ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 13 พฤศจิกายน 2563

  • 13 November, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย กลายเป็นหมอศัลยกรรมเถือน กำลังตกแต่งใบหน้าด้วยการฉีดโบท็อกซ์ ให้ลูกค้า

1. ส.ส.เสนอญัตติ ขยายระยะเวลาทำงานของผู้อนุบาล ไม่จำกัด 14 ปี แต่ไม่ได้พูดถึงระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติภาคการผลิต

       สมาชิกสภานิติบัญญัติสังกัดพรรคก๊กมินตั๋ง ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายค้านจำนวน 18 คน ลงนามเสนอญัตติแก้ไขกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 ว่าด้วยการขยายระยะเวลาการทำงานของแรงงานต่างชาติในตำแหน่งผู้อนุบาล ให้สามารถอยู่ทำงานได้เกินกว่า 14 ปี ขณะเดียวกันให้ยกเลิกข้อกำหนดต้องให้รอ 3 เดือน จึงจะยื่นขอนำเข้าผู้อนุบาลคนใหม่ได้ หากผู้อนุบาลต่างชาติหลบหนีและไม่ได้มีสาเหตุมาจากนายจ้าง ส.ส.พรรคฝ่ายค้านเห็นว่า ผู้อนุบาลหลบหนีด้วยเรื่องส่วนตัว แต่ลงโทษผู้ป่วยไร้คนอนุบาลดูแลนานถึง 3 เดือน อย่างไรก็ตามการเสนอญัตติแก้กฎหมายการจ้างงาน ขยายระยะเวลาการทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติ ไม่ได้รวมถึงแรงงานต่างชาติภาคการผลิตที่นายจ้างก็เดือดร้อนไม่แพ้กัน

ผู้อนุบาลต่างชาติต้องดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยเป็นเวลานาน กว่าจะมีความผูกพันและไว้วางใจซึ่งกันและกัน

       นายจ้างที่ว่าจ้างผู้อนุบาลจำนวนมากสะท้อนปัญหาว่า ผู้ป่วยและผู้อนุบาลต่างชาติต้องใช้เวลานาน กว่าจะสร้างความผูกพันและไว้วางใจซึ่งกันและกันได้ แต่เมื่อมีความผูกพันกันแล้ว ผู้อนุบาลต้องเดินทางกลับประเทศ เพราะระยะเวลาทำงานครบ 14 ปี ส่งผลต่ออาการของผู้ป่วย และที่รับไม่ได้คือ เมื่อผู้อนุบาลหลบหนีด้วยสาเหตุส่วนตัว ไม่ได้เกิดจากนายจ้าง แม้จะอนุญาตให้ว่าจ้างผู้อนุบาลรายใหม่ได้ แต่ต้องรอเวลา 3 เดือน จึงจะยื่นขออนุญาตว่าจ้างได้ เท่ากับเป็นการลงโทษนายจ้าง เพราะช่วงเว้นว่าง 3 เดือนนี้ นายจ้างไม่สามารถหาผู้อนุบาลคนใหม่มาดูแลได้

ผู้อนุบาลต่างชาติต้องดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยเป็นเวลานาน กว่าจะมีความผูกพันและไว้วางใจซึ่งกันและกัน

       สมาชิกสภานิติบัญญัติชี้แจงเหตุผลที่เสนอญัตติขยายระยะเวลาทำงานของผู้อนุบาลต่างชาติว่า กฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 มีการกำหนดให้แรงงานต่างชาติในภาคสวัสดิการสังคม สามารถทำงานในไต้หวัน รวมสะสมแล้วไม่เกิน 14 ปี ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเกาหลีใต้ สิงคโปร์ มาเลเซียและฮ่องกง ไม่มีการจำกัดระยะเวลาทำงาน ประกอบกับงานอนุบาลดูแลผู้ป่วย จะต้องมีทักษะความรู้และผ่านการฝึกอบรมเทคนิคการดูแลมาเป็นอย่างดี รวมทั้งจะต้องใช้เวลาในการสร้างความไว้วางใจและความผูกพันกับผู้ป่วย หากไม่สามารถทำงานดูแลผู้ป่วยได้ต่อไป เพียงเพราะครบกำหนดระยะเวลาทำงาน ผู้อนุบาลต่างชาติเหล่านี้ ต้องเดินทางไปทำงานที่อื่นต่อ เท่ากับว่าไต้หวันเป็นสถานฝึกอบรมผู้อนุบาลให้กับประเทศต่างๆ ขณะที่ครอบครัวผู้ป่วย จะต้องนำเข้าผู้อนุบาลคนใหม่มาฝึกฝนและหาทางให้ปรับตัวเข้ากับผู้ป่วยต่อไป ซึ่งจะส่งผลต่อสิทธิประโยชน์และสุขภาพจิตของผู้ป่วยอย่างใหญ่หลวง

ผู้อนุบาลต่างชาติต้องดูแลเอาใจใส่ผู้ป่วยเป็นเวลานาน กว่าจะมีความผูกพันและไว้วางใจซึ่งกันและกัน

       สมาชิกสภานิติบัญญัติชี้แจงเหตุผลต่อไปว่า ณ สิ้นเดือนพฤษภาคมปีนี้ มีแรงงานต่างชาติมำงานในภาคสวัสดิการสังคมไต้หวันจำนวน 260,000 คน นั่นแสดงว่า มีชาวไต้หวันประมาณ 260,000 ครอบครัวต้องพึ่งพาอาศัยผู้อนุบาลต่างชาติเหล่านี้ จึงเสนอให้แก้ไขกฎหมายการจ้างงานมาตรา 52 ซึ่งกำหนดให้ผู้อนุบาลต่างชาติ ระยะเวลาการทำงานในไต้หวัน รวมสะสมแล้วไม่เกิน 14 ปี เพิ่มข้อความ ในกรณีพิเศษหรือผู้ป่วยมีความต้องการ นายจ้างสามารถว่าจ้างผู้อนุบาลต่างชาติได้โดยไม่จำกัดระยะเวลา โดยยื่นขออนุญาตว่าจ้างก่อนครบกำหนดสัญญา 6 เดือนและยื่นขอว่าจ้างได้ครั้งละ 2 ปี

นายจ้างภาคการผลิตก็ประสบปัญหาและความเดือดร้อน ต้องการขยายระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติเช่นเดียวกัน

       นอกจากนี้ ยังเสนอญัตติยกเลิกข้อกำหนดในมาตรา 58 นายจ้างสามารถยื่นขอนำเข้าผู้อนุบาลคนใหม่ได้ หากคนเดิมที่ว่าจ้างหลบหนีโดยไม่สามารถติดต่อได้ และไม่ได้มีสาเหตุเกิดจากนายจ้าง แต่ต้องรอระยะเวลา 3 เดือน เนื่องจากช่วงระหว่างรอ นายจ้างไม่สามารถจะหาอนุบาลมาดูแลคนป่วยได้ ในเมื่อการหลบหนีไม่ได้มีสาเหตุมาจากนายจ้าง ควรยกเลิกข้อกำหนดนี้เสีย อนุญาตให้นายจ้างว่าจ้างผู้อนุบาลคนใหม่ได้เลย

       ทั้งนี้ ญัตติแก้ไขกฎหมายการจ้างงานดังกล่าว ได้ผ่านความเห็นชอบของสภานิติบัญญัติในวาระแรกแล้ว รอการพิจารณาในชั้นกรรมาธิการต่อไป แม้จะไม่มีการเอ่ยอ้างถึงแรงงานต่างชาติในภาคการผลิต ทั้งๆ ที่นายจ้างภาคการผลิตส่วนใหญ่ ก็ประสบปัญหาและความเดือดร้อนเช่นเดียวกัน แต่หวังว่า เมื่อตำแหน่งผู้อนุบาลได้รับอนุญาตขยายระยะเวลาแล้ว จะมีการหยิบยกประเด็นการขยายเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติในภาคการผลิตมาพิจารณาต่อ

นายจ้างภาคการผลิตก็ประสบปัญหาและความเดือดร้อน ต้องการขยายระยะเวลาทำงานของแรงงานต่างชาติเช่นเดียวกัน

2. กระทรวงแรงงานไต้หวันประกาศผลการประเมิน บจง.ไต้หวัน ประจำปี 2562 จำนวน 840 บริษัทได้รับเกรด A ส่วนบจง. ที่อาจถูกปิดเพราะได้รับเกรด C มี 30 บริษัท

       เมื่อวันที่ 2 พ.ย.ที่ผ่านมา กระทรวงแรงงานได้ประกาศผลการประเมินบริษัทจัดหางานไต้หวันประจำปี 2562 ซึ่งมี บจง.ไต้หวันเข้ารับการประเมิน 1,305 บริษัท บริษัทจัดหางานที่ได้รับเกรด A หรือบริษัทจัดหางานที่มีมาตรฐานสูงสด (ได้รับคะแนนประเมินมากกว่า 90 คะแนนขึ้นไป) มีจำนวน 840 ราย หรือร้อยละ 64.37% บริษัทที่ได้รับเกรด B หรือมีมาตรฐานปานกลาง (คะแนนประเมินอยู่ระหว่าง 70-89 คะแนน) มีจำนวน 434 บริษัท ครองสัดส่วน 33.25% และมี 31 บริษัทที่ได้เกรด C (คะแนนประเมินต่ำกว่า 70 คะแนน) ครองสัดส่วน 2.38% เป็นบริษัทจัดหางานที่มีมาตรฐานต่ำ ต้องปรับปรุงแก้ไข หากได้เกรด C ติดต่อกัน 2 ปี จะไม่ได้รับการต่ออายุใบอนุญาตประกอบธุรกิจจัดหางาน ต้องปิดกิจการ หลังจากที่ใบอนุญาตฉบับปัจจุบันหมดอายุลงแล้ว เท่ากับเป็นการบังคับให้ต้องปิดตัวเองจากตลาดแรงงานไปโดยปริยาย

กระทรวงแรงงานไต้หวันจัดให้มีการประเมินคุณภาพของบริษัทจัดหางานในไต้หวันเป็นประจำทุกปี

       กระทรวงแรงงานกล่าวว่า ผลการประเมินข้างต้น ประกาศในเว็บไซต์ของกรมพัฒนากำลังแรงงานแล้ว เพื่อเป็นข้อมูลให้นายจ้างประกอบการพิจารณาคัดเลือก ขณเลือกใช้บริการของบริษัทจัดหางาน

       เพื่อเป็นการยกระดับคุณภาพในการให้บริการของบริษัทจัดหางานในไต้หวัน ขจัดบริษัทจัดหางานที่ไร้คุณภาพและไม่ยอมปรับปรุงแก้ไขให้ออกจากตลาดแรงงาน กระทรวงแรงงานไต้หวันได้จัดให้มีการประเมินคุณภาพของบริษัทจัดหางานในไต้หวันเป็นประจำทุกปี ตั้งแต่ปี 2546 ต่อมาในปี 2549 กฎหมายการจ้างงานได้กำหนดให้ผู้รับอนุญาตจัดหางานทุกบริษัทจะต้องเข้ารับการประเมิน หลังจากเวลาผ่านไปแล้ว 17 ปี ปัจจุบัน คุณภาพบริษัทจัดหางานของไต้หวัน แม้จะยังไม่ถึงระดับที่น่าประทับใจ แต่หากเทียบกับสมัยก่อน จัดได้ว่า มีการยกระดับสูงขึ้นและมีความเป็นมืออาชีพมากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด โดยปัจจุบันบริษัทจัดหางานไต้หวัน ใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์มาช่วยบริหาร และมีขั้นตอนการช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาของแรงงานต่างชาติอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นรายการส่วนหนึ่งของการประเมิน นอกจากนี้ บริษัทจัดหางานเริ่มเอาใจคนงานต่างชาติ เพื่อให้ประทับใจในการให้บริการ เพราะความพึงพอใจของคนงานต่างชาติซึ่งเป็นผู้ใช้บริการ ถือเป็นรายการส่วนหนึ่งของการประเมินเช่นกัน

สำนักงานแรงงานไทย ไทเปจัดประชุมสัมมนาบริษัทจัดหางานไทย-ไต้หวัน เมื่อส.ค. 63 ที่นครเถาหยวน

       ทั้งนี้ ผลการประเมินคุณภาพในการให้บริการของบริษัทจัดหางานข้างต้น แบ่งระดับคะแนนประเมินออกเป็น 3 ระดับ ได้แก่ A B และ C บริษัทจัดหางานที่ได้รับการจัดอยู่ในระดับ A จะได้รับการลดหย่อนเงินประกันบริษัทจัดหางานในปีถัดไป 1 ล้านเหรียญไต้หวัน จากกำหนดวงเงินประกันบริษัทจัดหางาน 3 ล้านเหรียญไต้หวัน แต่สูงสุดลดได้ไม่เกิน 2 ล้านเหรียญไต้หวัน และจะได้รับการยกเว้นการประเมินในปีต่อไป รวมถึงการยื่นคำร้องนำเข้าแรงงานต่างชาติซึ่งได้รับมอบหมายจากนายจ้าง จะได้รับการพิจารณาอนุมัติเร็วเป็นพิเศษ ขณะที่บริษัทจัดหางานที่ได้รับการจัดระดับ C ปีต่อไปจะไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดสาขาเพิ่ม และหากได้รับระดับ C ติดต่อกัน 2 ปี ปีต่อไปจะไม่ได้รับการต่อใบอนุญาตประกอบการ จะต้องปิดตัวลงอย่างไม่มีเงื่อนไข เป็นกลไกขจัดบริษัทจัดหางานด้อยคุณภาพออกจากตลาดแรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ที่สำคัญและถือเป็นความสำเร็จของระบบการประเมินดังกล่าวคือ ผลการประเมินเป็นที่ยอมรับของบริษัทจัดหางานเอง โดยกระทรวงแรงงานไม่ได้ทำการประเมินด้วยตนเอง แต่มอบหมายให้หน่วยงานวิชาการและองค์กรที่เป็นมืออาชีพและเป็นกลางเป็นผู้ดำเนินการประเมิน โดยปราศจากการแทรกแซงใดๆ ทำให้ผลการประเมินที่ออกมา เป็นที่ยอมรับของบริษัทจัดหางานทั่วไป

สำนักงานแรงงานไทย ไทเปจัดประชุมสัมมนาบริษัทจัดหางานไทย-ไต้หวัน เมื่อส.ค. 63 ที่นครไทจง

3. แรงงานหญิงเวียดนามผิดกฎหมาย กลายเป็นหมอศัลยกรรมเถื่อน ทั้งผ่าตัดเสริมริมฝีปาก ทำลักยิ้ม ดูดไขมันทำหมด แถมไลฟ์สดกรีดตาสองชั้นดึงดูดลูกค้า ถูกตำรวจบุกทลาย พบลูกค้าส่วนใหญ่เป็นหญิงชาติเดียวกันและสาวอินโดนีเซีย

       แรงงานหญิงเวียดนามรายหนึ่ง อายุ 25 ปี เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน 2558 แต่หลบหนีนายจ้างกลายเป็นแรงงานผิดกฎหมาย เนื่องจากก่อนการเดินทางมาทำงานไต้หวัน เคยทำงานเป็นลูกมือในร้านเสริมสวยที่บ้านเกิด พอมีความรู้และประสบการณ์อยู่บ้าง จึงขอแบ่งเช่ามุมหนึ่งในร้านเสริมสวยแห่งหนึ่งหลังสถานีรถไฟเถาหยวนเป็นห้องทำงาน เปิดเป็นคลินิกให้บริการทำศัลยกรรมผ่าตัดโดยไม่ได้รับอนุญาต เริ่มจากคนชาติเดียวกันก่อน ด้วยเหตุที่ราคาถูก มีการบอกกันปากต่อปาก ประกอบกับมีการโฆษณาทางสื่อโซเชียล เปรียบเทียบก่อนและหลังการผ่าตัด รวมถึงไลฟ์สดขณะทำการผ่าตัดเสริมสวย นอกจากคนชาติเดียวกันแล้ว ยังมีสาวๆ อินโดนีเซียที่รักสวยรักงาม แห่กันไปใช้บริการเป็นจำนวนมาก

แรงงานเวียดนามผิดกฎหมาย กลายเป็นหมอศัลยกรรมเถื่อน กำลังตกแต่งใบหน้าด้วยการฉีดโบท็อกซ์ ให้ลูกค้า แถมไลฟ์สดด้วย

       สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับแจ้งข้อมูลว่า มีแรงงานต่างชาติรับผ่าตัดทำศัลยกรรมอย่างผิดกฎหมายตั้งแต่เดือนสิงหาคมที่ผ่านมา จึงมีตรวจสอบ และถามข้อมูลจากผผู้ไปใช้บริการมาแล้ว พบว่า แรงงานเวียดนามรายนี้ ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม แต่ให้บริการผ่าตัดเสริมความงานทั่วเรือนร่าง ทั้งตกแต่งเสริมความอูมของริมฝีปาก ทำลักยิ้ม ดูดไขมัน ตกแต่งใบหน้าด้วยการฉีดสารเติมเต็มจำพวกโบท็อกซ์และกรดไฮยาลูรอนิค แถมกรีดหนังตาสองชั้นไลฟ์สดดึงดูดลูกค้า ในจำนวนนี้มีแรงงานหญิงอินโดนีเซียรายหนึ่งกล่าวว่า ตนติดตามและทราบข่าวมาจากเฟซบุ๊ก และได้ไปใช้บริการฉีดโบท็อกซ์ตกแต่งใบหน้า 1 ซีซี เสียค่าใช้จ่าย 5,000 เหรียญ ตนนึกว่าเป็นศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญ ที่ไหนได้ เป็นหมอเถื่อน

มีการจัดฉากทีมแพทย์โฆษณาทางเฟซบุ๊ก ทำให้คนเข้าใจผิดคิดว่าเป็นทีมแพทย์มืออาชีพ

เจ้าหน้าที่บุกตรวจคลินิกศัลยกรรมเถื่อนของแรงงานเวียดนามหลังสถานีรถไฟเถาหยวน

      หลังได้ข้อมูลหลักฐานต่างๆ แล้ว เมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองอนามัยเถาหยวน ได้บุกจู่โจมคลินิกเถื่อนแห่งนี้ พบแรงงานหญิงเวียดนามรายนี้กำลังผ่าตัดตกแต่งใบหน้าให้กับลูกค้ารายหนึ่ง จึงทำการจับกุม พร้อมยึดของกลางเป็นอุปกรณ์ทางการแพทย์ เช่นมีดผ่าตัดและยาลดไขมัน ยาที่ใช้ในการตกแต่งใบหน้าจากเกาหลีใต้เป็นจำนวนมาก ตำรวจจับกุมแรงงานเวียดนามรายนี้ไปยังโรงพัก ขณะบันทึกปากคำได้ให้การสารภาพว่า ไม่เคยเรียนด้านการแพทย์ แต่เคยทำงานเป็นผู้ช่วยในร้านเสริมสวยที่เวียดนาม จึงอยากยึดอาชีพทางด้านนี้ โดยไม่ทราบว่าผิดกฎหมาย และส่วนใหญ่จะใช้วิธีนัดหมายกับลูกค้าล่วงหน้า โดยมีมาตรฐานค่าใช้จ่ายคือ ผ่าตัดเสริมริมฝีปากหนา 4,000 เหรียญ กรีดหนังตาสองชั้น 4,000 เหรียญ ผ่าตัดถุงไขมันใต้ตา 2,000 เหรียญ ผ่าตัดทำลักยิ้มข้างเดียว 1,700 เหรียญ ดูดไขมัน 5,000 เหรียญ ฉีดโบท็อกซ์เข็มละ 5,000 เหรียญ เป็นต้น เปิดร้านมา 2 ปี ให้บริการลูกค้ามาแล้ว ประมาณ 400 คน รายได้เดือนละ 100,000-150,000 เหรียญ เนื่องจากไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ถูกส่งดำเนินคดีฝ่าฝืนกฎหมายวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 300,000-1,500,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ

ของกลางที่ยึดได้ มีทั้งเครื่องมือผ่าตัด ยาสลบ ยาละลายไขมัน โบท็อกซ์และยาสำหรับเสริมสวยที่สั่งซื้อทางออนไลน์จากเกาหลี 

ตำรวจจับแรงงานเวียดนามที่ทำศัลยกรรมผ่าตัดอย่างผิดกฎหมายรายนี้ ถูกส่งดำเนินคดีฝ่าฝืนกฎหมายวิชาชีพเวชกรรม ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับ 300,000-1,500,000 เหรียญไต้หวัน หรือทั้งจำทั้งปรับ

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง