ขุนพลแรงงานไทย วันศุกร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2563

  • 20 November, 2020
  • อโศก ศรีจันทร์
ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นไข้ระหว่างกักตัว แต่กรอกตัวเลขอุณหภูมิต่ำกว่าความเป็นจริง ผลตรวจพบติดเชื้อโควิด อาจถูกปรับ 1 ล้านเหรียญไต้หวัน

1. ตำรวจไต้หวันเปิดเผยข้อมูล 9 เดือนแรกปีนี้ ชาวต่างชาติก่อคดีอาญา 3,329 คดี ร้อยละ 80 เป็นแรงงานต่างชาติ 49% เป็นแรงงานเวียดนาม แรงงานไทยติดอันดับ 2 ถูกจับ 612 คน ครองสัดส่วน 18.43%

       สำนักงานตำรวจ กระทรวงมหาดไทยของไต้หวัน เปิดเผยข้อมูลการก่อคดีอาชญากรรมของชาวต่างชาติในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2563 นี้ พบว่า มีจำนวน 3,329 คดี เพิ่มขึ้นกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว 99 คดี หรือเพิ่มขึ้น 3.07% ในจำนวนนี้ คดีเป็นอันตรายต่อสาธารณะหรือคดีเมาแล้วขับเพิ่มขึ้นมากที่สุด 117 คดี หรือเพิ่มขึ้น 11.62% เพิ่มขึ้นมากเป็นอันดับ 2 ได้แก่คดีปลอมแปลงเอกสาร ใช้หรือสวมบัตร เอกสารของคนอื่นเพิ่มขึ้น 29 คดี ตามด้วยเล่นการพนัน เพิ่มขึ้น 11 คดี

แก๊งเวียดนามในเมืองเถาหยวนพบปืนไปเจรจากับคู่อริ ถูกตำรวจเถาหยวนรวบตัว

        ส่วนประเภทของคดีอาชญากรรมที่ชาวต่างชาติทำผิดมากที่สุดได้แก่ เป็นอันตรายต่อสาธารณะ เช่นเมาแล้วขับขี่ยานพาหนะ ฯลฯ ถูกตรวจพบมากถึง 1,124 คดี ครองสัดส่วน 33.76% รองลงมาเป็นคดีเกี่ยวกับยาเสพติด 562 คดี ครองสัดส่วน 16.92% ช่อโกง 424 คดี หรือ 12.74%

อดีตแรงงานไทย แต่งงานมาตั้งรกรากในเถาหยวน แต่ยึดอาชีพขายยาไอซ์มอมเมาเพื่อนร่วมชาติโดนจับ

       สำหรับจำนวนผู้ต้องหาชาวต่างชาติที่ถูกจับกุม มีทั้งหมด 3,321 คน ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่ หรือ 79% เป็นแรงงานต่างชาติ อีก 21.29% เป็นชาวต่างชาติทั่วไป หากจำแนกตามสัญชาติ ชาวเวียดนามมาเป็นอันดับหนึ่ง มีจำวน 1,628 คน หรือครองสัดส่วน 49.02% ตามมาด้วยไทย 612 คน หรือครองสัดส่วน 18.43% อันดับ 3 ได้แก่อินโดนีเซีย 387 คน ครองสัดส่วน 11.65% หากเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2562 ผู้ต้องหาที่เป็นคนงานไทยเพิ่มขึ้นมากที่สุด 130 คน ตามด้วยเวียดนามเพิ่มขึ้น 60 คน อันดับสามคือฟิลิปปินส์เพิ่มขึ้น 26 คน

จับแก๊งเวียดนาม 4 คน ทรมานเพื่อนร่วมชาติที่ติดหนี้พนันโดยเรียกค่าไถ่ 480,000 เหรียญไต้หวัน

       สำหรับแรงงานต่างชาติก่อคดีและถูกตรวจพบ มากเป็นอันดับ 1 ในคดีเป็นอันตรายต่อสาธารณะ หรือคดีเมาแล้วขับ มีจำนวน 1,003 คน ตามด้วยยาเสพติด 500 คน ช่อโกงและลักทรัพย์ 258 คน ส่วนชาวต่างชาติทั่วไป ก่อคดีและถูกตรวจพบความผิดเป็นอันตรายต่อสาธารณะหรือเมาแล้วขับมากที่สุดเช่นกัน จำนวน 124 คน ช่อโกง 97 คนและลักทรัพย์ 90 คน

ตำรวจที่ไทจงจับนายปาราเมศ แรงงานไทยซึ่งมีอาการเมาสุรา ข้อหาฆ่าเพื่อร่วมชาติตาย

      จำนวนผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมในกลุ่มแรงงานต่างชาติ แม้ไทยจะน้อยกว่าเวียดนาม แต่หากคำนวณจากยอดจำนวนแรงงาน เวียดนามมากกว่าแรงงานไทยเกือบ 4 เท่าตัว ถ้าคิดตามสัดส่วนการก่อคดีอาชญากรรมของแต่ละชาติแล้ว แรงงานไทยสูงเป็นอันดับหนึ่ง

แรงงานทุกชาติ ส่วนใหญ่นิยมดื่มสุรา และเป็นต้นเหตุของปัญหาอาชกรรม

       ข้อมูลของตำรวจพบว่า แรงงานไทยที่พัวพันกับคดียาเสพติด ส่วนใหญ่เป็นยาเสพติดประเภท 2 ได้แก่ แอมเฟตามีนจำพวกยาไอซ์ ซึ่งในไต้หวันมีโทษค่อนข้างรุนแรง ผู้ผลิต ขนส่งลำเลียงหรือจำหน่ายแอมเฟตามีน มีโทษจำคุกตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไป ส่วนผู้เสพมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ผู้ถือครองแม้ไม่ได้เสพ ไม่ได้ขาย มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือเปรียบเทียบปรับ 30,000 เหรียญไต้หวัน

กระทรวงแรงงานไต้หวันเตือนนายจ้างต้องประชาสัมพันธ์ให้แรงงานต่างชาติของตนได้รับรู้ผลของการเมาแล้วขับ

        นอกจากสถิติคดีอาชญากรรมแล้ว ขอเตือนแรงงานต่างชาติ ต้องระวังตกเป็นเหยื่อแก๊งมิจฉาชีพ ที่มักจะซื้อบัญชีธนาคาร บัตร ATM และซื้อซิมโทรศัพท์มือถือ หรือถือโอกาสแจกซิมฟรี หลอกถ่ายเอกสารสำคัญนำไปยื่นขอเปิดซิมโดยที่แรงงานต่างชาติไม่รู้ จากนั้นนำไปขายให้แก๊งมิจฉาชีพใช้ก่อคดีอาชญากรรม ทำให้แรงงานต่างชาติตกเป็นเหยื่อถูกฟ้องร้องขึ้นโรงขึ้นศาลโดยไม่รู้ตัว ตำรวจเตือนว่า หลีกเลี่ยงรับซิมแจกฟรี และเมื่อครบกำหนดสัญญากำลังจะเดินทางกลับประเทศ ไม่ควรเห็นแก่เงินเล็กๆ น้อยๆ ขายบัญชีธนาคาร บัตร ATM และซิมโทรศัพท์มือถือให้ผู้อื่น เพราะได้ไม่คุ้มเสีย อาจทำให้ไม่สามารถเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันได้ หรือขณะเดินทางเข้าไต้หวัน อาจถูกจับกุมที่สนามบิน ไม่เพียงแต่ทำงานไม่ได้ ยังตกเป็นผู้ต้องหาก่อนเข้าสู่ไต้หวัน

คดีที่แรงงานต่างชาติในนครเถาหยวนก่อขึ้น 3 อันดับแรกได้แก่ คดีเป็นอันตรายต่อสาธารณะ หรือคดีเมาแล้วขับ ตามด้วยยาเสพติด ช่อโกงและลักทรัพย์

2. พบแรงงานอินโดนีเซียติดเชื้อโควิดจากบ้านเกิดพุ่ง ไต้หวันประกาศให้แรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางเข้าไต้หวันต้องรับการกักตัวรวมของรัฐ ระงับการจัดส่งแรงงานติดโควิดเข้าไต้หวันของ 4 บจง. อินโดนีเซีย

       ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคแถลงว่า แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน มีแนวโน้มติดเชื้อโควิดเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา เพียง 13 วันแรก ตรวจพบแรงงานต่างชาติติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 25 ราย จากผู้โดยสารที่ตรวจพบทั้งหมด 41 ราย และในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่หรือ 20 ราย เป็นแรงงานอินโดนีเซีย อีก 5 รายเป็นแรงงานฟิลิปปินส์

   

แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน มีแนวโน้มติดเชื้อโควิดเพิ่มมากขึ้น

       สถานการณ์โควิด-19 ในไต้หวัน ไม่ปรากฎผู้ติดเชื้อในประเทศมาเป็นเวลานานหลายเดือนแล้ว ที่ตรวจพบล้วนเป็นผู้โดยสารที่เดินทางเข้าสู่ไต้หวัน โดยส่วนใหญ่เป็นชาวไต้หวันกลับจากการไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะจากฟิลิปปินส์ แต่เริ่มจากเดือนกรกฏาคมเป็นต้นมา แรงงานฟิลิปปินส์ที่เดินทางมาทำงานที่ไต้หวัน เริ่มมีผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.- วันที่ 9 ส.ค. ที่ผ่านมา ตรวจพบผู้โดยสารจากฟิลิปปินส์ติดเชื้อโควิด-19 จำนวน 20 รายจากผู้ป่วยที่ตรวจพบทั้งหมด 34 ราย อัตราส่วนการติดเชื้อโควิดเพิ่มจาก 0.8% เพิ่มเป็น 5% ส่วนใหญ่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ ส่งผลให้ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคต้องประกาศให้ผู้เดินทางจากฟิลิปปินส์ จะต้องผ่านการตรวจเชื้อโควิด-19 ก่อนการเดินทาง 72 ชั่วโมง เมื่อเดินทางถึงท่าอากาศยานไต้หวันแล้ว ต้องให้ความร่วมมือในการตรวจเชื้อโควิด และต้องไปกักตัวในสถานกักตัวของรัฐเป็นเวลา 14 วัน

แรงงานอินโดนีเซียติดเชื้อโควิดจากบ้านเกิดพุ่ง

       แต่เริ่มจากเดือนตุลาคมเป็นต้นมา ผู้ติดเชื้อที่เป็นแรงงานฟิลิปปินส์ลดน้อยลง กลับกลายเป็นแรงงานอินโดนีเซียพุ่งสูงขึ้นแทนที่ นายจวงเหรินเสียง โฆษกศูนย์บัญชาการควบคุมโรคไต้หวันกล่าวว่า เริ่มตั้งแต่ 20 พ.ย. นี้เป็นต้นไป แรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางเข้ามาทำงานในไต้หวันทุกคน จะต้องเข้ารับการกักตัวในศูนย์กักกันโรคของรัฐเป็นเวลา 14 วัน และได้ประกาศระงับการจัดส่งแรงงานอินโดนีเซียมาทำงานที่ไต้หวันของ 4 บริษัทจัดหางานอินโดเนีเซีย ซึ่งตรวจพบติดเชื้อโควิดในอัตราสูง คือมีมากกว่า 20 คน ทั้งนี้ ยกเว้นแรงงานอินโดนีเซียที่ได้รับวีซ่าก่อนวันที่ 19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2563 ที่ยังคงเดินทางเข้าไต้หวันได้ตามปกติ

แรงงานอินโดนีเซียติดเชื้อโควิดจากบ้านเกิดพุ่ง

       ณ 20 พ.ย. ชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าไต้หวันและถูกตรวจพบติดโควิด ส่วนใหญ่จากประเทศเทศอาเซียนและในจำนวนนี้ ส่วนใหญ่เป็นแรงงานต่างชาติจากอินโดนีเซียและฟิลปปินส์ รวม 65 คน ในจำนวนนี้มาจากอินโดนีเซีย 40 คน ฟิลิปปินส์ 25 คน

แรงงานอินโดนีเซียติดเชื้อโควิดจากบ้านเกิดพุ่ง

3. แรงงานอินโดนีเซียเป็นไข้ระหว่างกักตัว แต่กรอกตัวเลขอุณหภูมิต่ำกว่าความเป็นจริง ผลตรวจพบติดเชื้อโควิด อาจถูกปรับ 1 ล้านเหรียญไต้หวัน

       ช่วงนี้แรงงานอินโดนีเซียที่เดินทางเข้าไต้หวัน ตรวจพบติดเชื้อโควิดในอัตราสูง อย่างเมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมา ไต้หวันพบผู้ป่วยโควิด-19 เพิ่ม 5 ราย เป็นแรงงานอินโดนีเซียทั้งหมด ในจำนวนนี้ มี 1 ราย มีอาการเป็นไข้ในช่วงระหว่างกักตัว 14 วัน แต่พยายามปิดบัง ทานยาแก้ไข้สำเร็จรูปที่พกมา และกรอกข้อมูลตัวเลขอุณหภูมิต่ำกว่าความเป็นจริง แต่ผลการตรวจพบติดเชื้อโควิด-19 ถูกลงโทษปรับ 1 ล้านเหรียญไต้หวัน หากไม่มีเงินเสียค่าปรับ สามารถรับโทษจำคุกแทนการปรับได้ในอัตรา 3,000 เหรียญต่อวัน คิดคำนวณแล้วอาจถูกจำคุกประมาณ 11 เดือน

ผู้อนุบาลอินโดนีเซียเป็นไข้ระหว่างกักตัว แต่กรอกตัวเลขอุณหภูมิต่ำกว่าความเป็นจริง ผลตรวจพบติดเชื้อโควิด อาจถูกปรับ 1 ล้านเหรียญไต้หวัน

       ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคของไต้หวันแถลงเมื่อวันที่ 12 พ.ย. ที่ผ่านมาว่า มีผู้ป่วยโรคโควิดเพิ่มใหม่ 5 ราย ทั้งหมดเป็นแรงงานอินโดนีเซียเพศหญิง อายุระหว่าง 20-30 ปี ในจำนวนนี้มี 1 รายที่มีอาการไข้ขึ้นสูงระหว่างกักตัว 14 วัน แต่ไม่รายงานความจริงให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ ใช้วิธีทานยาลดไข้สำเร็จรูปที่พกมาจากอินโดนีเซีย

       นายจวงเหรินเสียง รองอธิบดีกรมควบคุมโรค ขณะเดียวกันเป็นโฆษกศูนย์บัญชาการควบคุมโรคกล่าวว่า แรงงานอินโดนีเซียคนดังกล่าว น่าจะกลัวว่าจะถูกส่งกลับไม่สามารถทำงานในไต้หวันได้ หากรายงานว่าตนมีอาการเป็นไข้ จึงปิดบังความจริง จนกระทั่งถูกตรวจพบติดเชื้อโควิด พบว่า ตัวเลขอุณหภูมิที่ต้องตรวจวัดวันละ 3 ครั้งช่วงระหว่างกักตัว 14 วัน ไม่ได้กรอกตามความเป็นจริง พฤติการดังกล่าวฝ่าฝืนกฎหมายป้องกันโรคติดต่อ มีโทษปรับตั้งแต่ 100,000-1,000,000 เหรียญไต้หวัน

แรงงานอินโดนีเซียเป็นไข้ระหว่างกักตัว แต่กรอกตัวเลขอุณหภูมิต่ำกว่าความเป็นจริง ผลตรวจพบติดเชื้อโควิด อาจถูกปรับ 1 ล้านเหรียญไต้หวัน

       ผู้สื่อข่าวถามว่า ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคมีการประชาสัมพันธ์และให้ความช่วยเหลือในการสื่อสารแก่แรงงานต่างชาติที่เดินทางมาใหม่และระหว่างเข้ารับการกักตัวหรือไม่ โฆษกศูนย์บัญชาการควบคุมโรคผู้นี้กล่าวว่า แรงงานต่างชาติในตำแหน่งผู้อนุบาล ก่อนเข้ารับการกักตัวในสถานที่กักตัวของรัฐ จะต้องลงนามหนังสือรับรองการกักตัวฉบับภาษาจีน-อังกฤษ หากไม่รู้ทั้งภาษาจีนและอังกฤษ จะเป็นอุปสรรคทางด้านการสื่อสาร วิธีปฏิบัติที่ผ่านมา ได้ขอให้บริษัทจัดหางานจัดส่งล่ามหรือตำรวจฝ่ายกิจการชาวต่างชาติเป็นผู้ช่วยแปลและสื่อสารภาษา แต่ขณะนี้ ผู้ป่วยโควิด-19 ที่เป็นแรงงานต่างชาติมีจำนวนเพิ่มมากขึ้น ดังนั้น ศูนย์บัญชาการควบคุมโรคได้หารือกับกระทรวงแรงงาน ช่วยจัดหาล่ามเพื่อให้ความช่วยเหลือแรงงานต่างชาติที่เข้ารับการกักตัว ด้านกระทรวงแรงงานรับที่จะดำเนินการตามข้อเสนอ

แรงงานอินโดนีเซียเป็นไข้ระหว่างกักตัว แต่กรอกตัวเลขอุณหภูมิต่ำกว่าความเป็นจริง ผลตรวจพบติดเชื้อโควิด อาจถูกปรับ 1 ล้านเหรียญไต้หวัน

       ต่อปัญหาการลงโทษปรับเงิน 100,000-1,000,000 เหรียญไต้หวัน สำหรับแรงงานต่างชาติที่ไม่ทราบกฎระเบียบตั้งแต่ต้น เนื่องจากปัญหาด้านการสื่อสาร ทำให้ไม่ได้รายงานหรือกรอกข้อมูลตามความเป็นจริง โฆษกศูนย์บัญชาการควบคุมโรคกล่าวว่า จะต้องหาข้อเท็จจริงก่อนว่า แรงงานต่างชาติได้รับทราบและเข้าใจกฎระเบียบก่อนเข้ารับการกักตัวหรือไม่ อย่างไรก็ตาม จากกรณีนี้ แรงงานต่างชาติจำนวนมาก ได้ส่งข้อมูลผ่านทางสื่อโซเชียลกลับไปให้ญาติมิตรที่เตรียมเดินทางมาทำงานที่ไต้หวันว่า จะต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมโรคของไต้หวันอย่างจริงจัง มิเช่นนั้น จะถูกลงโทษในสถานหนัก

แรงงานอินโดนีเซียเป็นไข้ระหว่างกักตัว แต่กรอกตัวเลขอุณหภูมิต่ำกว่าความเป็นจริง ผลตรวจพบติดเชื้อโควิด อาจถูกปรับ 1 ล้านเหรียญไต้หวัน

ความคิดเห็นที่เกี่ยวข้อง