ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2563

  • 16 October, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
แรงงานไทยในไทจงเมาขี่จักรยานไฟฟ้าชนรถยนต์ข้างทางกลางดึกได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

1. เตือน! ก่อกวนสัตว์คุ้มครอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน คนงานฟิลิปปินส์เที่ยวเสี่ยวหลิวฉิว ขี่เต่าทะเล ถูกจับดำเนินคดี หน่วยยามฝั่งไต้หวันชี้ ถูกจับเป็นรายที่ 10 ของปีนี้

      เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นช่วงหยุดยาวเทศกาลไหว้พระจันทร์ ผู้คนเดินทางไปท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ เกาะรอบนอก อย่างเกาะเสี่ยวหลิวฉิว นอกชายฝั่งผิงตง กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม แต่ละวันมีนักท่องเที่ยวนับหมื่นเดินทางไปท่องเที่ยว แม้แต่แรงงานต่างชาติก็มีจำนวนไม่น้อยที่เดินทางไปท่องเที่ยวยังเกาะสวยงามแห่งนี้ แต่การเดินทางไปเที่ยวต้องระวังกฎระเบียบข้อห้ามต่างๆ ห้ามฝ่าฝืน มิเช่นนั้น จะกลายเป็นการท่องเที่ยวราคาแพง

เกาะเสี่ยวหลิวฉิว เป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมนอกชายฝั่งผิงตง

      อย่างแรงงานฟิลิปปินส์รายหนึ่ง เดินทางไปท่องเที่ยวที่เกาะเสี่ยวหลิวฉิว ขณะเล่นน้ำจับเต่าทะเล ซึ่งเป็นสัตว์สงวนและคุ้มครองมาขี่ ถูกนักท่องเที่ยวอื่นถ่ายคลิปไว้แล้วแจ้งความ หน่วยยามฝั่งทำการตรวจสอบสามารถจับกุมชายในคลิปไปสอบปากคำ พบเป็นแรงงานฟิลิปปินส์ อายุ 45 ปี แรงงานต่างชาติรายนี้ให้การว่า ตนเดินทางไปท่องเที่ยวที่เสี่ยวหลิวฉิวกับเพื่อนในช่วงวันหยุด ขณะลงเล่นน้ำเห็นเต่าทะเลน่ารักจึงจับและทดลองขี่ เนื่องจากไม่เคยเห็นมาก่อนและไม่รู้ว่าเป็นสัตว์คุ้มครอง กระนั้นก็ตาม หลังสอบปากคำ ถูกดำเนินคดีข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่ามาตรา 18

แรงงานฟิลิปปินส์จับเต่าทะเลมาขี่ถูกนักท่องเที่ยวถ่ายภาพแจ้งความจับ

      หน่วยยามฝั่งในเมืองผิงตงกล่าวว่า แม้จะมีการปิดประกาศประชาสัมพันธ์ห้ามจับต้องหรือก่อกวนคุกคามสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่ปีนี้ แรงงานฟิลิปปินส์รายนี้ถูกจับเป็นรายที่ 10 แล้ว ตามกฎหมายอนุรักษ์และคุ้มครองสัตว์ป่ามาตรา 18 ห้ามก่อกวน คุกคาม หรือจับต้องสัตว์คุ้มครองอย่างเต่าทะเลเป็นต้น ผู้ฝ่าฝืนมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากทำให้สัตว์คุ้มครองเสียชีวิต จะถูกจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับ 100,000-500,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ จึงเตือนอย่าฝ่าฝืนเด็ดขาด และหากพบมีผู้ก่อกวนหรือคุกคามสัตว์ป่าสงวนทั้งบนบกและในทะเล ขอให้โทรแจ้งความที่สายด่วน 118 เพื่อช่วยกันอนุรกษ์และคุ้มครองสัตว์สงวนที่ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้

คนงานฟิลิปปินส์ขี่เต่าทะเล ถูกจับดำเนินคดีข้อหาก่อกวนสัตว์คุ้มครอง มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับ 60,000-300,000 เหรียญไต้หวัน

2.ระวัง! ฆ่าหมูโดยไม่ผ่านโรงฆ่าสัตว์ มีโทษปรับสูงสุด 500,000 เหรียญ ฆ่าน้องหมากินมีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 2 ล้านเหรียญ

      เมื่อวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา มีชาวบ้านในเขตซาลู่ นครไทจง พบเห็นแรงงานต่างชาติ 2 คน กำลังหามหมูที่ถูกเชือดตายแล้วตัวหนึ่ง ไปยังโรงโม่หิน เมื่อตามไปดู ได้ยินเสียงร้องโหยหวนของน้องหมาแว่วออกมาจากโรงโม่หิน ซึ่งสันนิษฐานว่ากำลังถูกฆ่า โทรศัพท์แจ้งกองคุ้มครองสัตว์จัดส่งเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยตำรวจเดินทางไปตรวจสอบ พบแรงงานต่างชาติกลุ่มหนึ่ง ซึ่งทำงานอยู่ในโรงโม่หินกำลังทานเนื้อสัตว์ย่าง ซึ่งเหลือเพียงซากบางส่วนจนดูไม่ออกว่าเป็นเนื้อหมูหรือเนื้อสุนัข เมื่อเจ้าหน้าที่สอบถาม แรงงานต่างชาติกลุ่มนี้กล่าวว่า เป็นหมูที่พวกตนเลี้ยงไว้ แต่ไม่ได้เชือดเอง จ้างโรงฆ่าสัตว์เชือด จากนั้น หามกลับชำแหละและย่างกินกัน เจ้าหน้าที่นำซากเนื้อสัตว์บางส่วนกลับไปตรวจสอบ DNA เพื่อยืนยันว่าเป็นเนื้อหมูหรือเป็นเนื้อสุนัขกันแน่

คนงานต่างชาตกำลังหามหมูไปฆ่ากิน ถูกชาวบ้านถ่ายภาพแจ้งจับ

      กองคุ้มครองสัตว์ นครไทจงกล่าวเตือนว่า ปศุสัตว์จำพวกสุกร แม้จะเลี้ยงเอง ห้ามมีการเชือดนอกโรงฆ่าสัตว์ที่ได้มาตรฐาน ผู้ฝ่าฝืนจะถูกปรับ 100,000-500,000 เหรียญ ข้อหาฝ่าฝืนกฎหมายควบคุมการฆ่าสัตว์ แต่หากว่าฆ่าสัตว์เลี้ยงจำพวกสุนัขและแมว จะฝ่าฝืนกฎหมายคุ้มครองสัตว์มาตรา 25 ผู้ฆ่าสุนัขและแมว มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับ 200,000-2,000,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ

      ไต้หวันมีความตื่นตัวด้านการอนุรักษ์สัตว์เป็นอย่างมาก การทำร้าย ทารุณหรือฆ่าสัตว์เลี้ยงเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้ โดยเฉพาะสุนัขและแมว ที่ผ่านมา เคยปรากฎข่าวแรงงานต่างชาติฆ่าสุนัขติดต่อกันหลายคดี สร้างความไม่พอใจแก่กลุ่มคุ้มครองสัตว์ ถึงขั้นไปชุมนุมประท้วงที่หน้าอาคารที่ทำการกระทรวงแรงงานหลายครั้ง เรียกร้องให้แก้กฎหมายเพิ่มโทษให้หนักขึ้นและให้ลงโทษนายจ้างด้วย หากปล่อยให้แรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้างฆ่าสุนัขหรือแมว กลุ่มคุ้มครองสัตว์ให้เหตุผลว่า ผู้ที่สามารถยับยั้งแรงงานต่างชาติไม่ให้ฆ่าสุนัขและแมวได้มากที่สุด คือนายจ้าง และนายจ้างควรจะต้องรับผิดชอบต่อการกระทำของแรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้าง จึงเรียกร้องของให้แก้กฎหมายการจ้างงาน โดยเพิ่มบทลงโทษนายจ้าง ด้วยการเพิกถอนใบอนุญาตว่าจ้าง หากทราบเรื่องแล้วไม่แจ้งความ ปล่อยให้แรงงานต่างชาติที่ตนว่าจ้างทำผิดกฎหมายคุ้มครองสัตว์

แรงงานต่างชาติจับมาฆ่าย่างกิน โดยไม่ผ่านโรงฆ่าสัตว์

      ด้านกระทรวงแรงงานกล่าวว่า แรงงานต่างชาติเป็นกำลังสำคัญในภาคการผลิตและในครอบครัว จัดเป็นผู้มีคุณูปการต่อเศรษฐกิจและสังคมของไต้หวัน แต่มีแรงงานต่างชาติบางคน ฝ่าฝืนกฎหมายของไต้หวัน ซึ่งมีผลร้ายแรงตามมา อย่างเช่น กระทำผิดต่อกฎหมายคุ้มครองสัตว์ นอกจากจะถูกลงโทษปรับเงินและจำคุก ถูกเพิกถอนใบอนุญาตทำงานแล้ว ยังจะทำให้ภาพลักษณ์แรงงานต่างชาติโดยรวม ได้รับความเสียหายด้วย ผู้กระทำผิดกฎหมาย นอกจากจะถูกลงโทษตามกฎหมายคุ้มครองสัตว์แล้ว ยังจะถูกประกาศรายชื่อให้สาธารณชนได้รับทราบและอาจถูกกระทรวงแรงงาน เพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ถูกบังคับส่งกลับประเทศ ห้ามเดินทางมาทำงานที่ตลอดชีพด้วย

นอกจากเตือนแรงงานต่างชาติแล้ว ยังได้เรียกร้องนายจ้างประชาสัมพันธ์และกำชับแรงงานต่างชาติของตน มิให้กระทำผิดกฎหมาย โดยกล่าวว่า การว่าจ้างแรงงานต่างชาติ ก่อนเข้าทำงาน นายจ้างมีหน้าที่ต้องให้การอบรม รวมถึงแจ้งให้ทราบระเบียบกฎหมายที่เกี่ยวข้อง  หากนายจ้างไม่ได้ประชาสัมพันธ์ข้อห้ามเกี่ยวกับการทารุณหรือฆ่าสัตว์เลี้ยง กระทรวงแรงงานมีอำนาจจะเพิกถอนโควตาแรงงานต่างชาติของนายจ้างได้

โรงโม่หินที่แรงงานต่างชาติทำงาน

3. สุราพาตาย! แรงงานไทยในไทจงเมาขี่จักรยานไฟฟ้าชนรถยนต์ข้างทางเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

      แรงงานไทยทำงานอยู่ที่นครไทจง เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน เมาขี่จักรยานไฟฟ้ากลับหอพักกลางดึก ชนท้ายรถยนต์ที่จอดข้างทางอาการสาหัส หลังถูกนำส่งรักษาที่โรงพยาบาล แพทย์พยายามจะช่วยกู้ชีวิต แต่ไม่ประสบความสำเร็จ

      แรงงานไทยรายนี้คือ นายอัสนีย์ อายุ 30 ปี มาจากจังหวัดขอนแก่น เดินทางมาทำงานที่ไต้หวันกับโรงงานผลิตอะไหล่รถจักรยาน ตั้งอยู่ที่เขตต้าเจี่ย นครไทจง เมื่อเที่ยงคืนวันที่ 3 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังดื่มสุรามีอาการเมาขับขี่รถจักรยานไฟฟ้ากลับหอพัก ระหว่างทางใกล้ถึงหอพักโรงงาน รถจักรยานเสียหลักพุ่งชนท้ายรถยนต์ที่จอดอยู่ข้างทาง ได้รับบาดเจ็บสาหัส เลือดออกในสมอง ถูกชาวไต้หวันที่ขับรถผ่านมาเห็นและโทรศัพท์แจ้งความ รถพยาบาลนำส่งรักษาที่โรงพยาบาลกวงเถียน สาขาต้าเจี่ย แต่ขณะไปถึงโรงพยาบาลอาการหนักมาก อยู่ในภาวะสมองตาย แพทย์ตรวจพบระดับความเข้มข้นแอลกอฮอล์ในเลือด 0.12% กระนั้นก็ตามแพทย์พยายามกู้ชีวิต แต่ไม่เป็นผล นายอัสนีย์ฯ เสียชีวิตที่โรงพยาบาลเมื่อเช้าวันที่ 6 ต.ค. ที่ผ่านมา

แรงงานไทยในไทจงเมาขี่จักรยานไฟฟ้าชนรถยนต์ข้างทางกลางดึกได้รับบาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตที่โรงพยาบาล

      บริษัทจัดหางานที่ดูแลคนงานไทยโรงงานนี้กล่าวว่า ทั้ง บจง. และนายจ้างได้ช่วยซื้อประกันอุบัติเหตุให้แก่แรงงานไทย แต่กรณีเสียชีวิตจากการเมาแล้วขับ ไม่สามารถเคลมเงินประกันภัยได้ ส่วนเงินทดแทนการเสียชีวิตจากกองทุนประกันภัยแรงงาน ยังสามารถยื่นขอได้ตามปกติ ซึ่งนายจ้างและ บจง. จะช่วยเหลือทายาทยื่นขอเงินสิทธิประโยชน์ดังกล่าวต่อไป

      ด้านกระทรวงแรงงานย้ำเตือนว่า แรงงานต่างชาติดื่มแล้วขับถูกตัดสินลงโทษให้จำคุก กระทรวงแรงงานจะเพิกถอนใบอนุญาตทำงาน ถูกส่งกลับประเทศ ไม่สามารถเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันได้ตลอดชีพ จึงเตือนแรงงานต่างชาติที่นิยมดื่มทั้งหลายต้องระวัง เพราะตำรวจไต้หวันเอาจริง และปฏิบัติการตรวจเข้มอย่างต่อเนื่อง  

ตำรวจไต้หวันเตือนแรงงานต่างชาติดื่มแล้วขับ ระวังเจอโทษหนัก

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง