทีไม่ดี ไม่ให้ความร่วมมือและกลับคำให้การไปมา ศาลตัดสินจำคุก 1 ปี 7 เดือน

ไม้สนฮิโนกิราคาแพงถูกลักลอบตัดและลำเลียงออกมาจากป่า เพื่อขายให้ผู้รับซื้อชาวไต้หวัน

        โฆษกศาลท้องถิ่นเมืองหนานโถวแถลงว่า นอกจากโทษจำคุกดังกล่าวแล้ว ผู้พิพากษาในคดีนี้ได้ให้หน่วยงานป่าไม้ในเมืองหนานโถวช่วยประเมินมูลค่าไม้ฮิโนกิที่ถูกลักลอบตัดทั้ง 28 ท่อน มีราคารวม 1,151,520 เหรียญไต้หวัน ตามกฎหมายจะถูกปรับ 10 เท่าของมูล่าไม้ที่ถูกยึด ตัดสินให้แรงงานเวียดนามทั้ง 4 ต้องเสียค่าปรับคนละ 13,818,240 เหรียญ รวมทั้ง 4 คน เป็นเงินค่าปรับ 55,272,960 เหรียญไต้หวัน กรณีที่ไม่มีเงินเสียค่าปรับ สามารถรับโทษจำคุกแทนค่าปรับได้ ในอัตรา 3,000 เหรียญไต้หวันต่อการจำคุก 1 วัน

        ด้านตำรวจป่าไม้ที่เมืองหนานโถวเปิดเผยว่า มีแรงงานเวียดนามจำนวนหนึ่ง หลังจากเดินทางมาทำงานในไต้หวันได้ไม่นานก็หลบหนีกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย จากนั้นไปรับจ้างตัดไม่สงวนกับแก๊งมอดไม้ชาวไต้หวัน จนมีประสบการณ์และเรียนรู้เทคนิค ลู่ทางในการทำมาหากินอย่างผิดกฎหมาย โดยเห็นว่าเป็นวิธีที่รวยทางลัดได้ง่าย ยกระดับฐานะของตัวเองเป็นเถ้าแก่ รวบรวมสมัครพรรคพวกที่เป็นคนชาติเดียวกัน หลบหนีและต้องการหางานทำ ตั้งเป็นแก๊งลักลอบตัดไม้สงวนอายุนับร้อยปี ลำเลียงลงจากภูเขาแล้วขายให้แก่ผู้รับซื้อชาวไต้หวัน โดยดำเนินการในลักษณะครบวงจร

แรงงานเวียดนามลักลอบตัดไม้สงวนถูกจับพร้อมของกลางไม้ราคาแพง

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง